แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ป.1 เล่ม1

by Gagครูแร็ค

คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ภาษาไทย ป. ๑

เล่ม ๑

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ออกแบบการเรียนรู้โดยใช้มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดชั้นปีเป็นเป้าหมาย

ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ

ใช้แนวคิด Backward Design ผสมผสานกับแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย

ออกแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี

แบ่งเป็นแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง สะดวกในการใช้

มีองค์ประกอบครบถ้วนตามแนวทางการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา

นำไปพัฒนาเป็นผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได้

คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ภาษาไทย ป. ๑ เล่ม ๑

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ป. ๑(๖ ชุดนี้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ โดยยึดหลักการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design ที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child-Centered) ตามหลักการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองทั้งเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม บทบาทของครูผู้สอนมีหน้าที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนประสบผลสำเร็จ โดยสร้างสถานการณ์การเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ในเชิงบูรณาการด้วยวิธีการที่หลากหลาย เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปความรู้ด้วยตนเอง ทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ/กระบวนการ และด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดี นำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข

การจัดทำคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ชุดนี้ ได้จัดทำตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งครอบคลุมทุกสาระการเรียนรู้ ภายในเล่มได้นำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้เป็นรายชั่วโมงตามหน่วยการเรียนรู้ เพื่อครูนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ยังมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ทั้ง ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม และด้านทักษะ/กระบวนการ ทำให้ทราบผลการเรียนรู้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ทันที

คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ป. ๑(๖ ชุดนี้นำเสนอเนื้อหาแบ่งเป็น ๓ ตอน คือ

ตอนที่ ๑ คำชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วยแนวทางการใช้แผนการจัด การเรียนรู้ สัญลักษณ์ลักษณะกิจกรรมการเรียนรู้ การออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้–การวัดและประเมินผล ตารางวิเคราะห์สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดชั้นปี โครงสร้างการแบ่งเวลารายชั่วโมงและขอบข่ายสาระการเรียนรู้ และโครงสร้างการแบ่งเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู้

ตอนที่ ๒ แผนการจัดการเรียนรู้ ได้เสนอแนะแนวทางการจัดการเรียนรู้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ในสื่อการเรียนรู้ สมบูรณ์แบบ และหนังสือเรียน แบ่งเป็นแผนย่อยรายชั่วโมง ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผนมีองค์ประกอบครบถ้วนตามแนวทางการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา

ตอนที่ ๓ เอกสาร/ความรู้เสริมสำหรับครู ประกอบด้วยแบบทดสอบต่าง ๆ และความรู้เสริมสำหรับครูซึ่งบันทึกลงในซีดี (CD) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครูใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ป. ๑–๖ ชุดนี้ได้ออกแบบการเรียนรู้ด้วยเทคนิคและวิธีการสอนอย่างหลากหลาย หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของผู้เรียนต่อไป

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ

ตอนที่ ๑ คำชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู้ .......................................................................... ๑

๑. แนวทางการใช้แผนการจัดการเรียนรู้.....................................................................................๒

๒. สัญลักษณ์ลักษณะกิจกรรมการเรียนรู้...................................................................................๕

๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward design (BwD)...................................๖

๔. เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้–การวัดและประเมินผล.....................................................๑๗

๕. ตารางวิเคราะห์สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดชั้นปีกับหน่วยการเรียนรู้.................๑๙

๖. โครงสร้างการแบ่งเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู้ ......................................................๒๐

ตอนที่ ๒ แผนการจัดการเรียนรู้ .......................................................................................................๒๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ตา .....................................................................................................................๒๒

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน....................................................๒๒

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้.....................................................................................๒๒

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ การพูดแนะนำตัว....................................................................๒๕

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ การอ่านเรื่อง ตา....................................................................๒๘

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ การอ่านสะกดคำและแจกลูก.................................................๓๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ รู้จักพยัญชนะ ข ห ต ม พ .......................................................๓๔

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ รู้จักสระ –า ..........................................................................๓๗

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ การอ่านบทอ่านเสริม ...........................................................๔๐

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ อีกาตาดี .........................................................................................................๔๓

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน..................................................๔๓

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้...................................................................................๔๔

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ การอ่านเรื่อง อีกาตาดี.........................................................๔๖

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ การอ่านคำศัพท์...................................................................๔๙

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ รู้จักพยัญชนะ ก ด น ล........................................................๕๒

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ รู้จักสระ –ี, –ู ....................................................................๕๕

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ การอ่านบทอ่านเสริม........................................................๕๘

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เจ้าโบ .............................................................................................................๖๑

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน..................................................๖๑

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้....................................................................................๖๒

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ การอ่านเรื่อง เจ้าโบ...........................................................๖๔

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓ การอ่านคำศัพท์.................................................................๖๗

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ รู้จักพยัญชนะ จ บ ว..........................................................๗๐

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๕ รู้จักสระ ไ–, ใ–, โ–...........................................................๗๓

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ การอ่านบทอ่านเสริม ........................................................๗๖

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เจ้าสำลี ..........................................................................................................๘๐

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน..................................................๘๐

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้...................................................................................๘๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ การฟังเรื่อง เจ้าสำลี..........................................................๘๓แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ การอ่านเรื่อง เจ้าสำลี........................................................๘๖แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ รู้จักพยัญชนะ ป ฟ ธ ผ ส..................................................๙๐

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๐ รู้จักสระ –, –ำ...................................................................๙๓

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ บ้านแสนสุข .................................................................................................๙๖

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน..................................................๙๖

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้..................................................................................๙๗

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๑ การฟังเรื่อง บ้านแสนสุข.................................................๑๐๐

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๒ การอ่านเรื่อง บ้านแสนสุข............................................๑๐๔

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๓ รู้จักพยัญชนะ พ ง ย ช..................................................๑๐๘

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๔ รู้จักสระ –ะ...................................................................๑๑๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๕ ตัวเลขไทย....................................................................๑๑๕

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๖ การอ่านบทร้อยกรอง....................................................๑๑๘

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ พ่อแม่ .........................................................................................................๑๒๒

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน...............................................๑๒๒

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้................................................................................๑๒๓

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๗ การอ่านเรื่อง พ่อแม่.......................................................๑๒๖

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๘ รู้จักพยัญชนะ ภ ท.............................................................๑๓๐

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ รู้จักสระ – และ เ–..............................................................๑๓๔

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ รู้จักวรรณยุกต์....................................................................๑๓๗แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๑ การมีนิสัยรักการอ่าน..........................................................๑๔๐

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เพื่อนรัก .......................................................................................................๑๔๔

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน...................................................๑๔๔

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้....................................................................................๑๔๕

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๒ การอ่านเรื่อง เพื่อนรัก.......................................................๑๔๘

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๓ การพูดแสดงความรู้สึก.....................................................๑๕๒

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๔ รู้จักพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระ –ัว, –อ................................๑๕๖

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๕ การผันอักษรกลาง.............................................................๑๕๙แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๖ สุขลักษณะที่ดีในการอ่านและการมนิสัยรักการอ่าน..........๑๖๓

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ โรงเรียนของเรา............................................................................................๑๖๗

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน...................................................๑๖๗

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้.....................................................................................๑๖๘

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๗ การอ่านเรื่อง โรงเรียนของเรา............................................๑๗๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๘ รู้จักพยัญชนะ ณ ร อ และสระ เ–อ และ เ–า.......................๑๗๕แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๙ รู้จักการผันอักษรสูง...........................................................๑๗๙แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๐ รู้จักคำคล้องจอง................................................................๑๘๒

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๑ การพูดทักทายและการพูดแนะนำตัว ................................๑๘๖

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คุณครูใจดี .....................................................................................................๑๙๐

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน...................................................๑๙๐

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้....................................................................................๑๙๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๒ การอ่านเรื่อง คุณครูใจดี....................................................๑๙๔

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๓ รู้จักพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระ เ–อ และ แ–ะ................๑๙๘

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๔ รู้จักการผันอักษรต่ำ........................................................๒๐๒

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๕ รู้จักประโยค....................................................................๒๐๗

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๖ การคัดลายมือ...................................................................๒๑๐

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐ สนามเด็กเล่น...........................................................................................๒๑๓

( ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน...............................................๒๑๓

( ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้.................................................................................๒๑๔

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๗ การอ่านเรื่อง สนามเด็กเล่น............................................๒๑๗

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๘ รู้จักพยัญชนะ ค ซ และสระ เ–ะ และ โ–ะ......................๒๒๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๙ การกล่าวขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ...........................๒๒๕แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๐ การพูดขอร้อง................................................................๒๒๙แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๑ มารยาทในการพูด..........................................................๒๓๒

ตอนที่ ๑

คำชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

๑. แนวทางการใช้แผนการจัดการเรียนรู้

คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้ครูใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ช่วงชั้นที่ ๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การแบ่งหน่วยการเรียนรู้สำหรับจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมงในคู่มือครู แผนจัดการเรียนรู้เล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๑๐ หน่วย สามารถใช้ควบคู่กับสื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ และหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ ประกอบด้วยหน่วยการเรียนรู้ ดังนี้

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ตา

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ อีกาตาดี

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เจ้าโบ

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เจ้าสำลี

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ บ้านแสนสุข

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ พ่อแม่

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เพื่อนรัก

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ โรงเรียนของเรา

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คุณครูใจดี

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐ สนามเด็กเล่น

คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้นี้ได้นำเสนอรายละเอียดไว้ครบถ้วนตามแนวทางการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ยังได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนได้พัฒนาองค์ความรู้ สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้อย่างครบถ้วนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ครูควรศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้นี้ให้ละเอียดเพื่อปรับใช้ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม สถานการณ์

และสภาพของนักเรียน

ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้จะแบ่งแผนการจัดการเรียนรู้ออกเป็นรายชั่วโมง ซึ่งมีจำนวนมากน้อย

ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความยาวของเนื้อหาสาระ และในแต่ละหน่วยการเรียนรู้มีองค์ประกอบดังนี้

๑. ผังมโนทัศน์ แสดงขอบข่ายเนื้อหาการจัดการเรียนรู้ที่ครอบคลุมความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ทักษะ/กระบวนการ และภาระงาน/ชิ้นงาน

๒. กรอบแนวคิดการออกแบบการเรียนรู้แบบ BwD (Template Backward Design) เป็นกรอบแนวคิดในการจัดการเรียนรู้ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ แบ่งเป็น ๓ ขั้น ได้แก่

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน

ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผล

การเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง

ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ จะระบุว่าในหน่วยการเรียนรู้นี้แบ่งเป็นแผนการจัดการเรียนรู้กี่แผน และแต่ละแผนใช้เวลาในการจัดกิจกรรมกี่ชั่วโมง

๓. แผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ตามกรอบแนวคิดการออกแบบการเรียนรู้แบบ Backward Design ประกอบด้วย

๓.๑ ชื่อแผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วยลำดับที่ของแผน ชื่อแผน และเวลาเรียน เช่น แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การพูดแนะนำตนเอง เวลา ๑ ชั่วโมง

๓.๒ สาระสำคัญ เป็นความคิดรวบยอดของเนื้อหาที่นำมาจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้

๓.๓ ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ตรวจสอบนักเรียนหลังจากเรียนจบเนื้อหาที่นำเสนอ

ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้นั้น ๆ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตร

๓.๔ จุดประสงค์การเรียนรู้ เป็นส่วนที่บอกจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นแก่นักเรียน ภายหลังจากการเรียนจบในแต่ละแผน ทั้งในด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ซึ่งสอดคล้องสัมพันธ์กับตัวชี้วัดชั้นปีและเนื้อหาในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น ๆ

๓.๕ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นการตรวจสอบผลการจัดการเรียนรู้ว่าหลังจากจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว นักเรียนมีพัฒนาการ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้หรือไม่ และมีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงส่งเสริมในด้านใดบ้าง ดังนั้น ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้จึงได้ออกแบบวิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนไว้อย่างหลากหลาย เช่น การทำแบบทดสอบ การตอบคำถามสั้น ๆ การตรวจผลงาน การสังเกตพฤติกรรมทั้งที่เป็นรายบุคคลและกลุ่ม โดยเน้นการปฏิบัติให้สอดคล้องและเหมาะสมกับตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้

วิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้เหล่านี้ครูสามารถนำไปใช้ประเมินนักเรียนได้ ทั้งในระหว่างการจัดการเรียนรู้และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

๓.๖ สาระการเรียนรู้ เป็นหัวข้อย่อยที่นำมาจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้

ซึ่งสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้แกนกลาง

๓.๗ แนวทางบูรณาการ เป็นการเสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่องที่เรียนรู้ขอแต่ละแผนให้เชื่อมโยงสัมพันธ์กับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี

และภาษาต่างประเทศ เพื่อให้การเรียนรู้สอดคล้องและครอบคลุมสถานการณ์จริง

๓.๘ กระบวนการจัดการเรียนรู้ เป็นการเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เนื้อหาในแต่ละเรื่อง โดยใช้แนวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้ครูนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย ๕ ขั้น ได้แก่

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนนักเรียน

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

ขั้นที่ ๕ สรุป

๓.๙ กิจกรรมเสนอแนะ เป็นกิจกรรมเสนอแนะสำหรับให้นักเรียนได้พัฒนาเพิ่มเติมในด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากที่ได้จัดการเรียนรู้มาแล้วในชั่วโมงเรียน กิจกรรมเสนอแนะมี ๒ ลักษณะ คือ กิจกรรมสำหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษและต้องการศึกษาค้นคว้าในเนื้อหานั้น ๆ ให้ลึกซึ้งกว้างขวางยิ่งขึ้น และกิจกรรมสำหรับการเรียนรู้ให้ครบตามเป้าหมาย ซึ่งมีลักษณะเป็นการซ่อมเสริม

๓.๑๐ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ เป็นรายชื่อสื่อการเรียนรู้ทุกประเภทที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้

ซึ่งมีทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และสื่อบุคคล เช่น หนังสือ เอกสารความรู้ รูปภาพ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต วีดิทัศน์ ปราชญ์ชาวบ้าน

๓.๑๑ บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ เป็นส่วนที่ให้ครูบันทึกผลการจัดการเรียนรู้ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรเกิดขึ้นบ้าง ได้แก้ไขปัญหาและอุปสรรคนั้นอย่างไร และข้อเสนอแนะสำหรับการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป

นอกจากนี้ยังอำนวยความสะดวกให้ครู โดยจัดทำแบบทดสอบต่าง ๆ และความรู้เสริมสำหรับครูบันทึกลงใน ซีดี (CD) ประกอบด้วย

๑) มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดชั้นปี และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒) กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

๓) โครงงาน (Project Work)

๔) แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

๕) ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design

๖) รูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมงที่ออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design

๗) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๘) แบบทดสอบปลายภาคเรียน

๙) ใบงาน แบบบันทึก และแบบประเมินต่าง ๆ

ครูควรศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียมการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้พัฒนาครบทุกสมรรถนะสำคัญที่กำหนดไว้ในหลักสูตร กล่าวคือ สมรรถนะในการสื่อสาร

การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี รวมถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ตามหลักสูตร และกิจกรรมเสนอแนะเพื่อการเรียนรู้เพิ่มเติมให้เต็มตามศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งได้กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้นี้แล้ว

นอกจากนี้ครูสามารถปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสภาพความพร้อมของนักเรียนและสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ ซึ่งจะใช้เป็นผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ได้อำนวยความสะดวกให้ครู โดยได้พิมพ์โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบการเรียนรู้แบบ Backward Design ให้ครูเพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่ครูปรับปรุงเองไว้ด้วยแล้ว

๒. สัญลักษณ์ลักษณะกิจกรรมการเรียนรู้

คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ชุดนี้สามารถใช้คู่กับสื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ และแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ซึ่งทุกเล่มได้กำหนดสัญลักษณ์กำกับกิจกรรมการเรียนรู้ไว้ทุกกิจกรรม เพื่อช่วยให้ครูและนักเรียนทราบลักษณะของกิจกรรมนั้น ๆ เพือการจัดกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมาย

สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ที่กิจกรรมนั้นมีจุดมุ่งหมายและจุดเน้นที่แตกต่างกันตามลักษณะของกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้ ซึ่งมีความสอดคล้องกับธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้และจุดเน้นของหลักสูตร ดังนั้น สัญลักษณ์จึงเป็นแนวทางที่เอื้อประโยชน์ต่อนักเรียนที่จะศึกษาหาความรู้ตามรายละเอียดของกิจกรรม สัญลักษณ์ลักษณะของกิจกรรมการเรียนได้กำหนดไว้เป็น ๒ กลุ่ม ดังนี้

สัญลักษณ์หลักของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ทักษะทางภาษา เป็นกิจกรรมให้นักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ทางภาษาเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะทางภาษาต่อไป

ทักษะการฟัง/การดู เป็นกิจกรรมให้นักเรียนได้พัฒนาการฟังและการดูต่าง ๆ

ทักษะการพูด เป็นกิจกรรมให้นักเรียนพัฒนาทักษะการพูดประเภทต่าง ๆ

ทักษะการอ่าน เป็นกิจกรรมให้นักเรียนได้พัฒนาการอ่านประเภทต่าง ๆ

ทักษะการเขียน เป็นกิจกรรมให้นักเรียนได้พัฒนาการเขียนประเภทต่าง ๆ

สัญลักษณ์เสริมของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

โครงงาน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาการคิด การวางแผน และการแก้ปัญหา

การพัฒนากระบวนการคิด เป็นกิจกรรมให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิดเพื่อเพิ่มพูนทักษะการคิดด้านต่าง ๆ ของตนเอง

การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นกิจกรรมให้นักเรียนนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้หรือใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์จริงของชีวิตประจำวัน

การทำประโยชน์ให้สังคม เป็นกิจกรรมให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปปฏิบัติเพื่อให้ตระหนักในการทำประโยชน์ให้สังคม

การปฏิบัติจริง/ฝึกทักษะ เป็นกิจกรรมให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริงหรือฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดทักษะอันจะช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างสมบูรณ์และติดตัวคงคน

การศึกษาค้นคว้า/สืบค้น เป็นกิจกรรมให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าหรือสืบค้นจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองจนเกิดเป็นนิสัย

การสำรวจ เป็นกิจกรรมให้นักเรียนสำรวจและรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาศึกษาวิเคราะห์ หาสาเหตุ หาผลลัพธ์ ฝึกความเป็นผู้รอบรู้

การสังเกต เป็นกิจกรรมให้นักเรียนรู้จักสังเกตสิ่งที่ต้องการเรียนรู้จนสร้างองค์ความรู้ได้อย่างเป็นระบบและมีเหตุผล

กิจกรรมสำหรับกลุ่มพิเศษ เป็นกิจกรรมให้นักเรียนใช้พัฒนาการเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อการพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพ

กิจกรรมสำหรับซ่อมเสริม เป็นกิจกรรมสำหรับให้นักเรียนใช้เรียนเสริมเพื่อให้เกิด

การเรียนรู้ตามตัวชี้วัด

๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดแบบ Backward design (BwD)

การจัดการเรียนรู้หรือการสอนเป็นงานที่ครูทุกคนต้องใช้กลวิธีต่าง ๆ มากมายเพื่อให้นักเรียนสนใจที่จะเรียนรู้และเกิดผลตามที่ครูคาดหวัง การจัดการเรียนรู้จัดเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถตลอดจนประสบการณ์อย่างมาก ครูบางคนอาจจะละเลยเรื่องของการออกแบบการจัด

การเรียนรู้หรือการออกแบบการสอน ซึ่งเป็นงานที่ครูจะต้องทำก่อนการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้

การออกแบบการจัดการเรียนรู้ทำอย่างไร ทำไมจึงต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้

ครูทุกคนผ่านการศึกษาและได้เรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบการเรียนรู้มาแล้ว ในอดีตการออกแบบการเรียนรู้จะเริ่มต้นจากการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ การวางแผนการจัดการเรียนรู้ การดำเนินการจัดการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ปัจจุบันการเรียนรู้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้จากสื่อและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัว ดังนั้นการออกแบบการจัดการเรียนรู้จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ครูจำเป็นต้องดำเนินการให้เหมาะสมกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละบุคคล

แกรนต์ วิกกินส์ (Grant Wiggins) และ เจย์ แมกไท (Jay Mctighe) นักการศึกษาชาวอเมริกันได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ซึ่งเขาเรียกว่า Backward Design ซึ่งเป็นการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ครูจะต้องกำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนก่อน โดยเขาทั้งสองให้ชื่อว่า ความเข้าใจที่คงทน (Enduring Understandings) เมื่อกำหนดความเข้าใจที่คงทนได้แล้ว ครูจะต้องบอกให้ได้ว่าความเข้าใจที่คงทนของนักเรียนนี้เกิดจากอะไร นักเรียนจะต้องมีหรือแสดงพฤติกรรมอะไรบ้าง ครูมีหรือใช้วิธีการวัดอะไรบ้างที่จะบอกว่านักเรียนมีหรือแสดงพฤติกรรมเหล่านั้นแล้ว จากนั้นครูจึงนึกถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ที่จะทำให้นักเรียนเกิดความเข้าใจที่คงทนต่อไป

แนวคิดของ Backward Design

Backward Design เป็นการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ผลลัพธ์ปลายทางเป็นหลัก ซึ่งผลลัพธ์ปลายทางนี้จะเกิดขึ้นกับนักเรียนก็ต่อเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้ ทั้งนี้ครูจะต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กรอบความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล มีความสัมพันธ์กัน จากนั้นจึงจะลงมือเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ขยายรายละเอียดเพิ่มเติมให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อไป

กรอบความคิดหลักของการออกแบบการจัดการเรียนรู้โดย Backward Design มีขั้นตอนหลักที่สำคัญ ๓ ขั้นตอน คือ

ขั้นที่ ๑ กำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน

ขั้นที่ ๒ กำหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมี

ผลการเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง

ขั้นที่ ๓ วางแผนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ กำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน

ก่อนที่จะกำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนนั้น ครูควรตอบคำถามสำคัญต่อไปนี้

๑. นักเรียนควรจะมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง

๒. เนื้อหาสาระใดบ้างที่มีความสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจของนักเรียนและความเข้าใจที่คงทน (Enduring Understandings) ที่ครูต้องการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนมีอะไรบ้าง

เมื่อจะตอบคำถามสำคัญดังกล่าวข้างต้น ให้ครูนึกถึงเป้าหมายของการศึกษา มาตรฐานการเรียนรู้ด้านเนื้อหาระดับชาติที่ปรากฏอยู่ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ รวมทั้งมาตรฐานการเรียนรู้ระดับเขตพื้นที่การศึกษาหรือท้องถิ่น

การทบทวนความคาดหวังของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากมาตรฐานแต่ละระดับจะมีความสัมพันธ์กับเนื้อหาสาระต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างลดหลั่นกันไป ด้วยเหตุนี้ขั้นที่ ๑ ของ Backward Design ครูจึงต้องจัดลำดับความสำคัญและเลือกผลลัพธ์ปลายทางของนักเรียน ซึ่งเป็น

ผลการเรียนรู้ที่เกิดจากความเข้าใจที่คงทนต่อไป

ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

ความเข้าใจที่คงทนคืออะไร ความเข้าใจที่คงทนเป็นความรู้ที่ลึกซึ้ง ได้แก่ ความคิดรวบยอด ความสัมพันธ์ และหลักการของเนื้อหาและวิชาที่นักเรียนเรียนรู้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นความรู้ที่อิงเนื้อหา ความรู้นี้เกิดจากการสะสมข้อมูลต่าง ๆ ของนักเรียนและเป็นองค์ความรู้ที่นักเรียนสร้างขึ้นด้วยตนเอง

การเขียนความเข้าใจที่คงทนในการออกแบบการจัดการเรียนรู้

ถ้าความเข้าใจที่คงทน หมายถึง สาระสำคัญของสิ่งที่จะเรียนรู้แล้ว ครูควรจะรู้ว่าสาระสำคัญหมายถึงอะไร คำว่า สาระสำคัญ มาจากคำว่า Concept ซึ่งนักการศึกษาของไทยแปลเป็นภาษาไทยว่า สาระสำคัญ ความคิดรวบยอด มโนทัศน์ มโนมติ และสังกัป แต่การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้นิยมใช้คำว่า สาระสำคัญ

สาระสำคัญเป็นข้อความที่แสดงแก่นหรือเป้าหมายเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปรวมและข้อแตกต่างเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยอาจครอบคลุมข้อเท็จจริง กฎ ทฤษฎี ประเด็น และการสรุปสาระสำคัญและข้อความที่มีลักษณะรวบยอดอย่างอื่น

ประเภทของสาระสำคัญ

๑. ระดับกว้าง (Broad Concept)

๒. ระดับการนำไปใช้ (Operative Concept หรือ Functional Concept)

ตัวอย่างสาระสำคัญระดับกว้าง

( การอ่านเป็นการฝึกทักษะการออกเสียง

( พยัญชนะไทยมีทั้งหมด ๔๔ ตัว

ตัวอย่างสาระสำคัญระดับนำไปใช้

( การอ่านที่ดีผู้อ่านจะต้องออกเสียงคำที่ถูกต้อง เข้าใจคำศัพท์ จับใจความสำคัญ และบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่านได้

( พยัญชนะไทยมีทั้งหมด ๔๔ ตัว แบ่งออกเป็น ๓ หมู่ คือ อักษรกลาง อักษรสูง อักษรต่ำ นำไปใช้ในการผันวรรณยุกต์

แนวทางการเขียนสาระสำคัญ

๑. ให้เขียนสาระสำคัญของทุกเรื่อง โดยแยกเป็นข้อ ๆ (จำนวนข้อของสาระสำคัญจะเท่ากับจำนวนเรื่อง)

๒. การเขียนสาระสำคัญที่ดีควรเป็นสาระสำคัญระดับการนำไปใช้

๓. สาระสำคัญต้องครอบคลุมประเด็นสำคัญครบถ้วน เพราะหากขาดส่วนใดไปแล้วจะทำให้นักเรียนรับสาระสำคัญที่ผิดไปทันที

๔. การเขียนสาระสำคัญที่จะให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ วิธีการหนึ่งคือ การเขียนแผนผังสาระสำคัญ

ตัวอย่างการเขียนแผนผังสาระสำคัญ

สาระสำคัญของการผันอักษร: การผันอักษรแบ่งตามหมู่อักษรหรือไตรยางศ์เป็น อักษรกลาง อักษรสูง อักษรต่ำ

๕. การเขียนสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องใดควรเขียนลักษณะเด่นที่มองเห็นได้หรือนึกได้ออกมาเป็นข้อ ๆ แล้วจำแนกลักษณะเหล่านั้นเป็นลักษณะจำเพาะและลักษณะประกอบ

๖. การเขียนข้อความที่เป็นสาระสำคัญ ควรใช้ภาษาที่มีการขัดเกลาอย่างดี เลี่ยงคำที่มีความหมายกำกวมหรือฟุ่มเฟือย

ตัวอย่างการเขียนสาระสำคัญ เรื่อง ประโยค

ประโยค ลักษณะจำเพาะ ลักษณะประกอบ ประธาน ( – กริยา ( – กรรม – ( ส่วนขยายประธาน – ( ส่วนขยายกริยา – ( ส่วนขยายกรรม – (

สาระสำคัญของประโยค: ประโยคประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๒ ส่วน คือ ประธานและกริยา

กรรมและส่วนขยายต่าง ๆ จะมีหรือไม่มีก็ได้

ขั้นที่ ๒ กำหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง

เมื่อครูกำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนแล้ว ก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไปขอให้ครูตอบคำถามสำคัญ ต่อไปนี้

( นักเรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกในลักษณะใด จึงทำให้ครูทราบว่า นักเรียนบรรลุผลลัพธ์ปลายทางตามที่กำหนดไว้แล้ว

( ครูมีหลักฐานหรือใช้วิธีการใดที่สามารถระบุได้ว่านักเรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกตามผลลัพธ์ปลายทางที่กำหนดไว้

การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามหลักการของ Backward Design เน้นให้ครูรวบรวมหลักฐานการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่จำเป็นและมีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวได้ว่า การจัดการเรียนรู้ทำให้นักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์แล้ว ไม่ใช่เรียนแค่ให้จบตามหลักสูตรหรือเรียนตามชุดของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูกำหนดไว้เท่านั้น วิธีการของ Backward Design ต้องการกระตุ้นให้ครูคิดล่วงหน้าว่า

ครูควรจะกำหนดและรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์อะไรบ้างก่อนที่จะออกแบบหน่วยการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักฐานดังกล่าวควรจะเป็นหลักฐานที่สามารถใช้เป็นข้อมูลย้อนกลับที่มีประโยชน์สำหรับนักเรียนและครูได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ครูควรใช้วิธีการวัดและประเมินแบบต่อเนื่องอย่างไม่เป็นทางการและเป็นทางการตลอดระยะเวลาที่ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ต้องการให้ครูทำการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เรียกว่า สอนไปวัดผลไป

จึงกล่าวได้ว่าขั้นนี้ครูควรนึกถึงพฤติกรรมหรือการแสดงออกของนักเรียน โดยพิจารณาจากผลงานหรือชิ้นงานที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเรียนเกิดผลลัพธ์ปลายทางตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว และเกณฑ์ที่ใช้ประเมินควรเป็นเกณฑ์คุณภาพในรูปของมิติคุณภาพ (Rubrics) อย่างไรก็ตาม ครูอาจจะมีหลักฐานหรือใช้วิธีการอื่น ๆ เช่น การทดสอบก่อนและหลังเรียน การสัมภาษณ์ การศึกษาค้นคว้า การฝึกปฏิบัติขณะเรียนรู้ประกอบด้วยก็ได้

หลังจากที่ครูได้กำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนแล้ว ครูควรกำหนดภาระงานและวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามผลลัพธ์ปลายทางที่กำหนดไว้แล้ว

ภาระงาน หมายถึง งานหรือกิจกรรมที่กำหนดให้นักเรียนปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี/มาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ ลักษณะสำคัญของงานจะต้องเป็นงานที่สอดคล้องกับชีวิตจริงในชีวิตประจำวัน เป็นเหตุการณ์จริงมากกว่ากิจกรรมที่จำลองขึ้นเพื่อใช้ในการทดสอบ ซึ่งเรียกว่า งานที่ปฏิบัติเป็นงานที่มีความหมายต่อผู้เรียน (Meaningful Task) นอกจากนี้งานและกิจกรรมจะต้องมีขอบเขตที่ชัดเจน สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี/มาตรฐานการเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน

ทั้งนี้เมื่อได้ภาระงานครบถ้วนตามที่ต้องการแล้ว ครูจะต้องนึกถึงวิธีการและเครื่องมือที่จะใช้วัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนซึ่งมีอยู่มากมายหลายประเภท ครูจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับภาระงานที่นักเรียนปฏิบัติ

ตัวอย่างภาระงานเรื่อง การพูดแนะนำตนเอง รวมทั้งการกำหนดวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน ดังตาราง

ตัวชี้วัดชั้นปี สาระการเรียนรู้ ภาระงาน/ผลงาน การวัดและประเมินผล สื่อการเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ๑. ฟังคำแนะนำ

คำสั่งง่าย ๆ

และปฏิบัติตาม

๒. พูดสื่อสารได้ตรง

ตามวัตถุประสงค์

๓. มีมารยาทในการดู

และการพูด

การพูดแนะนำตนเอง

พูดแนะนำตนเองหน้า

ชั้นเรียน

๑. ซักถาม

๒. การสาธิต

๓. สังเกตการพูด

แนะนำตนเอง ๑. แบบซักถาม

๒. ตรวจสอบ

ผลงาน

๓. ประเมินการ

พูดแนะนำ

ตนเอง ๑. เกณฑ์คุณภาพ

๔ ระดับ

๒. เกณฑ์คุณภาพ

๔ ระดับ

๓. เกณฑ์คุณภาพ

๔ ระดับ

๑. เพลงสวัสดี

๒. วีดิทัศน์การพูด

แนะนำตัว

๓. แผนภูมิการพูด

แนะนำตัว

๔. แบบประเมิน

การพูดแนะนำตัว ตัวอย่าง ภาระงาน/ชิ้นงาน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ การพูดแนะนำตนเอง

ความเข้าใจที่คงทนจะเกิดขึ้นได้ นักเรียนจะต้องมีความสามารถ ๖ ประการ ได้แก่

๑. การอธิบาย ชี้แจง เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการอธิบายหรือชี้แจงในสิ่งที่เรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง สอดคล้อง มีเหตุมีผล และเป็นระบบ

๒. การแปลความและตีความ เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการแปลความและตีความได้อย่างมีความหมาย ตรงประเด็น กระจ่างชัด และทะลุปรุโปร่ง

๓. การประยุกต์ ดัดแปลง และนำไปใช้ เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการนำ

สิ่งที่ได้เรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ และคล่องแคล่ว

๔. การมีมุมมองที่หลากหลาย เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการมีมุมมองที่น่าเชื่อถือ เป็นไปได้ มีความลึกซึ้ง แจ่มชัด และแปลกใหม่

๕. การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการมีความละเอียดรอบคอบ เปิดเผย รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ระมัดระวังที่จะไม่ให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อผู้อื่น

๖. การรู้จักตนเอง เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการมีความตระหนักรู้ สามารถประมวลผลข้อมูลจากแหล่งที่หลากหลาย ปรับตัวได้ รู้จักใคร่ครวญ และมีความเฉลียวฉลาด

นอกจากนี้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดสมรรถนะสำคัญของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรไว้ ๕ ประการ ดังนี้

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถของนักเรียนในการถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อประนีประนอม การเลือกที่จะรับและไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถของนักเรียนในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดเชิงคุณธรรม และการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถของนักเรียนในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถของนักเรียนในด้านการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการและหาทางออกที่เหมาะสมด้านความขัดแย้งและความแตกต่างระหว่างบุคคล การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม

การสืบเสาะหาความรู้ และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถของนักเรียนในการเลือกใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทั้งด้านวัตถุ แนวคิด และวิธีการในการพัฒนาตนเองและสังคมด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหา และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม

นอกจากสมรรถนะสำคัญของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่กล่าวแล้วข้างต้น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรไว้ ๕ ประการ ดังนี้

๑. มีวินัย เป็นคุณลักษณะของนักเรียนด้านการประพฤติปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคมอย่างมีความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น

๒. ใฝ่เรียนรู้ เป็นคุณลักษณะของนักเรียนด้านความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้

อยากรู้ อยากเรียน รักการอ่าน การเขียน การฟัง รู้จักตั้งคำถามเพื่อหาเหตุผลทั้งด้วยตนเองและร่วมกับผู้อื่นด้วยความขยันหมั่นเพียรและอดทน และเปิดรับความคิดใหม่ ๆ

๓. เป็นอยู่พอเพียง เป็นคุณลักษณะของนักเรียนในการดำรงชีวิตอย่างมีความพอประมาณ ใช้สิ่งของอย่างประหยัด พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่บนหลักเหตุผลและมีภูมิคุ้มกันที่ดี

๔. รักความเป็นไทย เป็นคุณลักษณะของนักเรียนด้านการมีจิตสำนึกในเกียรติภูมิของความเป็นคนไทย รักแผ่นดินไทย นิยมไทย กตัญญูกตเวที มีความเมตตากรุณา มีความภูมิใจในความเป็นชนชาติไทย ภาษาไทย และปฏิบัติตนโดยคำนึงถึงความเป็นไทย และรู้จักปกป้องภูมิปัญญาไทย

๕. ใส่ใจส่วนรวม เป็นคุณลักษณะของนักเรียนในการปฏิบัติตนตามระบอบประชาธิปไตย มีความสามัคคี เป็นสมาชิกที่ดี เป็นอาสาสมัคร คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม เพื่อชุมชนและสังคมในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก

ดังนั้นการกำหนดภาระงานให้นักเรียนปฏิบัติ รวมทั้งการเลือกวิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้นั้น ครูควรคำนึงถึงความสามารถของนักเรียน ๖ ประการ ตามแนวคิดของ Backward Design สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อให้ภาระงาน วิธีการ และเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ครอบคลุมสิ่งที่สะท้อนผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Backward design ในขั้นที่ ๒ นี้ ครูจะต้องคำนึงถึงภาระงาน วิธีการ เครื่องวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีความเที่ยงตรง ความเชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ ตรงกับสภาพจริง มีความยืดหยุ่น และให้ความสบายใจแก่นักเรียนเป็นสำคัญ

ขั้นที่ ๓ วางแผนการจัดการเรียนรู้

เมื่อครูมีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน รวมทั้งกำหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนเกิดการเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริงแล้ว ขั้นต่อไปครูควรนึกถึงกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่จะจัดให้แก่นักเรียน การที่ครูจะนึกถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะจัดให้นักเรียนได้นั้น ครูควรตอบคำถามสำคัญ ต่อไปนี้

( ถ้าครูต้องการจะจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนเกิดความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง ความคิดรวบยอด หลักการ และทักษะกระบวนการต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับนักเรียน ซึ่งจะทำให้นักเรียนเกิดผลลัพธ์

ปลายทางตามที่กำหนดไว้ รวมทั้งเกิดเป็นความเข้าใจที่คงทนต่อไปนั้น ครูสามารถจะใช้วิธีการง่าย ๆ อะไรบ้าง

( กิจกรรมการเรียนรู้ที่จะช่วยเป็นสื่อนำให้ผู้เรียนเกิดความรู้และทักษะที่จำเป็นมีอะไรบ้าง

( สื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมและดีที่สุด ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานของหลักสูตรมีอะไรบ้าง

( กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ควรจัดกิจกรรมใดก่อนและควรจัดกิจกรรมใด

ภายหลัง

( กิจกรรมต่าง ๆ ออกแบบไว้เพื่อตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียนหรือไม่ เพราะเหตุใด

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนเกิดผลลัพธ์ปลายทางตามแนวคิดของ Backward Design นั้น วิกกินส์และแมกไทได้เสนอแนะให้ครูเขียนแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดของ WHERE TO (ไปที่ไหน) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

W แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดให้นั้นจะต้องช่วยให้นักเรียนรู้ว่าหน่วยการเรียนรู้นี้จะดำเนินไปในทิศทางใด (Where) และสิ่งที่คาดหวังคืออะไร (What) มีอะไรบ้าง ช่วยให้ครูทราบว่านักเรียนมีความรู้พื้นฐานและความสนใจอะไรบ้าง

H แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ควรดึงดูดความสนใจนักเรียนทุกคน (Hook) ทำให้นักเรียนเกิดความสนใจในสิ่งที่จะเรียนรู้ (Hold) และใช้สิ่งที่นักเรียนสนใจเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้

E แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ควรส่งเสริมและจัดให้ (Equip) นักเรียนได้มีประสบการณ์ (Experience) ในแนวคิดหลัก/ความคิดรวบยอด และสำรวจ รวมทั้งวินิจฉัย (Explore) ในประเด็น

ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ

R แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดทบทวน (Rethink) ปรับ (Revise) ความเข้าใจในความรู้และงานที่ปฏิบัติ

E แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ประเมิน (Evaluate) ผลงานและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้

T แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ควรออกแบบ (Tailored) สำหรับนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ ความสนใจ และความสามารถที่แตกต่างกันของนักเรียน

O แทน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้เป็นระบบ (Organized) ตามลำดับการเรียนรู้

ของนักเรียนและกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการสร้างองค์ความรู้ตั้งแต่เริ่มแรกและตลอดไป ทั้งนี้เพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล

อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตว่า การวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่มีการกำหนดวิธีการจัดการเรียนรู้ การลำดับบทเรียน รวมทั้งสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงนั้นจะประสบผลสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อครูได้มีการกำหนดผลลัพธ์ปลายทาง หลักฐาน และวิธีการวัดและประเมินผลที่แสดงว่านักเรียนมี

ผลการเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริงแล้ว การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นเพียงสื่อที่จะนำไปสู่เป้าหมายความสำเร็จที่ต้องการเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ถ้าครูมีเป้าหมายที่ชัดเจนก็จะช่วยทำให้การวางแผนการจัดการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สามารถทำให้นักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้ได้

โดยสรุปจึงกล่าวได้ว่า ขั้นนี้เป็นการค้นหาสื่อการเรียนรู้ แหล่งการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องเหมาะสมกับนักเรียน กิจกรรมที่กำหนดขึ้นควรเป็นกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้นักเรียนสามารถสร้างและสรุปเป็นความคิดรวบยอดและหลักการที่สำคัญของสาระที่เรียนรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจที่คงทน รวมทั้งความรู้สึกและเจตคติที่ดีไปพร้อม ๆ กับทักษะความชำนาญ

Backward Design Template

ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ที่

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดช่วงชั้น

๑. __________________________________________________

๒. __________________________________________________ ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า…

๑. _____________________

๒. _____________________ คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

๑. _________________________

๒. _________________________ ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะรู้ว่า…

๑. _____________________

๒. _____________________

๓. _____________________ ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ความ

เข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

๑. __________________________

๒. __________________________

๓. __________________________ ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามที่

กำหนดไว้อย่างแท้จริง ๑. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑. __________________________________________________

๒. __________________________________________________ ๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) ___________________ ๑) ___________________________

๒) ___________________ ๒) ___________________________ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ __________________________________________________

๓.๒ __________________________________________________ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ ________________________________________________________

________________________________________________________ รูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง

เมื่อครูออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design แล้ว ครูสามารถเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เป็นรายชั่วโมงได้โดยใช้รูปแบบของแผนการจัดการเรียนรู้แบบเรียงหัวข้อ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ชื่อแผน...(ระบุชื่อและลำดับที่ของแผนการจัดการเรียนรู้)

ชื่อเรื่อง...(ระบุชื่อเรื่องที่จะทำการจัดการเรียนรู้)

กลุ่มสาระ...(ระบุกลุ่มสาระที่จัดการเรียนรู้)

ชั้น...(ระบุชั้นที่จัดการเรียนรู้)

หน่วยการเรียนรู้ที่...(ระบุชื่อและลำดับที่ของหน่วยการเรียนรู้)

เวลา...(ระบุระยะเวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ต่อ ๑ แผน)

สาระสำคัญ...(เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทัศน์ของหัวเรื่องที่จะจัดการเรียนรู้)

ตัวชี้วัดชั้นปี...(ระบุตัวชี้วัดชั้นปีที่ใช้เป็นเป้าหมายของแผนการจัดการเรียนรู้)

จุดประสงค์การเรียนรู้...(กำหนดให้สอดคล้องกับสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งประกอบด้วย

ด้านความรู้ (Knowledge: K)

ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (Affective: A)

ด้านทักษะ/กระบวนการ (Performance: P))

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้...(ระบุวิธีการและเครื่องวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ทั้ง ๓ ด้าน)

สาระการเรียนรู้...(ระบุสาระและเนื้อหาที่ใช้จัดการเรียนรู้ อาจเขียนเฉพาะหัวเรื่องก็ได้)

กระบวนการจัดการเรียนรู้...(กำหนดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของกลุ่มสาระและการ

บูรณาการข้ามสาระ)

กิจกรรมเสนอแนะ...(ระบุรายละเอียดของกิจกรรมที่นักเรียนควรปฏิบัติเพิ่มเติม)

แนวทางบูรณาการ...(เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุ่มสาระอื่นที่บูรณาการร่วมกัน)

สื่อ/แหล่งเรียนรู้...(ระบุสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้)

บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้...(ระบุรายละเอียดของผลการจัดการเรียนรู้ตามแผนที่

กำหนดไว้ อาจนำเสนอข้อเด่นและข้อด้อยให้เป็นข้อมูลที่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำวิจัยในชั้นเรียนได้

ในส่วนของการเขียนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นั้น ให้ครูเขียนโดยนำขั้นตอนหลักของเทคนิค วิธีการของการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เช่น การเรียนแบบแก้ปัญหา การศึกษาเป็นรายบุคคล การอภิปรายกลุ่มย่อย/กลุ่มใหญ่ การฝึกปฏิบัติการ การสืบค้นข้อมูล ฯลฯ มาเขียนในขั้นการจัดการเรียนรู้ โดยให้คำนึงถึงธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้

การใช้แนวคิดของการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Backward Design จะช่วยให้ครูมีความมั่นใจในการจัดการเรียนรู้และใช้แผนการจัดการเรียนรู้ของ ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

๔. เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้–การวัดและประเมินผลกลุ่มสาระการเรียนรู้

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๔ (๒) และ (๓) ได้ระบุแนวทาง

การจัดการเรียนรู้ โดยเน้นการฝึกทักษะกระบวนการคิด การฝึกทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย การฝึกปฏิบัติจริงและการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการป้องกันและแก้ปัญหา ดังนั้น เพื่อให้การจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวนี้ การจัดทำการแผนการจัดการเรียนรู้ในคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ชุดนี้ จึงยึดแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child-Centered) เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ผสมผสานเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ กับหัวข้อเรื่องหรือประเด็นที่สอดคล้องกับสภาพและปัญหาที่เกิดในวิถีชีวิตของนักเรียน

แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้เปลี่ยนแปลงบทบาทของครูจากการเป็น

ผู้ชี้นำหรือถ่ายทอดความรู้ไปเป็นผู้ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนโดยใช้วิธีการต่าง ๆ อย่างหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้นักเรียนเกิดการสร้างสรรค์ความรู้และนำความรู้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ชุดนี้จึงได้นำเสนอทฤษฎีและเทคนิควิธีการเรียนการสอนต่าง ๆ มาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ เช่น

การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-Basd Learning–BBL) เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่อิงผลการวิจัยทางประสาทวิทยา ซึ่งได้เสนอแนะไว้ว่า ตามธรรมชาตินั้นสมองเรียนรู้ได้อย่างไร โดยได้กล่าวถึงโครงสร้างที่แท้จริงของสมองและการทำงานของสมองมนุษย์ที่มีการแปรเปลี่ยนไปตามขั้นของการพัฒนา ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดของการสร้างสรรค์การจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning–PBL) เป็นวิธีการจัด

การเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนร่วมกันแก้ปัญหาภายใต้การแนะนำของผู้สอน ให้ผู้เรียนช่วยกันตั้งคำถามและช่วยกันค้นหาคำตอบ โดยอาจใช้ความรู้เดิมมาแก้ปัญหา หรือศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมสำหรับการแก้ปัญหา นำข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้ามาสรุปเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหา แล้วช่วยกันประเมินการแก้ปัญหาเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาครั้งต่อไปสำหรับขั้นตอนการจัดการเรียนรู้

การจัดการเรียนรู้แบบพหุปัญญา (Multiple Intelligences) เป็นการพัฒนาองค์รวมของนักเรียน ทั้งสมองด้านซ้ายและสมองด้านขวาบนพื้นฐานความสามารถและสติปัญญาที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล มุ่งหมายจะให้ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาหรือสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ภายใต้ความหลากหลายของวัฒนธรรมหรือสภาพแวดล้อม

การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เป็นการจัดสถานการณ์และบรรยากาศให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ฝึกให้นักเรียนที่มีลักษณะแตกต่างกันทั้งสติปัญญาและความถนัดร่วมกันทำงานเป็นกลุ่ม ร่วมกันศึกษาค้นคว้า

การจัดการเรียนรู้แบบใช้หมวกความคิด ๖ ใบ (Six Thinking Hats) เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนฝึกตั้งคำถามและตอบคำถามที่ใช้ความคิดในลักษณะต่าง ๆ โดยสามารถอธิบายเหตุผลประกอบหรือวิเคราะห์วิจารณ์ได้

การจัดการเรียนรู้สืบสวนสอบสวน (Inquiry Process) เป็นการฝึกให้นักเรียนค้นหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่ออธิบายสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและมีหลักเกณฑ์ โดยนักเรียนจะต้องใช้ความสามารถของตนเองคิดค้น สืบเสาะ แก้ปัญหาหรือคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ด้วยตนเอง

การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา (Problem Solving) เป็นการฝึกให้นักเรียนเรียนรู้จากการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ดำเนินการแก้ปัญหา และตรวจสอบหรือมองย้อนกลับ

การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Work) เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการแสวงหาความรู้หรือค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่นักเรียนอยากรู้หรือสงสัยด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างหลากหลาย

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ (Active Learning) เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ให้นักเรียน

ได้ทดลองทำด้วยตนเอง เพื่อจะได้เรียนรู้ขั้นตอนของงานและรู้จักวิธีแก้ปัญหาในการทำงาน

การจัดการเรียนรู้แบบสร้างผังความคิด (Concept Mapping) เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดกลุ่มความคิดรวบยอด เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์กันระหว่างความคิดหลักและความคิด

รองลงไปโดยนำเสนอเป็นภาพหรือเป็นผัง

การจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experience Learning) เป็นการจัดกิจกรรมหรือจัดประสบการณ์ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติ แล้วกระตุ้นให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เจตคติใหม่ ๆ หรือวิธีการคิดใหม่ ๆ

การเรียนรู้โดยการแสดงบทบาทสมมุติ (Role Playing) เป็นการจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้แสดงบทบาทในสถานการณ์ที่สมมุติขึ้น โดยอาจกำหนดให้แสดงบทบาทสมมุติที่เป็นพฤติกรรมของบุคคลอื่น หรือแสดงพฤติกรรมในบทบาทของตนเองในสถานการณ์ต่าง ๆ

การจัดการเรียนรู้จากเกมจำลองสถานการณ์ (Simulation Gaming) เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่คล้ายกับการแสดงบทบาทสมมติ แต่เป็นการให้เล่นเกมจำลองสถานการณ์ โดยผู้สอนนำสถานการณ์จริงมาจำลองไว้ในห้องเรียน โดยการกำหนดกฎ กติกา เงื่อนไขสำหรับเกมนั้น ๆ แล้วให้ผู้เรียนไปเล่นเกมหรือกิจกรรมในสถานการณ์จำลองนั้น

การจัดการเรียนรู้ต้องจัดควบคู่การวัดและการประเมินผลตามภาระงาน/ชิ้นงานที่สอดคล้องกับตัวชี้วัด แผนการจัดการเรียนรู้นี้ได้เสนอการวัดและประเมินผลครบทั้ง ๓ ด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม และทักษะ/กระบวนการ และเน้นวิธีการวัดที่หลากหลายตามสถานการณ์จริง การดูร่องรอยต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการดูกระบวนการทำงาน และผลผลิตของงาน

โดยออกแบบการประเมินก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน และแบบทดสอบประจำหน่วยการเรียนรู้ พร้อมแบบฟอร์มและเกณฑ์การประเมิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครูไว้พร้อม ทั้งนี้ครูอาจเพิ่มเติมโดยการออกแบบการวัดและประเมินด้วยมิติคุณภาพ (Rubrics)

๕. ตารางวิเคราะห์สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดชั้นปีกับหน่วยการเรียนรู้

มาตรฐานการเรียน/ตัวชี้วัดชั้นปี

หน่วยการเรียนรู้ การอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด หลักการใช้ภาษา วรรณคดีและวรรณกรรม มฐ. ท ๑.๑ มฐ. ท ๒.๑ มฐ. ท ๓.๑ มฐ. ท ๔.๑ มฐ. ท ๕.๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ตา ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ อีกาตาดี ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เจ้าโบ ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เจ้าสำลี ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ บ้านแสนสุข ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ พ่อแม่ ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เพื่อนรัก ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ โรงเรียนของเรา ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คุณครูใจดี ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐ สนามเด็กเล่น ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( ( (

๖. โครงสร้างการแบ่งเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้/

แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง เวลา/

จำนวนชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ตา ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ อีกาตาดี ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เจ้าโบ ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เจ้าสำลี ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ บ้านแสนสุข ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ พ่อแม่ ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เพื่อนรัก ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ โรงเรียนของเรา ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คุณครูใจดี ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐ สนามเด็กเล่น ๑๐ ทดสอบปลายภาคเรียน ๒ รวม ๑๐๐

ตอนที่ ๒

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๘)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๑๑. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๑๒. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การพูดแนะนำตัว เป็นการบอกประวัติของตนเองให้ผู้อื่นได้รู้จัก

การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ จะต้องอ่านออกเสียงคำถูกต้องและจับใจความเรื่องที่อ่านได้

การรู้จักพยัญชนะและสระจะทำให้อ่านออก

เสียงคำและเข้าใจความหมายของคำศัพท์ คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

การพูดแนะนำตัวให้ผู้อื่นรู้จักมีวิธีการอย่างไร

การอ่านสะกดคำและแจกลูกมีวิธีการอย่างไร

ความรู้ที่ได้จากการอ่านเนื้อเรื่องมีอะไรบ้าง ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ ได้แก่ ขา ตา แม่ ขา

การพูดแนะนำตัว เป็นการบอกชื่อ–นามสกุล หรือประวัติของตนเองให้เพื่อนรู้จัก ซึ่งต้องพูดด้วยคำที่สุภาพ และเสียงดังชัดเจน

การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ จะต้องออกเสียงคำให้ถูกต้องชัดเจน จับใจความและตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้ถูกต้องครบถ้วน

พยัญชนะในภาษาไทยมี ๔๔ ตัว การรู้จักพยัญชนะ ข ห ต ม พ และสระอา จะทำให้อ่านสะกดคำและแจกลูกถูกต้องตามหลักภาษา ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่

ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

อธิบายวิธีพูดแนะนำตัว และพูดแนะนำตัว

ได้ถูกต้องครบถ้วน

บอกใจความสำคัญและเล่าเรื่องที่อ่านหรือฟัง

อ่านและเขียนสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ข ห ต ม พ และ สระอา ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้

ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ ฝึกอ่านออกเสียงเรื่อง ตา จับใจความสำคัญ และตอบคำถาม

๑.๒ ฝึกอ่านสะกดคำและแจกลูก

๑.๓ ฝึกเขียนพยัญชนะ ข ห ต ม พ และสระอา

๑.๔ พูดแนะนำตัวให้เพื่อนรู้จัก ๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม และค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้ ดัดแปลง และ

นำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น และการรู้จัก ตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง

พอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ

ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ การพูดแนะนำตัว เวลา ๑ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ การอ่านเรื่อง ตา เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ การอ่านสะกดคำและแจกลูก เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ รู้จักพยัญชนะ ข ห ต ม พ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ รู้จักสระ –า เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ การอ่านบทอ่านเสริม เวลา ๑ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑

การพูดแนะนำตัว

๑. สาระสำคัญ

การพูดแนะนำตัว เป็นการบอกชื่อ–นามสกุล หรือประวัติของตนเองให้ผู้อื่นรู้จัก

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป.๑/๑)

๒. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป.๑/๔)

๓. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป.๑/๕)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกคำพูดทักทาย คำพูดแนะนำตัวได้ (K)

๒. ยกตัวอย่างคำพูดสุภาพที่ใช้ในการพูดแนะนำตัวได้ (K, P)

๓. พูดแนะนำตัวโดยใช้ภาษาที่สุภาพได้ (P)

๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการพูด ๑. ประเมินทักษะการพูด

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การพูดแนะนำตัว

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ มารยาทในการกล่าวทักทาย

ภาษาต่างประเทศ การพูดทักทายหรือพูดแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ

ศิลปะ ร้องเพลง สวัสดี/แสดงท่าทางประกอบเพลง

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

ครูกล่าวทักทายนักเรียนด้วยคำ “สวัสดี” ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อเราพบกันเราต้องทักทายด้วยคำ “สวัสดี”

นักเรียนร้องเพลง สวัสดี และแสดงท่าทางประกอบเพลง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนช่วยกันบอกว่า เมื่อพบเพื่อนใหม่นักเรียนจะต้องทำอย่างไรจึงจะรู้จักกัน

๒. ครูสาธิตวิธีการแนะนำตัวที่ถูกต้อง หรือให้นักเรียนดูจากวีดิทัศน์

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔–๕ คน แต่ละกลุ่มช่วยกันบอกวิธีการพูดแนะนำตัวจากที่

สังเกตครูสาธิตหรือจากการดูวีดิทัศน์

๔. นักเรียนช่วยกันรายงานข้อสังเกตหน้าชั้นเรียน โดยมีครูให้คำแนะนำเพิ่มเติม

๕. นักเรียนศึกษาการพูดแนะนำตัวจากแผนภูมิการพูดแนะนำตนเอง ที่ครูติดบนกระดานดำ

๖. นักเรียนช่วยกันอธิบายการพูดแนะนำตัวในชั้นเรียน เพื่อน ๆ ช่วยกันแสดงความคิดเห็น

และประเมินการพูด

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนฝึกพูดแนะนำตัวในชั้นเรียน เพื่อน ๆ ช่วยกันแสดงความคิดเห็นและประเมิน การพูด

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำการพูดแนะนำตัวไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันวิธีการพูดแนะนำตัว

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนพูดแนะนำตัวให้สมาชิกในครอบครัวฟัง หรือแนะนำสมาชิกในครอบครัวให้เพื่อนฟัง โดยพูดแนะนำตัวตามวิธีการพูดแนะนำตัวที่ถูกต้อง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. เพลงสวัสดี

๓. วีดิทัศน์การพูดแนะนำตัว

๔. แผนภูมิการพูดแนะนำตัว

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒

การอ่านเรื่อง ตา

๑. สาระสำคัญ

การอ่านเรื่อง ตา เป็นการฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำ และจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๔. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๘)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่านได้ (K)

๓. มีมารยาทในการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการการพูด ๑. ประเมินทักษะการพูด

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การอ่านเรื่อง ตา

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนผังลำดับเครือญาติ

สังคมศึกษาฯ การลำดับเครือญาติทางฝ่ายแม่

ศิลปะ ร้องเพลง ตา/แสดงท่าทางประกอบเพลง

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. นักเรียนดูภาพคุณตา ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

แล้วช่วยกันบอกว่าเป็นใคร มีความสำคัญอย่างไร

๒. ครูนำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับเครือญาติ และการลำดับญาติทางฝ่ายแม่

๓. ครูบอกนักเรียนว่า คุณตา คือ พ่อของแม่

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูอ่านเรื่อง ตา ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

ทีละคำ แล้วให้นักเรียนอ่านตาม

๒. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม ให้อ่านออกเสียงเรื่อง ตา ทีละกลุ่ม

๓. นักเรียนอ่านออกเสียงเรื่อง ตา พร้อมกัน

๔. ครูตั้งคำถามเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง ตา ให้นักเรียนตอบดังนี้

๑) ตาคือใคร

๒) ตามาหาใคร

๓) ใครพาตามาหา

๔) น้องของแม่เรียกว่าอะไร

๕. ครูติดเพลง ตา บนกระดาน และร้องเพลง ตา ให้นักเรียนฟัง หรือเปิดแถบบันทึกเสียง

นักเรียนร้องตามและตบมือเป็นจังหวะ พร้อมทั้งแสดงท่าทางประกอบเพลง

๖. นักเรียนบอกลักษณะของคุณตาของนักเรียนทีละคน

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง ตา และช่วยกันเฉลยคำตอบ

นักเรียนเขียนแผนผังลำดับเครือญาติของตนเอง วาดภาพประกอบและระบายสีให้สวยงาม

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนอธิบายลำดับเครือญาติทางฝ่ายแม่ให้ผู้อื่นฟังได้

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปใจความสำคัญเรื่อง ตา

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนสัมภาษณ์ตาของตนเองว่าชื่ออะไร อายุเท่าไร มีอาชีพอะไร มีลูกกี่คน ใครบ้าง

จดบันทึกและนำมาเล่าให้เพื่อนฟังในชั้นเรียน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แถบบันทึกเสียง

๒. เพลงตา

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓

การแจกลูกและสะกดคำ

๑. สาระสำคัญ

การสะกดคำและแจกลูกถูกต้อง และเข้าใจความหมายของคำศัพท์ จะทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่าย

และยังเป็นการฝึกทักษะการอ่าน เพื่อให้อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๓. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านสะกดคำและแจกลูกได้ถูกต้อง (P)

๒. เขียนสะกดคำ และบอกความหมายของคำที่อ่านได้ (K, P)

๓. มีมารยาทในการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่าน

ออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การอ่านสะกดคำและแจกลูก

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ อ่านสะกดคำเกี่ยวกับเครือญาติ

ภาษาต่างประเทศ บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวกับเครือญาติเป็นภาษาอังกฤษ

สุขศึกษาฯ เล่นเกมเรียงคำ

การงานอาชีพฯ ประดิษฐ์บัตรคำศัพท์

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนตอบ ดังนี้

๑) ใครคือพ่อของแม่ (ตา)

๒) ใครคือน้องของแม่ (น้า)

๓) อวัยวะใดที่เราใช้เดิน (ขา)

๒. ครูติดบัตรพยัญชนะ บัตรสระ และบัตรวรรณยุกต์ ประสมเป็นคำตอบที่นักเรียนตอบ

บนกระดาน แล้วอ่านสะกดคำให้นักเรียนอ่านตาม

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

นักเรียนบอกคำที่พบจากเรื่อง ตา ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม เล่นเกมเรียงคำ โดยครูแจกบัตรพยัญชนะ บัตรสระ และ

บัตรวรรณยุกต์ให้กลุ่มละ ๑ ชุด แล้วแต่ละกลุ่มเรียงบัตรพยัญชนะ บัตรสระ และบัตรวรรณยุกต์

ให้เป็นคำตามที่พบจากเรื่อง ตา ภายในเวลา ๑๐ นาที กลุ่มใดทำได้มากที่สุดและถูกต้อง

เป็นฝ่ายชนะ

๓. ครูติดคำที่พบจากเรื่อง ตา บนกระดาน ให้นักเรียนอ่านสะกดคำและแจกลูกทีละคำจนคล่อง

๔. นักเรียนอ่านคำที่ติดบนกระดานเป็นคำ เป็นรายบุคคล จับคู่กันอ่าน และอ่านเป็นกลุ่ม

๕. นักเรียนบอกความหมายของคำที่พบจากเรื่อง ตา คำใดที่ไม่รู้ให้ครูอธิบายเพิ่มเติม

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอ่านและการเขียนสะกดคำและแจกลูก

๒. นักเรียนอธิบายความหมายของคำจากบทเรียน

๓. นักเรียนทำแผนภูมิเครือญาติ แล้วช่วยกันบอกคำศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนอ่านสะกดคำหรืออ่านคำที่พบในชีวิตประจำวัน โดยใช้แนวเทียบจากคำศัพท์ที่เรียน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีการอ่านสะกดคำและแจกลูก และอธิบายความหมายของคำศัพท์

จากบทเรียนเรื่อง ตา

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนประดิษฐ์บัตรคำ โดยใช้คำที่พบจากบทเรียน แล้วฝึกอ่านสะกดคำและเขียนแจกลูก

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. บัตรพยัญชนะ

๒. บัตรสระ

๓. บัตรวรรณยุกต์

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔

รู้จักพยัญชนะ ข ห ต ม พ

๑. สาระสำคัญ

พยัญชนะเป็นส่วนประกอบสำคัญในคำทุกคำ การรู้จักพยัญชนะ ข ห ต ม พ จะทำให้อ่านคำ

สะกดคำ และเข้าใจความหมายของคำในบทเรียนได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป.๑/๑)

๒. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านพยัญชนะได้ถูกต้อง (P)

๒. บอกวิธีการเขียนและเขียนพยัญชนะได้ถูกต้อง (K, P)

๓. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่าน

ออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักพยัญชนะ ข ห ต ม พ

๖. แนวทางบูรณาการ

ศิลปะ วาดภาพ ระบายสีคำศัพท์

การงานอาชีพฯ ทำสมุดภาพคำศัพท์

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนท่องพยัญชนะ ก–ฮ พร้อมกันทั้งชั้น

๒. นักเรียนช่วยกันบอกว่ารู้จักพยัญชนะตัวใดบ้าง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนดูภาพ ไข่ หีบใส่ผ้า เต่า ม้า และพาน แล้วบอกว่าแต่ละภาพตรงกับพยัญชนะตัวใด

ในภาษาไทย

๒. นักเรียนอาสาสมัครออกมาเขียนพยัญชนะแต่ละตัวจากภาพที่ได้ดู

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม แต่ละกลุ่มช่วยกันบอกคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ ข ห ต ม พ

ที่พบในเรื่อง ตา

๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มวาดภาพและระบายสีคำที่มี ข ห ต ม พ เป็นพยัญชนะต้น คำละ ๑ ภาพ

แล้วให้เพื่อนกลุ่มอื่น บอกว่าในภาพเป็นคำใด แล้วช่วยกันแต่งประโยคสั้น ๆ เช่น กลุ่มที่ ๑

วาดภาพ (ดวง) ตา กลุ่มอื่น ๆ ต้องบอกว่าเป็นภาพ (ดวง) ตา แล้วให้แต่ละกลุ่มแต่งประโยคที่มี

คำว่า (ดวง) ตา ประกอบ กลุ่มละ ๑ ประโยค ทำสลับกันจนครบทุกกลุ่ม

๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๑ เรื่อง พยัญชนะ ข ห ต ม พ ภายในเวลา ๑๕ นาที แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับพยัญชนะ ข ห ต ม พ แล้วช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนเขียนและอ่านพยัญชนะได้ถูกต้อง และนำไปใช้เขียนและอ่านสะกดคำในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีเขียนพยัญชนะ ข ห ต ม พ และออกเสียงพยัญชนะเหล่านี้พร้อมกัน

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนวาดภาพคำศัพท์ที่มีพยัญชนะ ข ห ต ม พ เป็นพยัญชนะต้น แล้วรวบรวมเป็นสมุดภาพ

คำศัพท์ประจำชั้นเรียน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ภาพไข่ หีบใส่ผ้า เต่า ม้า และ พาน

๒. ใบงานที่ ๑ เรื่อง พยัญชนะ ข ห ต ม พ

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕

รู้จักสระ –า

๑. สาระสำคัญ

การเรียนเรื่อง สระอา จะทำให้เขียนและอ่านคำที่ประสมด้วยสระอาได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป.๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านคำที่ประสมด้วยสระอาได้ถูกต้อง (P)

๒. บอกวิธีการเขียนและเขียนสระอาได้ถูกต้อง (K, P)

๓. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน

๓. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่าน

ออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักสระ –า

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เปรียบเทียบเสียงสระอากับสระในภาษาอังกฤษ

ศิลปะ วาดรูปไม้เท้า/ร้องเพลงสระอา/แสดงท่าทางประกอบเพลง

การงานอาชีพฯ จัดป้ายนิเทศ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูถามนักเรียนว่าเคยเห็นไม้เท้าที่คุณตา คุณยายถือหรือไม่ มีลักษณะอย่างไร

นักเรียนวาดรูปไม้เท้า

ครูบอกให้นักเรียนรู้ว่า ลักษณะของไม้เท้าที่นักเรียนวาด เหมือนรูปสระอา

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนช่วยกันบอกคำที่ประสมด้วยสระอาที่พบในเรื่อง ตา

๒. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ครูติดบัตรพยัญชนะ ๔๔ ตัว บนกระดาน ให้แต่ละกลุ่มเลือก

พยัญชนะบนกระดาน ๑ ตัว ไปประสมกับสระอา เมื่อประสมแล้วต้องบอกความหมายของคำ

ด้วยว่าหมายถึงอะไร

๓. ครูติดแผ่นป้ายเนื้อเพลง สระอา แล้วสอนนักเรียนร้องเพลงและตบมือเป็นจังหวะ พร้อมทั้ง

แสดงท่าทางประกอบเพลง

๔. นักเรียนช่วยกันตอบคำถามจากเพลง

๑) สระอามีรูปร่างอย่างไร

๒) สระอาวางไว้ตรงไหนของพยัญชนะ

๓) เพลงนี้มีคำใดประสมด้วยสระอาบ้าง

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำใบงานที่ ๒ เรื่อง รู้จักสระ –า ภายในเวลา ๑๕ นาที แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนฝึกอ่านคำที่ประสมด้วยสระอาในวิชาอื่นและในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะ วิธีเขียน และการวางสระอา

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนรวบรวมคำที่ประสมด้วยสระอาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

๒. นักเรียนหาภาพคำที่ประสมด้วยสระอามาจัดป้ายนิเทศ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. บัตรพยัญชนะ

๒. แผ่นป้ายเพลง สระอา

๓. ใบงานที่ ๒ เรื่อง รู้จักสระ –า

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖

การอ่านบทอ่านเสริม

๑. สาระสำคัญ

การอ่านบทอ่านเสริม เป็นการฝึกทักษะการอ่านคำ และประสมคำ ทั้งพยัญชนะและสระที่เรียน

ในบทเรียน ทั้งยังเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านที่ดี

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๔. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่านได้ (K)

๓. มีมารยาทในการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่าน

ออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการอ่าน

สรุปความ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การอ่านบทอ่านเสริม

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ การพูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูนำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการพูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพว่าควรมีหางเสียง

นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างคำที่เป็นหางเสียง เช่น

ผู้หญิงใช้ คะ ขา จ๊ะ จ๋า

ผู้ชายใช้ ครับ

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนอ่านสะกดคำและอ่านออกเสียงบทอ่านเสริมพร้อมกัน

๒. นักเรียนจับคู่อ่านบทอ่านเสริมเป็นคำให้คล่อง

๓. นักเรียนช่วยกันเล่าเรื่องที่อ่านจากบทอ่านเสริม

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับบทอ่านเสริม และช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง

ขั้นที่ ๔ การนำไปใช้

นักเรียนพูดกับผู้อื่นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนและครูช่วยกันสรุปใจความสำคัญของบทอ่านเสริม

นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนเขียนแผนภาพลำดับเครือญาติทางฝ่ายพ่อ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๓. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๒)

พูดสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๑๓. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การอ่านเป็นการฝึกทักษะการออกเสียงคำที่ถูกต้องและจับใจความเรื่องที่อ่านได้

การรู้จักพยัญชนะและสระจะทำให้อ่านและเขียนได้ถูกต้อง คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

การอ่านเนื้อเรื่องได้ความรู้อะไรบ้าง

การรู้จักรูปและเสียงพยัญชนะ ก ด น ล และสระอี สระอู มีประโยชน์อย่างไร

การอ่านสะกดคำและแจกลูกมีวิธีการอย่างไร ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ ได้แก่ ดู ปูนา รู อีกา

การอ่านหรือฟังเนื้อเรื่องจะต้องจับใจความสำคัญให้ได้ และอ่านคำศัพท์ได้ถูกต้องทั้งอ่านเป็นคำและอ่านแจกลูกสะกดคำ

การรู้จักพยัญชนะ ก ด น ล และสระอี สระอู จะทำให้เขียนและอ่านคำที่มีพยัญชนะและสระดังกล่าวประสมอยู่ถูกต้อง ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่

ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

บอกใจความสำคัญ และเล่าเรื่องที่อ่านหรือฟังได้

อ่านและเขียนคำใหม่ในบทเรียน

อ่านและเขียนสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ก ด น ล และสระอี สระอู

แต่งประโยคหรือแต่งเรื่องสั้น ๆ ได้ ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้

ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ ฝึกอ่านออกเสียงเรื่อง อีกาตาดี

๑.๒ จับใจความสำคัญจากการอ่านหรือการฟัง

๑.๓ เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่านหรือฟัง

๑.๔ ฝึกอ่านและเขียนแจกลูกสะกดคำ

๑.๕ ฝึกเขียนพยัญชนะ ก ด น ล และสระอี สระอู

๑.๖ คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

๑.๗ เขียนตามคำบอก

๑.๘ แต่งประโยคหรือเรื่องราวสั้น ๆ ๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม และค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้ ดัดแปลง และ

นำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง

พอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ การอ่านเรื่อง อีกาตาดี เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ การอ่านคำศัพท์ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ รู้จักพยัญชนะ ก ด น ล เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ รู้จักสระ –ี, –ู เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ การอ่านบทอ่านเสริม เวลา ๒ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗

การอ่านเรื่อง อีกาตาดี

๑. สาระสำคัญ

การอ่านเรื่อง อีกาตาดี เป็นการฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำ และจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน

อีกทั้งยังเป็นการทบทวนการอ่านคำที่มีสระอาด้วย

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๔. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่านได้ (K)

๓. เล่าเรื่องย่อได้ถูกต้อง (P)

๔. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

ก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการอ่าน

สรุปความ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การอ่านเรื่อง อีกาตาดี

๖. แนวทางบูรณาการ

วิทยาศาสตร์ ชมวีดิทัศน์วงจรชีวิตของอีกา

ศิลปะ ร้องเพลง กา/แสดงท่าทางประกอบ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

นักเรียนช่วยกันบอกลักษณะของอีกา

นักเรียนร้องเพลง กา และแสดงท่าทางประกอบเพลง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

นักเรียนฟังเรื่อง อีกาตาดี ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถม

ศึกษาปีที่ ๑ จากครูอ่านให้ฟัง หรือฟังจากแถบบันทึกเสียง ๒–๓ รอบ

๒. นักเรียนอ่านเรื่อง อีกาตาดี พร้อมกัน

๓. นักเรียนจับคู่ฝึกอ่านเรื่อง อีกาตาดี จนคล่อง

๔. นักเรียนจับใจความสำคัญของเรื่อง อีกาตาดี โดยตอบคำถามครูตามแนวคำถาม ดังนี้

๑) ตัวละครในเรื่อง อีกาตาดี มีใครบ้าง

๒) อีกาดูอะไร

๓) อีกาไปไหนมาไหนได้อย่างไร

๔) นักเรียนคิดว่าอีกามีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร

๕. นักเรียนช่วยกันเล่าเรื่อง อีกาตาดี

๖. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มแต่งเรื่องต่อว่าอีกาบินลงมาทำอะไร

แล้วนำเสนอให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนฝึกตั้งคำถามและตอบคำถามง่าย ๆ จากเรื่อง อีกาตาดี

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง อีกาตาดี แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการอ่านคำในบทเรียนไปใช้ในการอ่านข้อความอื่นในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปใจความสำคัญเรื่อง อีกาตาดี

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนชมวีดิทัศน์สารคดีวงจรชีวิตของอีกา

๒. นักเรียนฝึกร้องเพลงที่เกี่ยวกับสัตว์อื่นในเรื่อง เช่น ปูนา

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. เพลง กา

๓. แถบบันทึกเสียง

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘

การอ่านคำศัพท์

๑. สาระสำคัญ

การอ่านคำศัพท์ เป็นการฝึกทักษะการอ่านสะกดคำและแจกลูก จะทำให้อ่านและเขียนคำศัพท์

ได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

๔. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๕. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

๖. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่าน เขียน และบอกความหมายของคำใหม่ในบทเรียนได้ (K, P)

๒. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดได้ถูกต้องสวยงาม (P)

๓. เรียบเรียงคำเป็นประโยคหรือข้อความ (K, P)

๔. มีมารยาทในการอ่านและการเขียน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน

๓. ประเมินมารยาทในการเขียนและนิสัย

รักการเขียน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการคัดลายมือ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. การอ่านคำใหม่ในบทเรียน

๒. การอ่านสะกดคำและแจกลูก

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เปรียบเทียบคำศัพท์ที่เป็นคำใหม่ในบทเรียนกับคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ

ศิลปะ วาดภาพประกอบคำศัพท์

สุขศึกษาฯ เล่นเกมใบ้คำ และเกมเรียงคำ ทำประโยค

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูขออาสาสมัคร ๒ คน ให้แต่ละคนดูภาพอีกาและปูนา แล้วช่วยกันใบ้คำให้เพื่อนทาย

๒. ครูเขียนคำศัพท์ที่นักเรียนทายถูกบนกระดาน ให้นักเรียนอ่านสะกดคำพร้อมกัน

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนบอกคำใหม่ในบทเรียนเรื่อง อีกาตาดี

๒. ครูให้นักเรียนดูภาพคำใหม่ในบทเรียนทีละภาพ แล้วอ่านคำพร้อมกัน

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มฝึกอ่านคำใหม่ในบทเรียนจนคล่อง และคัดลายมือ

ตัวบรรจงเต็มบรรทัดให้สวยงาม

๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนแจกลูกคำใหม่ในบทเรียน แล้วช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง

๕. นักเรียนเล่นเกมเรียงคำ ทำประโยค จากตารางที่กำหนดให้

อีกา นา ดี รู ดู บิน กา อา ลง ปูนา ร้อง ใน

กลุ่มใดนำคำมาเรียงเป็นประโยคที่มีความหมายและได้จำนวนประโยคมากที่สุด กลุ่มนั้นชนะ

๖. ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของประโยคในแต่ละกลุ่ม

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับคำใหม่ในบทเรียนและการอ่าน การเขียนสะกดคำและแจกลูก

แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนเขียนตามคำบอกจากคำใหม่ในบทเรียน

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำความรู้จากการอ่านคำศัพท์ไปใช้ทำความเข้าใจกับข้อความหรือประโยคที่พบในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปความหมายของคำศัพท์ในบทเรียนเรื่อง อีกาตาดี และอ่านสะกดคำและแจกลูก

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนวาดภาพประกอบคำศัพท์หรือประโยคที่เรียนในบทเรียน

๒. นักเรียนหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ตรงกับคำใหม่ในบทเรียน แล้วฝึกอ่านหรือพูดจนคล่อง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ภาพคำศัพท์

๒. ตารางคำ

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙

รู้จักพยัญชนะ ก ด น ล

๑. สาระสำคัญ

การรู้จักพยัญชนะ ก ด น ล จะช่วยอ่านสะกดคำที่มีพยัญชนะ ก ด น ล เป็นพยัญชนะต้น

ได้อย่างถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกรูปและเสียงพยัญชนะ ก ด น ล และอ่านได้ถูกต้อง (K, P)

๒. บอกวิธีการเขียนและเขียนพยัญชนะได้ถูกต้อง (K, P)

๓. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักพยัญชนะ ก ด น ล

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ หาคำตอบจากโจทย์เลข แล้วนำมาเทียบเป็นตัวอักษรไทย

การงานอาชีพฯ ประดิษฐ์บัตรคำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูถามนักเรียนว่าพยัญชนะในภาษาไทยมีทั้งหมดกี่ตัว

ครูสุ่มเรียกนักเรียนถามว่า พยัญชนะตัวที่ ๒๐ ในภาษาไทยคือพยัญชนะตัวใด หากนักเรียน ตอบไม่ได้ให้นับจากโปสเตอร์ตัวอักษร ก–ฮ

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนดูคำอ่านของตัวอักษร ก ด น ล ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. นักเรียนคัดเรื่อง อีกาตาดี ลงในสมุด แล้ววงกลมคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ ก ด น ล แล้ว

แลกเปลี่ยนกันตรวจ

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มทำโจทย์เลขที่กำหนดให้ คำตอบของโจทย์เลข

คือ ลำดับของพยัญชนะในอักษรไทย เปรียบเทียบกับโปสเตอร์ตัวอักษรไทย นักเรียนแต่ละกลุ่ม

เขียนคำตอบเป็นเลขไทย และบอกพยัญชนะตามลำดับให้ถูกต้อง กลุ่มใดทำเสร็จก่อนและถูกต้อง

มากที่สุดชนะ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทบทวนการรู้จักพยัญชนะ ก ด น ล ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ทำใบงานที่ ๓ เรื่อง รู้จักพยัญชนะ ก ด น ล แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๓. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอ่านและการเขียนพยัญชนะ ก ด น ล แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนอ่านคำที่มีพยัญชนะต้นเป็น ก ด น ล ที่พบในชีวิตประจำวันได้

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีเขียนและอ่านออกเสียงพยัญชนะ ก ด น ล

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนประดิษฐ์บัตรคำศัพท์ที่มี ก ด น ล เป็นพยัญชนะต้น

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. โปสเตอร์ตัวอักษรไทย

๒. โจทย์เลข

๓. ใบงานที่ ๓ เรื่อง รู้จักพยัญชนะ ก ด น ล

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๐

รู้จักสระ –ี, –ู

๑. สาระสำคัญ

การเรียนเรื่อง สระอี สระอู จะทำให้อ่านสะกดคำและเขียนแจกลูกคำที่สะกดด้วยสระอีและสระอู

ได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกรูปและเสียงสระอี สระอู และอ่านได้ถูกต้อง (K, P)

๒. อ่านคำที่ประสมด้วยสระอี สระอู ได้ถูกต้อง (P)

๓. บอกวิธีการเขียนและเขียนสระอี สระอู ได้ถูกต้อง (K, P)

๔. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักสระ –ี, –ู

๖. แนวทางบูรณาการ

ศิลปะ วาดภาพระบายสีสัตว์ที่มีคำประสมด้วยสระอี สระอู

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูขีดเส้น – บนกระดาน จะเรียงลำดับก่อน–หลังอย่างไรก็ได้ ให้นักเรียนลองนำเส้นเหล่านี้ มาต่อกัน แล้วตอบว่าเมื่อต่อกันแล้วเป็นสระใด

ครูติดโปสเตอร์รูปสระในภาษาไทยแล้วให้นักเรียนลองสังเกตว่ารูปสระใดมีลักษณะเหมือนพยัญชนะ ข

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนดูการอ่านออกเสียงของสระอี สระอูในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. ครูอธิบายวิธีเขียนสระอี สระอูที่ถูกต้องให้นักเรียนฟัง

นักเรียนเขียนรูปสระอี สระอูทีละคน บนกระดาน โดยให้เพื่อน ๆ และครูตรวจสอบวิธีการเขียนว่าถูกต้องหรือไม่

ครูติดตารางคำที่ใช้สระอี สระอูให้นักเรียนดู แล้วแบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม สนทนาถึงลักษณะ การวางสระอี และสระอู แล้วนำเสนอข้อสรุปของกลุ่ม

อีกา ตาดี ตีงู ชูมือ ดูปู ในรู ดีใจ ใบหู ปูนา

ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า สระอี ใช้วางไว้บนพยัญชนะ ส่วนสระอู ใช้วางไว้ใต้พยัญชนะ

ครูอ่านสะกดคำและแจกลูก ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษา

ปีที่ ๑ ให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนอ่านตามจนคล่อง

๗. นักเรียนทำกิจกรรมการอ่านสะกดคำและแจกลูก แล้วช่วยกันเฉลย

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม แต่ละกลุ่มอ่านเรื่อง อีกาตาดี แล้วเขียนคำที่มีสระอี สระอู

ตรวจสอบร่วมกันเมื่อเสร็จ

๒. นักเรียนทำใบงานที่ ๔ เรื่อง รู้จักสระ –ี, –ู

๓. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอ่านและการเขียนสระอี, อู แล้วช่วยกันเฉลย

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำไปฝึกอ่านคำที่ประสมด้วยสระอี สระอู ในวิชาอื่นและในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะ วิธีเขียน และการวางสระอี สระอู

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนวาดภาพสัตว์ที่มีคำประสมด้วยสระอี สระอู ระบายสีให้สวยงาม พร้อมทั้งเขียนชื่อสัตว์ไว้ใต้ภาพ

แล้วรวบรวมทำเป็นเล่ม

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. โปสเตอร์รูปสระในภาษาไทย

๒. ตารางคำที่มีสระอีและสระอู

๓. ใบงานที่ ๔ เรื่อง รู้จักสระ –ี, –ู

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑

บทอ่านเสริม

๑. สาระสำคัญ

บทอ่านเสริม เป็นการทบทวนการฟังหรือการอ่านสะกดคำจากพยัญชนะและสระที่เรียนในบทเรียน

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

๒. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

๓. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

๔. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. จับใจความสำคัญและตอบคำถามจากเรื่องที่ฟังได้ (K, P)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่ฟังได้ (K)

๓. เล่าเรื่องที่ฟังได้ถูกต้อง (P)

๔. มีมารยาทในการฟังและการพูด (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจเรียน

ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม ความมี

ระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการฟังและการดู ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการอ่านสรุปความ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

บทอ่านเสริม

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพความคิด

สังคมศึกษาฯ นำการอ่านไปใช้เป็นแนวเทียบในการอ่านป้ายหรือข้อความที่พบใน

ชีวิตประจำวัน

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. ครูนำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับลำดับเครือญาติทางฝ่ายพ่อ

๒. นักเรียนตอบครูว่า น้องของพ่อเราเรียกว่าอะไร

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนฟังครูอ่านบทอ่านเสริมในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. นักเรียนบอกคำที่ไม่รู้จักในบทอ่านเสริม ให้ครูอ่านและอธิบายความหมายให้นักเรียนฟัง

๓. นักเรียนอ่านบทอ่านเสริมเป็นคำพร้อมกัน

๔. ครูถามความเข้าใจจากการอ่านบทอ่านเสริมตามแนวคำถาม ดังนี้

๑) นาเป็นของใคร

๒) อีกามานาตาได้อย่างไร

๓) สัตว์อะไรบ้างที่อยู่ในรู

๕. นักเรียนช่วยกันเล่าเรื่องจากบทอ่านเสริม

๖. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ อ่านสะกดคำ กลุ่มที่ ๒ อ่านเป็นคำ โดยอ่านจาก

บทอ่านเสริม แล้วสลับกันอ่าน เมื่อจบแล้วให้อ่านเป็นคำพร้อมกันทั้งชั้น

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนอ่านทบทวนบทอ่านเสริมจนคล่อง

๒. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับบทอ่านเสริม แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำไปเป็นแนวเทียบในการอ่านป้ายหรือข้อความที่พบในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปใจความสำคัญของบทอ่านเสริม

นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนเขียนแผนภาพความคิดจากบทอ่านเสริม แล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันดูกับเพื่อน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๓. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

บอกความหมายของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์สำคัญที่มักพบเห็นในชีวิตประจำวัน

ท ๑.๑ (ป. ๑/๗)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

ต่อคำคล้องจองง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๔) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ จะต้องอ่านออกเสียงคำถูกต้อง และจับใจความสำคัญของเรื่องให้ได้

การรู้จักพยัญชนะและสระจะทำให้อ่านได้ถูกต้องและรู้จักวิธีการเขียน คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

การอ่านเรื่อง เจ้าโบ ได้ความรู้อะไรบ้าง

การอ่านสะกดคำและแจกลูกมีวิธีการอย่างไร

สัญลักษณ์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน

มีอะไรบ้าง มีความหมายว่าอะไร ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ ได้แก่ ถูกใจ ว่องไว หมา เห่า

การอ่านเนื้อเรื่องจะต้องอ่านคำศัพท์ให้ถูกต้อง และเข้าใจความหมายของเรื่องที่อ่าน

การรู้จักพยัญชนะ จ บ ว จะทำให้รู้วิธีเขียน และอ่านคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ จ บ ว ถูกต้อง

การรู้จักสระไอ สระใอ สระโอ ทำให้รู้จักวิธีขียนและอ่านคำที่ประสมด้วยสระไอ สระใอ สระโอ ถูกต้อง ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่

ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

อ่านออกเสียงคำศัพท์ในบทเรียนได้ถูกต้อง และเข้าใจความหมายของคำศัพท์

บอกสาระสำคัญของเรื่องและตอบคำถามถูกต้อง

อ่านและเขียนแจกลูกและสะกดคำ คำที่ประสมด้วยพยัญชนะ จ บ ว และสระไอ สระใอ สระโอ

เรียบเรียงข้อความเป็นประโยคและแต่งเรื่องสั้น ๆ ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผล

การเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ ฝึกอ่านออกเสียงเรื่อง เจ้าโบ จับใจความสำคัญ และตอบคำถาม

๑.๒ ฝึกอ่านสะกดคำและแจกลูก

๑.๓ ฝึกเขียนพยัญชนะ จ บ ว และสระไอ สระใอ สระโอ

๑.๔ ต่อคำคล้องจอง ๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม และค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้ ดัดแปลง และ

นำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น และการรู้จัก

ตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง

พอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ

ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ การอ่านเรื่อง เจ้าโบ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓ การอ่านคำศัพท์ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ รู้จักพยัญชนะ จ บ ว เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๕ รู้จักสระ ไ–, ใ–, โ– เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ การอ่านบทอ่านเสริม เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒

การอ่านเรื่อง เจ้าโบ

๑. สาระสำคัญ

การอ่านออกเสียง เป็นการฝึกอ่านภาษาไทยให้ชัดเจนตามหลักการออกเสียง และเป็นการฝึกอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำและข้อความได้ (K, P)

๒. บอกใจความสำคัญและแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้ (K, P)

๓. เห็นความสำคัญของการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

ก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการอ่าน

สรุปความ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การอ่านเรื่อง เจ้าโบ

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เปรียบเทียบคำศัพท์ที่เกี่ยวกับเรื่อง เจ้าโบ เช่น หมา เลี้ยง

ขา หู สัตว์

ศิลปะ วาดภาพสัตว์เลี้ยงของตนเอง

สุขศึกษา เล่นเกมต่อคำสัมผัส

การงานอาชีพฯ อธิบายลักษณะของหมา บอกวิธีการเลี้ยงและประโยชน์ของหมา

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

ครูนำนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่บ้านของนักเรียน

นักเรียนดูภาพหมาพันธุ์ต่าง ๆ แล้วจับกลุ่มสนทนาเกี่ยวกับภาพที่ดู

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูอ่านเรื่อง เจ้าโบ ให้นักเรียนฟัง ๑ รอบ ให้นักเรียนอ่านตามจนคล่อง

๒. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม ครูแบ่งเนื้อเรื่อง เจ้าโบ ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย

สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เป็น ๒ ตอน ตอนที่ ๑ ให้นักเรียนกลุ่มที่ ๑ อ่าน

ตอนที่ ๒ ให้นักเรียนกลุ่มที่ ๒ อ่าน อ่านสลับกันไปจนคล่อง หากคำใดนักเรียนอ่านไม่ได้

ให้ครูอ่านให้ฟัง แล้วให้นักเรียนอ่านตาม

๓. นักเรียนอ่านสะกดคำ เรื่อง เจ้าโบ ทีละคำพร้อมกัน

๔. นักเรียนสังเกตการใช้คำของเรื่องที่อ่าน แล้วจับกลุ่มสนทนากลุ่มย่อยแล้วนำเสนอผลการสนทนา

ทีละกลุ่ม

๕. ครูอธิบายเรื่องการใช้คำในเนื้อเรื่องว่าเป็นการใช้คำที่มีสัมผัสคล้องจอง ทำให้เนื้อเรื่องมีความไพเราะ

เพิ่มขึ้น และอธิบายลักษณะของคำสัมผัสคล้องจองให้นักเรียนฟัง

๖. นักเรียนช่วยกันบอกคำสัมผัสคล้องจองจากเรื่อง เจ้าโบ

๗. นักเรียนเล่นเกมต่อคำสัมผัส โดยครูจะเป็นผู้เริ่มบอกคำตั้ง แล้วให้นักเรียนบอกคำสัมผัสต่อกัน

ทีละคน ภายในเวลา ๕ วินาที หากใครต่อไม่ทันต้องออกไปทำตามที่เพื่อนต้องการ เล่นจนครบ

จำนวนนักเรียนในห้อง เช่น ครูบอกคำ สำลี นักเรียนคนที่ ๑ บอก สีขาว นักเรียนคนที่ ๒ บอก

ชาวนา

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เจ้าโบ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนพูดแสดงความคิดเห็นว่า เมื่อนักเรียนพบสัตว์ที่ถูกทำร้ายหรือได้รับบาดเจ็บ

นักเรียนรู้สึกอย่างไร

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนบอกลักษณะและประโยชน์ของหมาให้ผู้อื่นฟังได้

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปเรื่อง เจ้าโบ ตามความเข้าใจ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนชมวีดิทัศน์ละครสัตว์หรือชมวีดิทัศน์การฝึกหมาพันธุ์ต่าง ๆ

๒. วาดภาพสัตว์เลี้ยงของตนเอง แล้วเล่าวิธีเลี้ยงให้เพื่อนฟัง

๓. ค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับเรื่อง เจ้าโบ เช่น สุนัข เลี้ยง สัตว์ ขา หู

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. ภาพหมา

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓

การอ่านคำศัพท์

๑. สาระสำคัญ

การอ่านคำศัพท์ เป็นการฝึกทักษะการอ่านสะกดคำและแจกลูกคำ ซึ่งจะทำให้อ่านและเขียนสะกด

คำศัพท์ได้ถูกต้อง และสามารถนำคำศัพท์ไปแต่งเป็นเรื่องราวได้

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๔. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๕. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านสะกดคำ ออกเสียงคำ และข้อความได้ถูกต้อง (P)

๒. สะกดคำและบอกความหมายของคำและข้อความที่อ่านได้ (K, P)

๓. มีมารยาทในการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการอ่าน

สรุปความ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม ๕. สาระการเรียนรู้

การอ่านคำศัพท์

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ บอกรายละเอียดของหมาเป็นภาษาอังกฤษ

ศิลปะ วาดภาพ ระบายสี

การงานอาชีพฯ สัมภาษณ์วิธีเลี้ยงสัตว์เลี้ยงของเพื่อนในชั้นเรียน

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนดูภาพหมาแล้วบอกรายละเอียดของหมาตามที่ครูถาม

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนอ่านสะกดคำ คำใหม่ในบทเรียนเรื่อง เจ้าโบ ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย

สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ พร้อมกัน

๒. ครูถามความหมายของคำใหม่ในบทเรียนทีละคำ ให้นักเรียนช่วยกันตอบ โดยเปรียบเทียบคำใหม่

กับเนื้อเรื่องและภาพหมา

๓. นักเรียนคัดคำใหม่ในบทเรียนเรื่อง เจ้าโบ ลงในสมุด

๔. ครูเลือกคำใหม่ในบทเรียนเรื่อง เจ้าโบ ให้นักเรียนเขียนสะกดคำและแจกลูก

๕. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแต่งเรื่องจากคำต่อไปนี้

แล้วส่งตัวแทนออกมาเล่าให้เพื่อนกลุ่มอื่น ๆ ฟังหน้าชั้นเรียน

๖. นักเรียนวาดภาพหมาที่นักเรียนอยากเลี้ยง ระบายสีให้สวยงาม พร้อมตั้งชื่อหมาตัวที่นักเรียนวาด

แล้วชี้ลูกศรไปที่อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของหมา แล้วเขียนบอกว่าแต่ละส่วนที่ลูกศรชี้เรียกว่าอะไร

หมาตัวนี้มีสีอะไร

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนฝึกแต่งประโยคจากคำใหม่อื่น ๆ ให้มีความหมายที่ถูกต้อง

๒. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับคำใหม่ในบทเรียน แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำความรู้จากการอ่านคำศัพท์ไปใช้สังเกตลักษณะของสัตว์เลี้ยง

นักเรียนนำความรู้จากการอ่านคำศัพท์ไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปความหมายของคำศัพท์ในบทเรียนเรื่อง เจ้าโบ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนสัมภาษณ์เพื่อนในชั้นเรียนว่าเลี้ยงสัตว์อะไรบ้าง มีวิธีการเลี้ยงอย่างไร

๒. นักเรียนช่วยกันอธิบายรายละเอียดของหมาเป็นภาษาอังกฤษ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ภาพหมา

๒. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๓. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔

รู้จักพยัญชนะ จ บ ว

๑. สาระสำคัญ

การรู้จักพยัญชนะ จ บ ว จะช่วยให้อ่านสะกดคำที่มีพยัญชนะ จ บ ว เป็นพยัญชนะต้น

และเขียนได้อย่างถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกรูปและเสียงพยัญชนะ จ บ ว และอ่านได้ถูกต้อง (K, P)

๒. บอกวิธีเขียนและเขียนพยัญชนะได้ถูกต้อง (K, P)

๓. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักพยัญชนะ จ บ ว

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เทียบเสียงคำในภาษาไทยกับพยัญชนะในภาษาอังกฤษ

สุขศึกษาฯ เล่นเกมบอกคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ จ บ ว

การงานอาชีพฯ ประดิษฐ์บัตรคำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูนำบัตรประโยค เจ้าโบว่องไว ติดให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนบอกพยัญชนะต้นของคำ

ในประโยค

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนบอกคำอ่านของอักษร จ บ ว แล้วตรวจสอบความถูกต้อง

๒. ครูติดแผ่นป้ายกลอนเรื่อง เจ้าโบ บนกระดาน แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกคำที่มีพยัญชนะต้น

เป็น จ บ ว

๓. ครูสอนวิธีเขียนพยัญชนะ จ บ ว ที่ถูกวิธีตามหลักภาษาไทย แล้วให้นักเรียนฝึกคัดพยัญชนะ

ลงในสมุด แล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน ๔–๕ คน ขึ้นมาเขียนพยัญชนะ จ บ ว บนกระดานพร้อมกัน

แล้วให้นักเรียนที่เหลือช่วยกันดูว่าเพื่อนลากเส้นพยัญชนะได้ถูกต้องตามที่ครูสอนหรือไม่

๔. นักเรียนสังเกตการเขียนพยัญชนะ จ บ ว ว่ามีวิธีเขียนเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

๕. นักเรียนเล่นเกมบอกคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ จ บ ว เช่น จาน บ้าน วัด ทีละคนจนครบ

จำนวนนักเรียน ใครบอกไม่ได้ต้องออกมาทำตามที่เพื่อนต้องการ

๖. นักเรียนประดิษฐ์บัตรคำที่มีพยัญชนะต้นเป็น จ บ ว โดยให้ยกตัวอย่างคำที่นักเรียนใช้ใน

ชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนอ่านทบทวนเรื่อง รู้จักพยัญชนะ จ บ ว ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย

สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่อง รู้จักพยัญชนะ จ บ ว แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๓. นักเรียนทำใบงานที่ ๕ เรื่อง รู้จักพยัญชนะ จ บ ว แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำไปใช้อ่านคำที่มีพยัญชนะต้นเป็น จ บ ว ที่พบในบทเรียนวิชาอื่นและคำที่พบ

ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีเขียนและการออกเสียงพยัญชนะ จ บ ว

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. รวบรวมโฆษณาที่พบเห็นในชีวิตประจำวันแล้วขีดเส้นใต้คำที่มี จ บ ว เป็นพยัญชนะต้น

๒. เทียบเสียงพยัญชนะ จ บ ว กับเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษตรงกับเสียงใดบ้าง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. บัตรประโยค

๒. แผ่นป้ายกลอนเรื่อง เจ้าโบ

๓. ใบงานที่ ๕ เรื่อง รู้จักพยัญชนะ จ บ ว

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๕

รู้จักสระ ไ–, ใ–, โ–

๑. สาระสำคัญ

การเรียนเรื่อง สระไอ สระใอ สระโอ จะทำให้อ่านสะกดคำและเขียนแจกลูกคำที่สะกดด้วยสระไอ

สระใอ สระโอได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป.๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านคำที่ประสมด้วยสระไอ สระใอ สระโอ ได้ถูกต้อง (P)

๒. บอกรูปและเสียงของสระไอ สระใอ สระโอ และเขียนได้ถูกต้อง (K, P)

๓. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักสระ ไ–, ใ– และ โ–

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เทียบเสียงสระไอ สระใอ สระโอ ว่าตรงกับเสียงสระใด

ในภาษาอังกฤษ

ศิลปะ วาดภาพ

สุขศึกษาฯ เล่นเกมวาดภาพใบ้คำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนดูโปสเตอร์รูปสระในภาษาไทย แล้วบอกว่ารูปสระใดที่มีส่วนสูง สูงกว่าสระตัวอื่น ๆ

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนศึกษาคำอ่านของสระไอ สระใอ สระโอ ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย

สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. นักเรียนสังเกตสระทั้ง ๓ ตัว จะมีสระ ๒ ตัวที่ออกเสียงเหมือนกันคือ สระไอและสระใอ

๓. ครูติดแผ่นป้ายบทร้อยกรองคำที่ใช้สระใอ ให้นักเรียนคัดตัวบรรจงลงในสมุด แล้วให้นักเรียน

ท่องจำให้ได้

๔. นักเรียนนับคำที่ใช้สระใอในบทร้อยกรองว่ามีกี่คำ

๕. ครูอธิบายวิธีการเขียนสระทั้ง ๓ ตัว แล้วให้นักเรียนฝึกคัดคำที่มีสระทั้ง ๓ ตัวนี้

โดยครูเป็นผู้กำหนดคำให้คัด และให้นักเรียนเขียนสะกดคำและแจกลูก

๖. นักเรียนเล่นเกมวาดภาพใบ้คำ โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม ครูจัดชุดคำที่มี

สระไอ สระใอ สระโอ ชุดละ ๕ คำ ๒ ชุด แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มละ ๑ คน ออกมา

วาดภาพให้เพื่อนทายเล่นทีละกลุ่ม กลุ่มละ ๕ นาที กลุ่มใดตอบถูกมากที่สุด และใช้เวลา

น้อยที่สุดชนะ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนบอกคำที่มีสระไอ สระใอ สระโอ จากเรื่อง เจ้าโบ แล้วเขียนคำที่มีสระไอ สระใอ

สระโอ ตรวจสอบร่วมกันเมื่อเสร็จ

๒. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับสระไอ สระใอ สระโอ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำไปอ่านคำที่มีสระไอ สระใด สระโอ ในวิชาอื่นและในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะ วิธีการเขียน และการวางสระไอ สระใอ สระโอ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. รวบรวมคำที่มีสระไอ สระใอ สระโอ จากหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้อื่นให้ได้มากที่สุด

๒. เทียบเสียงสระไอ สระใอ สระโอ ว่าตรงกับเสียงสระใดในภาษาอังกฤษ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. โปสเตอร์รูปสระในภาษาไทย

๒. แผ่นป้ายบทร้อยกรอง คำที่ใช้สระใอ

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖

การอ่านบทอ่านเสริม

๑. สาระสำคัญ

การอ่านบทอ่านเสริม เป็นการฝึกอ่านคำที่มีสัมผัสคล้องจอง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของภาษาไทย

ที่ควรเห็นคุณค่า

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของเครื่องหมายและสัญลักษณ์สำคัญที่มักพบเห็นในชีวิตประจำวัน

ท ๑.๑ (ป. ๑/๗)

๓. ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

๔. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

๕. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

๖. ต่อคำคล้องจองง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๔)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

๒. ฟังเรื่องแล้วปฏิบัติตามถูกต้อง (K, P)

๓. พูดแสดงความคิดเห็นและบอกข้อคิดจากเรื่องที่ฟังได้ (K, P)

๔. บอกลักษณะของคำคล้องจองและต่อคำคล้องจองได้ (K, P)

๕. มีความภูมิใจในภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการฟังและการดู

๓. ประเมินความภาคภูมิใจในภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการฟังและการดู

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การอ่านบทอ่านเสริม

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เปรียบเทียบคำศัพท์ในบทอ่านเสริมกับภาษาอังกฤษ

ศิลปะ ร้องเพลง

สุขศึกษาฯ เล่นเกมค้นคำ

การงานอาชีพฯ บอกข้อดี ข้อเสียของหมา

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนร้องเพลงเกี่ยวกับหมา

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนฟังครูอ่านบทอ่านเสริม แล้วอ่านตามครูพร้อมกัน

๒. ครูให้นักเรียนดูภาพจากบทอ่านเสริม แล้วให้นักเรียนช่วยกันเล่าและแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับภาพที่ดู

๓. นักเรียนคัดลายมือบทอ่านเสริมลงในสมุดด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด และขีดเส้นโยงคำที่

มีสัมผัสคล้องจองกัน แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบความถูกต้อง

๔. นักเรียนดูภาพสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง แล้วช่วยกันบอกว่าเป็นภาพอะไร

๕. นักเรียนช่วยกันบอกข้อดีและข้อเสียของการเลี้ยงหมา

๖. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม แต่ละกลุ่มอ่านบทอ่านเสริมในใจ เล่นเกมค้นคำตามขั้นตอน

ต่อไปนี้

๑) นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนคำที่ขึ้นต้นด้วย จ บ ว ที่พบในบทอ่านเสริม (ใจ, โบ)

แล้วดูว่าขาดอักษรตัวใด (ว)

๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนคำที่มีสระไอ สระใอ สระโอ ที่พบในบทอ่านเสริม

(โต, โบ, ใจ) แล้วดูว่าขาดสระตัวใด (ไอ)

๓) นำตัวอักษรและสระที่ขาดหายไปมารวมกันได้เป็นคำใด (ไว)

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนอ่านบทอ่านเสริมพร้อมกันดัง ๆ

๒. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับบทอ่านเสริม

๓. นักเรียนหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษเปรียบเทียบกับบทอ่านเสริม

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำไปใช้ในการอ่านคำที่มีสัมผัสคล้องจองกันที่พบในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

๑. นักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะของเจ้าโบในบทอ่านเสริม

๒. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนรวบรวมคำคล้องจองที่พบเห็นในสื่อต่าง ๆ แล้วนำมาฝึกอ่าน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. เพลงเกี่ยวกับหมา

๓. ภาพสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๒)

พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๑/๒) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การอ่านและการฟัง เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจึงจะเกิดความชำนาญ

การรู้จักพยัญชนะและสระจะทำให้อ่าน ออกเสียงและเข้าใจความหมายของคำศัพท์ถูกต้อง คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

การฟังเรื่อง เจ้าสำลี ได้ความรู้และข้อคิดอะไรบ้าง

ทำอย่างไรจึงจะอ่านและเขียนคำใหม่ในบทเรียนได้ถูกต้อง ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ ได้แก่ คอ โบ แมว

การฟังเรื่องราวจะต้องมีสมาธิและจับใจความสำคัญของเรื่องให้ได้ แล้วสามารถถ่ายทอดโดยการเล่าหรือพูดแสดงความคิดเห็นได้

การอ่านเรื่องราวให้เข้าใจจะต้องรู้ความหมายของคำศัพท์

การรู้จักรูปและเสียงของพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส และสระอุ สระอำ จะทำให้เขียนและประสมคำที่ประด้วยพยัญชนะและสระดังกล่าวได้ถูกต้อง รวมถึงการอ่านสะกดคำและแจกลูก ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่

ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

บอกใจความสำคัญ เล่าเรื่อง และแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง

อ่านและเขียนคำใหม่ในบทเรียน

อ่านและเขียนสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส และสระอุ สระอำ

แต่งประโยคหรือเรื่องราวตามจินตนาการ ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้

ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ ฝึกอ่านออกเสียงเรื่อง เจ้าสำลี และคำใหม่ในบทเรียน

๑.๒ จับใจความสำคัญ เล่าเรื่อง และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง

๑.๓ ฝึกอ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส และสระอุ สระอำ

๑.๔ เรียบเรียงคำเป็นประโยคหรือเรื่องราว

๑.๕ ท่องจำบทอาขยาน ๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม และค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้ ดัดแปลง และ

นำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง

พอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ การฟังเรื่อง เจ้าสำลี เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ การอ่านเรื่อง เจ้าสำลี เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ รู้จักพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๐ รู้จักสระ –ุ, –ำ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗

การฟังเรื่อง เจ้าสำลี

๑. สาระสำคัญ

การฟังเรื่องเจ้าสำลี เป็นการฝึกทักษะการฟังเพื่อความเข้าใจ และจับใจความสำคัญของเรื่องได้

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

๒. ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๒)

๓. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

๕. ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังได้ (K, P)

๒. พูดแสดงความคิดเห็นหรือพูดแสดงความรู้สึกได้ (K, P)

๓. มีมารยาทในการฟัง (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

ก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการฟังและการดู ๑. ประเมินทักษะการฟังและการดู

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การฟังเรื่อง เจ้าสำลี

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เรียงลำดับเหตุการณ์ในเรื่อง เจ้าสำลี

ศิลปะ วาดภาพระบายสี

การงานอาชีพฯ อธิบายลักษณะของแมว/บอกข้อดี ข้อเสียของการเลี้ยงแมว

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

๒. นักเรียนดูแมว แล้วสนทนาถึงลักษณะนิสัยของแมว

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนฟังเรื่อง เจ้าสำลี ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถม

ศึกษาปีที่ ๑ จากแถบบันทึกเสียง หรือครูอ่านให้ฟัง ๒–๓ รอบ เพื่อจับใจความสำคัญ

๒. นักเรียนช่วยกันเล่าเรื่องย่อ เรื่อง เจ้าสำลี

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มพูดแสดงความคิดเห็นตามแนวคำถามต่อไปนี้

๑) เมื่อเจ้าสำลีเจอกับเจ้าโบครั้งแรก เจ้าสำลีเล่นกับเจ้าโบดี ๆ หรือไม่ เพราะอะไร

๒) ถ้าที่บ้านของนักเรียนเลี้ยงหมากับแมวไว้ด้วยกัน นักเรียนจะทำอย่างไรให้มันเล่นกันดี ๆ

๔. นักเรียนวาดภาพหมากับแมวเล่นกันดี ๆ แล้วระบายสีให้สวยงาม ครูคัดเลือกผลงานของ

นักเรียนติดป้ายแสดงผลงาน

๕. นักเรียนอ่านบทดอกสร้อย แมวเหมียวแยกเขี้ยวยิงฟัน จากแผ่นป้ายพร้อมกัน แล้วสรุปว่า

พฤติกรรมใดของแมวในกลอนที่ควรทำเป็นตัวอย่าง

๖. นักเรียนช่วยกันทำท่าทางของแมว เช่น เสียงร้อง เคล้าแข้งเคล้าขา เป็นต้น

๗. นักเรียนช่วยกันบอกคำคล้องจองที่พบในบทดอกสร้อย แมวเหมียวแยกเขี้ยวยิงฟัน

๘. นักเรียนพูดแสดงความคิดเห็นว่า นักเรียนอยากเลี้ยงแมวหรือไม่ เพราะอะไร

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เจ้าสำลี

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการอ่านคำจากเรื่อง เจ้าสำลี ไปใช้อ่านคำที่พบในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันเล่าเรื่อง เจ้าสำลี ตามลำดับเหตุการณ์ในเรื่อง แล้วจดบันทึกลงในสมุด

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนสังเกตพฤติกรรมของแมวแล้วจดบันทึก แล้วสรุปเป็นข้อดี ข้อเสียของแมว

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. ภาพแมว

๓. แผ่นป้ายกลอนดอกสร้อย แมวเหมียวแยกเขี้ยวยิงฟัน

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘

การอ่านเรื่อง เจ้าสำลี

๑. สาระสำคัญ

การอ่านออกเสียง เป็นการพัฒนาทักษะการอ่าน ให้อ่านได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว และรู้จักความหมาย

ของคำศัพท์ จะทำให้ทำความเข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่านได้ง่ายขึ้น

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๔. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านสะกดคำ ออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

๒. สะกดคำและบอกความหมายของคำและข้อความที่อ่านได้ (K, P)

๓. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน

และนิสัยรักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่าน

ออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการอ่านสรุปความ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. การอ่านเรื่อง เจ้าสำลี

๒. การอ่านคำใหม่ในบทเรียน

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เปรียบเทียบคำใหม่ในบทเรียนกับคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ

ศิลปะ วาดภาพระบายสี

การงานอาชีพฯ สังเกตลักษณะของสัตว์เลี้ยง

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนช่วยกันบอกลักษณะของสำลีที่นักเรียนรู้จัก เปรียบเทียบกับเจ้าสำลีในเรื่อง เจ้าสำลี

ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. แบ่งนักเรียนเป็น ๒ กลุ่ม ครูแบ่งเนื้อเรื่อง เรื่อง เจ้าสำลี ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้

ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ออกเป็น ๒ ตอน กลุ่มที่ ๑ อ่านสะกดคำ

ตอนที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ อ่านสะกดคำ ตอนที่ ๒ แล้วอ่านเป็นคำพร้อมกัน

๒. นักเรียนอ่านสะกดคำ คำใหม่ในบทเรียนเรื่อง เจ้าสำลี พร้อมกัน

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ครูแจกบัตรคำศัพท์กลุ่มละ ๑ ชุด โดยครูให้นักเรียนดูภาพ

จากเรื่อง เจ้าสำลี แล้วตั้งคำถามให้นักเรียนตอบ โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยกบัตรคำศัพท์

เป็นคำตอบ

๑) ใครเป็นเจ้าของเจ้าสำลี

๒) เจ้าสำลีขู่เสียงดังอย่างไร

๓) เจ้าสำลีมีขนสีอะไร

๔) ปอผูกอะไรไว้ที่คอของเจ้าสำลี

๕) เจ้าสำลีทำอะไรเจ้าโบ

๖) เจ้าโบเห่าเจ้าสำลีเสียงดังอย่างไร

๓. นักเรียนนำคำต่อไปนี้มาแต่งเป็นเรื่องสั้น ๆ ๑ เรื่อง

๔. ครูเลือกคำจากคำใหม่ในบทเรียนเรื่อง เจ้าสำลี ให้นักเรียนเขียนสะกดคำและแจกลูก

๕. นักเรียนวาดภาพแมวที่นักเรียนอยากเลี้ยงและระบายสีให้สวยงาม พร้อมตั้งชื่อแมว และ

เขียนบอกลักษณะของแมว

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนฝึกแต่งประโยคจากคำใหม่อื่น ๆ ให้มีความหมายที่ถูกต้อง

๒. เขียนเล่าเรื่อง เรื่องสัตว์เลี้ยงของฉัน

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำความรู้จากการอ่านคำศัพท์ไปใช้สังเกตลักษณะของสัตว์เลี้ยง

นักเรียนนำความรู้จากการอ่านคำศัพท์ไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปความหมายของคำศัพท์ในบทเรียนและฝึกอ่าน

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนแต่งประโยคจากคำใหม่ในบทเรียน แล้ววาดภาพประกอบให้สวยงาม นำไปแลกเปลี่ยน

กันดูกับเพื่อน

๒. นักเรียนวาดภาพหรือถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงของตน แล้วนำภาพมาให้เพื่อนดูและเล่าให้เพื่อนฟัง

เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ภาพแมว

๒. บัตรคำ

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙

รู้จักพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส

๑. สาระสำคัญ

การรู้จักพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส จะทำให้อ่านและเขียนคำที่มี ป ฟ ฮ ผ ส เป็นพยัญชนะต้น

ได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๒. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกรูปและเสียงพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส และอ่านได้ (K, P)

๒. บอกวิธีการเขียนและเขียนพยัญชนะได้ถูกต้อง (K, P)

๓. เรียบเรียงคำเป็นข้อความได้ถูกต้อง (P)

๔. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เปรียบเทียบลักษณะการออกเสียงพยัญชนะในภาษาไทยกับ

พยัญชนะในภาษาอังกฤษ

ศิลปะ วาดภาพประกอบข้อความ

สุขศึกษาฯ เล่นเกมประสมคำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. ครูติดแผ่นป้ายข้อความ ปลาเผาไฟส่งกลิ่นหอมจนหมาเห่าโฮ่งโฮ่ง แล้วอ่านข้อความ

ให้นักเรียนฟัง

๒. นักเรียนวาดภาพประกอบข้อความที่ครูอ่านให้ฟัง

๓. นักเรียนช่วยกันบอกพยัญชนะต้นของคำที่อยู่ในแผ่นป้ายข้อความ

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนช่วยกันบอกคำอ่านของพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส ถ้าบอกไม่ได้ให้เปิดดูในหนังสือเรียน/

สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. ครูอธิบายวิธีการเขียนตัวอักษร ป ฟ ฮ ผ ส ที่ถูกต้องทีละตัว แล้วให้นักเรียนฝึกเขียนลงใน

สมุด โดยครูเดินตรวจสอบวิธีการเขียนทีละคน

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม เล่นเกมประสมคำ โดยครูแจกบัตรพยัญชนะให้นักเรียนทุกกลุ่ม

กลุ่มละ ๑ ชุด แล้วเล่นตามขั้นตอนตอนไปนี้

๑) ครูบอกพยัญชนะ ๑ ตัว ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยกบัตรพยัญชนะที่ครูบอกให้ถูกต้อง

๒) ครูยกบัตรสระขึ้นมา ๑ ตัว ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนตัวอย่างคำที่มีพยัญชนะที่ครูบอก

ในข้อ ๑ และสระที่ครูยกขึ้นมา กลุ่มละ ๓ คำ ภายในเวลา ๑๐ วินาที คำที่เขียนเป็น

ตัวอย่างต้องเป็นคำที่มีความหมาย

๓) เมื่อเกมจบ ครูตรวจสอบตัวอย่างคำที่นักเรียนเขียนแล้วเลือกคำของแต่ละกลุ่ม เขียน

บนกระดานให้นักเรียนอ่านสะกดคำพร้อมกัน

๔. นักเรียนเลือกคำจากบนกระดาน ๕ คำ มาแต่งเรื่องตามจินตนาการ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำใบงานที่ ๖ เรื่อง รู้จักพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำความรู้จากการรู้จักพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส ไปใช้อ่านคำที่มีพยัญชนะต้นเป็นตัว

ป ฟ ฮ ผ ส ที่พบในวิชาอื่น และในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีเขียนและการออกเสียงพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนรวบรวมคำที่มี ป ฟ ฮ ผ ส เป็นพยัญชนะต้น แล้วนำมาเล่นต่อคำคล้องจองกับเพื่อน

๒. นักเรียนเปรียบเทียบการออกเสียงพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส ว่าตรงกับเสียงพยัญชนะใดในภาษาอังกฤษ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แผ่นป้ายข้อความ

๒. บัตรพยัญชนะ

๓. บัตรสระ

๔. ใบงานที่ ๖ เรื่อง รู้จักพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๐

รู้จักสระ –ุ, –ำ

๑. สาระสำคัญ

การเรียนเรื่องสระอุ สระอำ จะทำให้อ่านสะกดคำและเขียนแจกลูกคำที่สะกดด้วยสระอุ สระอำ

ได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านคำที่ประสมด้วยสระอุ สระอำได้ถูกต้อง (P)

๒. บอกวิธีการเขียนและเขียนสระอุ สระอำได้ถูกต้อง (K, P)

๓. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและตั้งใจ

เรียน ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรม

ความมีระเบียบวินัยในการทำงาน ฯลฯ ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักสระ –ุ, –ำ

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ ตอบคำถามเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์

ศิลปะ ตอบคำถามเกี่ยวกับสี

สุขศึกษาฯ เล่นเกมใบ้คำ/ตอบคำถามเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนดูภาพน้ำพุแล้วพูดแสดงความรู้สึกว่า มีความรู้สึกอย่างไรต่อภาพที่เห็น

นักเรียนตอบครูว่าภาพที่เห็นเป็นภาพใด และช่วยกันบอกว่าคำในภาพประสมด้วยสระใดบ้าง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนศึกษาเรื่อง รู้จักสระอุ สระอำ ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. ครูอธิบายวิธีเขียนสระอุ สระอำที่ถูกต้อง

๓. ครูติดบัตรคำต่อไปนี้บนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตการใช้สระอุ สระอำ แล้วบอกตำแหน่งว่า

สระอุและสระอำวางอยู่ส่วนใดของพยัญชนะ

๔. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม เล่นเกมใบ้คำ โดยครูแจกบัตรสระให้นักเรียนทุกกลุ่ม กลุ่มละ

๑ ชุด นักเรียนตอบคำถามแล้วยกบัตรสระที่มีอยู่ในคำนั้น นับคะแนนรวมเมื่อเล่นจบเกม

๑) เมื่อหกล้มมีเลือดออก เราใช้อะไรชุบยาใส่แผล (สำลี)

๒) หนังสือเรียนเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร (ตำรา)

๓) การขายของ ถ้าขายดีได้เงินมากกว่าการลงทุน เรียกว่ามีอะไร (กำไร)

๔) การขายของ ถ้าลงทุนไปแล้วขายไม่ได้ เรียกว่าอะไร (ขาดทุน)

๕) สีอะไรตรงข้ามกับสีขาว (สีดำ)

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับสระอุ สระอำ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำความรู้จากการรู้จักสระอุ สระอำไปใช้อ่านคำที่มีสระอุ สระอำที่พบในวิชาอื่นและ

ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

๑. นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีการเขียน การออกเสียง และตำแหน่งที่วางสระอุ สระอำ

๒. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนรวบรวมคำที่ประสมด้วยสระอุ สระอำในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ แล้วคัดด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดส่งครู

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. ภาพน้ำพุ

๓. บัตรคำ

๔. บัตรสระ

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๕)

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๒)

พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

ต่อคำคล้องจองง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๑/๒) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การฟังเรื่องราวเป็นการพัฒนาทักษะด้านการฟัง การจับใจความเรื่องที่ฟัง และนำมาถ่ายทอดได้ถูกต้อง

การอ่านเรื่องราวจะต้องออกเสียงคำถูกต้อง จับใจความสำคัญเรื่องที่อ่านได้

การรู้จักพยัญชนะและสระจำทำให้อ่านและเข้าใจความหมายคำศัพท์

ตัวเลขไทยเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นไทย ควรใช้จนติดเป็นนิสัย

บทร้อยกรองเป็นการเรียงคำให้สัมผัสคล้องจองและมีความไพเราะสละสลวย คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

ความรู้ที่ได้จากการฟังเรื่อง บ้านแสนสุข มีอะไรบ้าง

บ้านที่มีความสุขควรมีลักษณะอย่างไร

ถ้าอ่านสะกดคำและแจกลูกผิดจะมีผลอย่างไรบ้าง

ตัวเลขไทยนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

คำสัมผัสมีลักษณะอย่างไร ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ ได้แก่ ดอกไม้ ต้นไม้ บ้าน สุข

การอ่านและฟังเรื่องราวจะต้องจับ ใจความสำคัญและตอบคำถามจากเรื่อง ที่อ่านได้ถูกต้อง

การอ่านคำศัพท์จะต้องอ่านให้ถูกต้องและเข้าใจความหมาย จะทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องไปด้วย

การรู้จักพยัญชนะ พ ง ย ช และสระอะ จะทำให้อ่านสะกดคำและแจกลูกถูกต้องตามหลักภาษา

ตัวเลขไทยเป็นสิ่งที่แสดงเอกลักษณ์ ของไทย จึงควรใช้เลขไทยให้เป็นนิสัย เพื่ออนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป

บทร้อยกรองเป็นการเรียงคำให้สัมผัสคล้องจอง ไพเราะสละสลวย การอ่านต้องอ่านให้ถูกต้องตามจังหวะวรรคตอน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่

ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

บอกใจความสำคัญและเล่าเรื่องที่อ่าน หรือฟังได้

อ่านและเขียนสะกดคำและแจกลูก

เขียนตัวเลขไทยถูกวิธี

บอกลักษณะของคำสัมผัสและอ่าน บทร้อยกรองถูกต้องตามจังหวะวรรคตอน ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียน

มีผลการเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ จับใจความสำคัญจากเรื่องที่ฟังและตอบคำถาม

๑.๒ เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน

๑.๓ ฝึกอ่านสะกดคำและแจกลูก

๑.๔ ฝึกเขียนตัวเลขไทย

๑.๕ ฝึกอ่านคำคล้องจองและบทร้อยกรอง

๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม

และค่านิยม จริยธรรมและค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้

ดัดแปลง และนำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึก

ของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้

เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้

อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๑ การฟังเรื่อง บ้านแสนสุข เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๒ การอ่านเรื่อง บ้านแสนสุข เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๓ รู้จักพยัญชนะ พ ง ย ช เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๔ รู้จักสระ –ะ เวลา ๑ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๕ ตัวเลขไทย เวลา ๑ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๖ การอ่านบทร้อยกรอง เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๑

การฟังเรื่อง บ้านแสนสุข

๑. สาระสำคัญ

การฟังเรื่อง บ้านแสนสุข เป็นการพัฒนาทักษะการฟังให้ฟังได้ถูกต้องคล่องแคล่ว จับใจความสำคัญ

ของเรื่อง และเรียงลำดับเนื้อเรื่องตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

๒. ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๒)

๓. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

ฟังแล้วปฏิบัติตามคำสั่งได้ถูกต้อง (K, P)

บอกใจความสำคัญและแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังได้ (K, P)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

ก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการฟังและการดู ๑. ประเมินทักษะการฟังและการดู

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การฟังเรื่อง บ้านแสนสุข

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพความคิดจากการสัมภาษณ์

สังคมศึกษาฯ บ้านและสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน

ศิลปะ ร้องเพลง/วาดภาพระบายสี

การงานอาชีพฯ การปลูกดอกไม้และผลไม้

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

๒. นักเรียนสนทนาเกี่ยวกับบ้านและสมาชิกในบ้านของนักเรียน ว่าบ้านของนักเรียนมีใครอยู่บ้าง

มีเลี้ยงสัตว์ชนิดใดบ้าง และปลูกต้นไม้อะไรบ้าง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนฟังเรื่อง บ้านแสนสุข ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถม

ศึกษาปีที่ ๑ จากครูอ่านให้ฟังหรือจากแถบบันทึกเสียง ๒–๓ ครั้ง นักเรียนอ่านตามเพื่อจับ

ใจความสำคัญ

๒. นักเรียนช่วยกันบอกว่าบ้านของปอมีอะไรบ้าง ให้แต่ละคนเขียนแผนภาพความคิดลงในใบงาน

ที่ ๗ เรื่อง แผนภาพความคิดบ้านแสนสุข

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ครูแจกภาพบ้าน ภาพตัวละคร ภาพสัตว์ ภาพต้นไม้ หรืออื่น ๆ

ตามความเหมาะสม กลุ่มละ ๑ ชุด ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตกแต่งบ้าน และวางตำแหน่งของคน

สัตว์ และต้นไม้ให้เหมาะสมและสวยงาม เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้ว ให้นักเรียนช่วยกันให้คะแนน

บ้านของเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ

๔. นักเรียนพูดแสดงความคิดเห็นว่า ทำไมบ้านของปอจึงเป็นบ้านแสนสุข

๕. นักเรียนทำกิจกรรมที่ ๒๘ ในสื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

เล่ม ๑

๖. นักเรียนเปรียบเทียบบ้านในเพลง บ้านเรา จากกิจกรรมที่ ๒๘ กับบ้านแสนสุขของปอว่า

เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่อง บ้านแสนสุข

นักเรียนฝึกตั้งคำถาม คำตอบง่าย ๆ จากเรื่องบ้านแสนสุข

นักเรียนสำรวจบ้านของตนเองตามหัวข้อต่อไปนี้ แล้วนำมาเล่าให้เพื่อนฟัง

* มีสมาชิกกี่คน * มีต้นไม้กี่ชนิด

* มีสัตว์เลี้ยงกี่ตัว * มีดอกไม้กี่ชนิด

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

๑. นักเรียนนำการอ่านคำในเรื่อง บ้านแสนสุข ไปใช้อ่านคำหรือข้อความที่พบในชีวิตประจำวัน

๒. นักเรียนนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านเรื่อง บ้านแสนสุข ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันเล่าเรื่อง บ้านแสนสุข ตามลำดับเหตุการณ์

๒. นักเรียนช่วยกันบอกลักษณะของบ้านแสนสุข

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนสัมภาษณ์เพื่อนในชั้นเรียนเกี่ยวกับบ้านของเพื่อนตามหัวข้อต่อไปนี้

๑) มีสมาชิกกี่คน

๒) มีสัตว์เลี้ยงอะไรบ้าง

๓) ปลูกต้นไม้กี่ชนิด

๔) ปลูกดอกไม้กี่ชนิด

๕) เพื่อนช่วยพ่อแม่ทำงานอะไรบ้าง

๖) บ้านของเพื่อนเป็นบ้านแสนสุขหรือไม่ เพราะอะไร

๗) เพื่อนจะทำอย่างไรให้บ้านเป็นบ้านแสนสุข

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. ใบงานที่ ๗ เรื่อง แผนภาพความคิดบ้านแสนสุข

๓. ชุดภาพ ๖ ชุด

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๒

การอ่านเรื่อง บ้านแสนสุข

๑. สาระสำคัญ

การอ่านคำศัพท์ได้ถูกต้องจะทำให้สื่อสารได้ตรงตามจุดมุ่งหมายและเข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่านได้ดี

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๔. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

อ่านสะกดคำ ออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

สะกดคำและบอกความหมายของคำและข้อความที่อ่านได้ (K, P)

มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน

และนิสัยรักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. การอ่านเรื่อง บ้านแสนสุข

๒. การอ่านคำใหม่ในบทเรียน

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ บอกชื่อผลไม้ชนิดต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ

ศิลปะ ร้องบทร้องประกอบการเล่นจ้ำจี้ผลไม้/วาดภาพสัตว์และบ้าน

สุขศึกษาฯ เล่นจ้ำจี้ผลไม้

การงานอาชีพฯ รู้จักชนิดของผัก ผลไม้ และดอกไม้

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนช่วยกันบอกชื่อดอกไม้และผลไม้ที่บ้านของนักเรียนปลูก

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนช่วยกันอ่านคำใหม่จากบทเรียนเรื่อง บ้านแสนสุข ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้

ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ พร้อมกัน

๒. ครูนำผัก ผลไม้ และดอกไม้ที่อยู่ในเรื่องมาให้นักเรียนดูตัวอย่าง

๓. นักเรียนอธิบายความหมายและลักษณะของคำใหม่จากบทเรียนเรื่อง บ้านแสนสุข ถ้าคำใด

ที่นักเรียนอธิบายไม่ได้ ให้ครูอธิบายเพิ่มเติม

๔. นักเรียนอ่านเรื่อง บ้านแสนสุข ตามครูพร้อมกันจนคล่อง

๕. นักเรียนจับคู่ฝึกอ่านเรื่อง บ้านแสนสุข แล้วอ่านกับครูทีละคน ครูประเมินการอ่านออกเสียง

ของนักเรียน

๖. นักเรียนเล่นจ้ำจี้ผลไม้ โดยครูสอนให้นักเรียนร้องบทร้องต่อไปนี้

แล้วนำบทร้องไปร้องประกอบการเล่นโดยใช้วิธีเล่น ดังนี้

๑) ผู้เล่นทุกคนนั่งล้อมวง แล้วเลือกผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเป็นคนชี้นิ้ว

๒) ผู้เล่นทุกคนคว่ำมือทั้ง ๒ ข้างลงกับพื้น ให้คนชี้นิ้วคว่ำมือข้างที่เหลือลงกับพื้น

๓) ผู้เล่นทุกคนช่วยกันร้องเพลง “จ้ำจี้ผลไม้” และให้คนที่ชี้นิ้วชี้ไปที่นิ้วมือของผู้เล่นทีละนิ้ว

โดยชี้นิ้วละ ๑ พยางค์ เมื่อเพลงจบลงตรงกับนิ้วของใคร คนนั้นต้องพับนิ้วนั้นทันที

๔) เมื่อจบเพลงให้เริ่มเล่นและร้องเพลงรอบใหม่ โดยเริ่มชี้นิ้วที่ต่อจากรอบแรก นิ้วของผู้เล่นคนใด

ถูกพับหมดก่อนเป็นผู้แพ้

๕. นักเรียนบอกชื่อผลไม้ที่อยู่ในเพลงจ้ำจี้ผลไม้

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่อง บ้านแสนสุข

๒. นักเรียนเขียนคำใหม่ตามที่ครูบอกให้เขียน

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

๑. นักเรียนอธิบายลักษณะของผัก ผลไม้ และดอกไม้ ให้ผู้อื่นรู้ได้

๒. นักเรียนนำคำศัพท์ที่อ่านไปใช้ได้ถูกต้องตรงความหมายในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปความหมายของคำศัพท์ในบทเรียน เรื่อง บ้านแสนสุข

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนสำรวจบ้านของสัตว์ ว่าสัตว์แต่ละชนิดมีบ้านแบบไหน วาดภาพสัตว์และบ้านของสัตว์

ระบายสีให้สวยงาม นำไปติดหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนดู

๒. นักเรียนค้นคว้าชื่อผลไม้ที่รู้จักเป็นภาษาอังกฤษ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ผัก ผลไม้ และดอกไม้ที่ปรากฏในเรื่อง

๒. บทร้อง จำจี้ผลไม้

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๓

รู้จักพยัญชนะ ง ย ช

๑. สาระสำคัญ

การรู้จักพยัญชนะ ง ย ช จะช่วยให้อ่านสะกดคำที่มีพยัญชนะ ง ย ช เป็นพยัญชนะต้น

ได้อย่างถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป.๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

อ่านพยัญชนะได้ถูกต้อง (P)

บอกวิธีการเขียนและเขียนพยัญชนะได้ถูกต้อง (K, P)

มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักพยัญชนะ ง ย ช

๖. แนวทางบูรณาการ

สุขศึกษาฯ เล่นเกมกระจกสะท้อนคำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนอ่านข้อความ พี่ชายงานยุ่ง แล้วบอกว่าข้อความนี้มีพยัญชนะต้นตัวใดบ้าง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนอ่านออกเสียงตัวอักษร ง ย ช พร้อมกัน

๒. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มยกตัวอย่างคำที่มีพยัญชนะต้นเป็น ง ย ช

อย่างละ ๕ คำ ภายในเวลา ๕ นาที

๓. ครูอธิบายวิธีเขียนตัวอักษร ง ย ช ที่ถูกต้อง แล้วให้นักเรียนผลัดกันออกมาเขียนพยัญชนะ

ทั้ง ๔ ตัว บนกระดาน ครูตรวจสอบวิธีเขียน

นักเรียนเล่นเกมกระจกสะท้อนคำ โดยแบ่งนักเรียนเป็น ๖ กลุ่ม ครูแจกบัตรพยัญชนะและสระ

ที่เขียนกลับด้าน เช่น และแจกกระจกเงาให้นักเรียนกลุ่มละ ๑ บาน

ครูจะบอกคำให้นักเรียนนำพยัญชนะและสระที่มีส่องกระจกแล้วประสมให้ได้เป็นคำ กลุ่มใดเสร็จก่อน

กลุ่มนั้นได้คะแนน เช่น ครูพูดคำว่า พุด นักเรียนต้องเลือกส่องกระจกเป็น พุด แล้วยกมือเรียกครู

จะเดินมาตรวจสอบ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับพยัญชนะ ง ย ช

๒. นักเรียนสังเกตลักษณะการเขียนตัวอักษร ง ย ช ว่าตัวอักษรแต่ละตัวมีลักษณะการเขียน

คล้ายกับตัวอักษรใดที่เคยเรียนมาแล้วบ้าง

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำไปใช้อ่านคำที่มีพยัญชนะต้นเป็น ง ย ช ที่พบในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปเรื่อง รู้จักพยัญชนะ ง ย ช

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนนำคำประสมด้วยพยัญชนะ ง ย ช มาแต่งเป็นเรื่องราว แล้วนำมาเล่าให้เพื่อนฟัง

หน้าชั้นเรียน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ตัวอย่างข้อความ

๒. บัตรพยัญชนะ

๓. บัตรสระ

๔. กระจกเงา

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๔

รู้จักสระ –ะ

๑. สาระสำคัญ

การรู้จักสระอะ จะช่วยให้อ่านและเขียนคำที่มีสระอะได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

บอกวิธีการเขียนและเขียนพยัญชนะได้ถูกต้อง (K, P)

อ่านคำที่มีสระอะได้ (P)

มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักสระ –ะ

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ ทายคำถามเกี่ยวกับความรู้รอบตัว

สุขศึกษาฯ เล่นเกมทายคำ

การงานอาชีพฯ ทายคำถามเกี่ยวกับสัตว์/ทายคำถามเกี่ยวกับงานช่างและ

การทำอาหาร

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. นักเรียนสังเกตรูปสระจากโปสเตอร์รูปสระ และบอกสระที่มีรูปคู่กัน (แ–, –ะ)

๒. ครูบอกเสียงอ่านของสระแอ สระอะ แล้วให้นักเรียนยกตัวอย่างคำที่มีสระอะที่เคยพบเห็น

ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

นักเรียนอ่านตัวอย่างคำจากบัตรคำที่ครูติดให้ดู แล้วสังเกตตำแหน่งการวางสระอะ แล้วร่วมกัน

สรุปตำแหน่งที่วางสระอะ

ครูอธิบายวิธีการเขียนสระอะที่ถูกต้อง ให้นักเรียนฝึกเขียนตามที่ครูอธิบาย

นักเรียนเขียนตารางพยัญชนะที่ครูติดบนกระดานลงในสมุด ให้นักเรียนนำพยัญชนะที่เห็น

ประสมกับสระอะในใจ หากประสมแล้วมีความหมายให้วงกลมล้อมรอบอักษร

ต ก ผ น ง พ บ จ ล ป

นำตัวอักษรที่ประสมกับสระอะแล้วมีความหมายมาแต่งเป็นบทสนทนาสั้น ๆ

เล่นเกมทายคำ โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม ระดมความคิดสมาชิกในกลุ่ม ตอบคำถามจากคำถามที่ครูถาม แล้วเขียนลงในกระดาษคำตอบ ภายในเวลา ๑๐ นาที

๑) สัตว์ชนิดหนึ่งคล้ายลิง ร้อง ผัว...ผัว (ชะนี)

๒) ตัวเล็ก แหลม ช่างไม้ทุบหัวแต่ไม่เคยร้อง (ตะปู)

๓) ดอกไม้อะไรเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ (มะลิ)

๔) ผลไม้ลูกเล็ก เปลือกเขียว รสเปรี้ยว คั้นน้ำใส่กับข้าวได้ (มะนาว)

๕) น้ำสีขาวคั้นจากมะพร้าว ใช้ทำขนมก็ได้ ทำกับข้าวก็ดี (กะทิ)

กลุ่มใดตอบได้เร็วและถูกต้องมากที่สุดกลุ่มนั้นชนะ

๕. ครูและนักเรียนช่วยกันอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อความในคำถามแต่ละข้อ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับสระอะ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ การนำไปใช้

นักเรียนนำไปใช้อ่านและเขียนคำที่ประสมด้วยสระอะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีเขียน การออกเสียง และตำแหน่งที่วางของสระอะ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนรวบรวมคำที่ประสมด้วยสระอะ แล้วนำมาเรียงต่อกันเป็นคำคล้องจองใช้เล่นต่อคำคล้องจอง

กับเพื่อน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. โปสเตอร์รูปสระ

๒. บัตรคำ

๓. ตารางพยัญชนะ

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๕

ตัวเลขไทย

๑. สาระสำคัญ

ตัวเลขไทย เป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นไทย ควรเขียนตัวเลขไทยเป็นประจำสม่ำเสมอ

จนติดเป็นนิสัย

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

๓. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

บอกรูปและวิธีเขียนตัวเลขไทยได้ถูกต้อง (K)

คัดตัวเลขไทยด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด (K, P)

มีมารยาทในการเขียน (A)

มีความรู้สึกที่ดีในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการเขียน

และนิสัยรักการเขียน

๓. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการคัดลายมือ

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

ตัวเลขไทย

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ การนับจำนวน และเขียนตัวเลขอารบิก

ภาษาต่างประเทศ การนับจำนวนเป็นคำภาษาอังกฤษ

ศิลปะ ออกแบบแผ่นป้ายบ้านเลขที่

สุขศึกษาฯ เล่นเกมแข่งขันเขียนตัวเลขอารบิก

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. ครูติดแผ่นป้ายตัวเลขไทยบนกระดานให้นักเรียนอ่านทีละตัวจนครบ

๒. ครูถามนักเรียนว่าสิ่งที่นักเรียนได้อ่านเรียกว่าอะไร

๓. ครูช่วยสรุปว่าตัวเลขที่อ่านเรียกว่าตัวเลขไทย เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนอาสาสมัครออกมาเขียนตัวเลขไทยคนละตัว ให้เพื่อนสังเกตวิธีเขียน เมื่อครบทุก

จำนวนแล้วให้เพื่อนบอกว่าอาสาสมัครคนใดเขียนถูกต้องบ้าง

๒. ครูอธิบายวิธีเขียนตัวเลขไทยที่ถูกต้องให้นักเรียนฝึกเขียนตามที่ครูอธิบาย

๓. ครูติดแผ่นป้ายตัวเลขไทยที่มีวิธีเขียนที่ถูกต้อง นักเรียนตรวจสอบผลงานของตนเองว่า

เขียนถูกต้องหรือไม่ และแก้ไขให้ถูกต้อง

๔. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๓ กลุ่ม เล่นเกมแข่งขันเขียนตัวเลขอารบิก 0–9 ให้แต่ละกลุ่มส่ง

ตัวแทนมากลุ่มละ ๑ คน เมื่อครูเป่านกหวีดให้เริ่มเขียนได้ กลุ่มใดเสร็จก่อนและถูกต้องเป็น

ฝ่ายชนะ

นักเรียนฝึกนับตัวเลขไทย ตัวเลขอารบิก และนับเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษจนคล่อง

นักเรียนคัดตัวเลขไทย และตัวเลขอารบิกด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับตัวเลขไทย

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำตัวเลขไทยไปใช้เขียนในการเรียนวิชาภาษาไทยและวิชาอื่น

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะและวิธีเขียนตัวเลขไทย

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนออกแบบป้ายบ้านเลขที่ของตนเอง โดยเขียนเป็นตัวเลขไทย ตกแต่งและระบายสี

ให้สวยงาม

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แผ่นป้ายตัวเลขไทย

๒. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๓. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๖

การอ่านบทร้อยกรอง

๑. สาระสำคัญ

บทร้อยกรองเป็นการนำคำมาเรียบเรียงให้มีเสียงคล้องจองกันตามรูปแบบของบทร้อยกรอง

แต่ละชนิด ในการอ่านจะต้องอ่านให้ถูกต้องตามจังหวะวรรคตอนจึงจะไพเราะ

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๒. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

๓. คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๕)

๔. ต่อคำคล้องจองง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๔)

๕. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๖. ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

อ่านออกเสียงและท่องจำกลอนสี่ได้ถูกต้อง (P)

บอกคำสัมผัสในกลอนสี่ได้ (K)

บอกข้อคิด ใจความสำคัญ และแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้ (K, P)

แต่งคำคล้องจองได้ (P)

มีนิสัยรักการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน

และนิสัยรักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการแสวงหาความรู้

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การอ่านบทร้อยกรอง

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ บอกลักษณะของบ้านแสนสุข

ภาษาต่างประเทศ บอกคำศัพท์เกี่ยวกับบ้านและคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเป็น

ภาษาอังกฤษ

ศิลปะ วาดภาพระบายสี บ้านแสนสุข

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. นักเรียนอ่านและเคาะจังหวะประกอบการอ่านกลอนสี่จากแถบประโยคที่ติดบนกระดาน

๒. นักเรียนช่วยกันบอกว่าข้อความนี้มีลักษณะอย่างไร คำใดมีเสียงเหมือนกันบ้าง

๓. ครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า ข้อความที่มีคำสัมผัสคล้องจองกันลักษณะนี้เรียกว่า บทร้อยกรอง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูอ่านบทอ่านเสริม บ้านเราแสนสุข ให้นักเรียนฟัง ๒–๓ ครั้ง

๒. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม อ่านออกเสียงเรื่อง บ้านเราแสนสุข ทีละกลุ่ม

๓. นักเรียนขีดเส้นโยงคำสัมผัสคล้องจองจากเรื่อง บ้านเราแสนสุข

๔. นักเรียนช่วยกันบอกว่าสมาชิกในเรื่อง บ้านเราแสนสุข ว่ามีใครบ้าง

๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมสมองเปรียบเทียบเรื่อง บ้านเราแสนสุข กับเพลง บ้านเรา ว่าเหมือน

หรือต่างกันอย่างไร แล้วส่งตัวแทนพูดสรุปความคิดเห็นของกลุ่ม

๖. นักเรียนช่วยกันเล่าเรื่องจากภาพที่ครูยกให้ดู โดยแต่งให้สัมผัสคล้องจองกัน เช่น ครูยกภาพบ้าน

นักเรียนคนที่ ๑ อาจพูดว่า “บ้านเราน่าอยู่” ครูยกภาพคุณปู่เล่นอยู่กับหลาน ๆ นักเรียนคนที่ ๒

อาจพูดว่า “คุณปู่ใจดี” ครูยกภาพอื่น ๆ ต่อไปตามความเหมาะสมให้เป็นเรื่องราวของ

“บ้านเราแสนสุข”

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับบทอ่านเสริมเรื่อง บ้านเราแสนสุข แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

นักเรียนวาดภาพ “บ้านแสนสุข” ตามความคิดของนักเรียน แล้วระบายสีให้สวยงาม

นักเรียนช่วยกันบอกคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับบ้านและคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำไปใช้อ่านกลอนหรือข้อความที่มีคำสัมผัสคล้องจองที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

๑. นักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะของบ้านในเรื่อง บ้านแสนสุข และคำสัมผัสคล้องจอง

๒. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนคัดลอกบทร้อยกรองที่ประทับใจด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด แล้วนำมาอ่านให้ครู

หรือเพื่อนในชั้นฟัง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. แถบประโยค

๓. ภาพประกอบการเล่าเรื่อง

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๕)

อ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๖)

มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๘)

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ จะต้องรู้ความหมายของคำศัพท์ จึงจะเข้าใจ เนื้อเรื่องได้ดี

พยัญชนะและสระเป็นส่วนประกอบของคำ การรู้จักพยัญชนะและสระ จะทำให้อ่านคำ และเข้าใจความหมายของคำถูกต้อง

วรรณยุกต์ทำให้เสียงและความหมายของคำเปลี่ยนไปจากเดิม

ผู้ที่มีนิสัยรักการอ่านจะมีความรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนได้ความรู้และข้อคิดอะไรบ้างจากการอ่านเรื่อง พ่อแม่

ยกตัวอย่างคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ภ ท และสระอิ สระเอ

วรรณยุกต์มีกี่รูป กี่เสียง มีวิธีผันอย่างไร

นักเรียนจะสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดกับตัวเองได้อย่างไร ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ ได้แก่ กริยา ขยัน ชาวสวน พ่อ สวดมนต์

การอ่านเป็นการฝึกทักษะการออกเสียงคำ เข้าใจความหมายของคำ จับใจความสำคัญ และบอกข้อคิดของเรื่องที่อ่านได้

การรู้จักพยัญชนะ ภ ท และสระอิ สระเอ จะทำให้อ่าน เขียน และเข้าใจความหมายของคำมากขึ้น

วรรณยุกต์ในภาษาไทยมี ๔ รูป ๕ เสียง การเข้าใจเรื่องวรรณยุกต์จะทำให้อ่านผัน เข้าใจความหมายของคำ และเลือกใช้คำได้ถูกต้องตามความหมาย ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่

ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

อ่านเนื้อเรื่องและเข้าใจความหมายของคำศัพท์

จับใจความสำคัญและบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน

อ่านและเขียนคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ภ ท และสระอิ สระเอ

รู้จักวรรณยุกต์และผันวรรณยุกต์ ได้ถูกต้อง

อ่านหนังสือเมื่อมีเวลาว่าง ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผล

การเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ ฝึกอ่านออกเสียงเรื่อง พ่อแม่ จับใจความสำคัญและตอบคำถาม

๑.๒ ฝึกอ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ภ ท และสระอิ สระเอ

๑.๓ อ่านผันวรรณยุกต์

๑.๔ อ่านหนังสือแล้วจดบันทึกหรือเล่าให้เพื่อนฟัง

๑.๕ แต่งประโยคจากคำที่กำหนดให้

๑.๖ แต่งเรื่องสั้น ๆ ๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม

และค่านิยม จริยธรรมและค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ

๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้ ดัดแปลง

และนำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น

และการรู้จักตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้

เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้

อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๗ การอ่านเรื่อง พ่อแม่ เวลา ๓ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๘ รู้จักพยัญชนะ ภ ท เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ รู้จักสระ –ิ, เ– เวลา ๑ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ รู้จักวรรณยุกต์ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๑ การมีนิสัยรักการอ่าน เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๗

การอ่านเรื่อง พ่อแม่

๑. สาระสำคัญ

การอ่านเรื่อง พ่อแม่ เป็นการฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำ เข้าใจความหมายของคำและ

จับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๔. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

๕. คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๕)

๖. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๘)

๗. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

อ่านออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำหรือข้อความที่อ่านได้ (K, P)

เข้าใจเนื้อเรื่องและตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้ (K)

มีสุขลักษณะที่ดีและมีมารยาทในการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

ก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน

และนิสัยรักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการเขียนตาม

คำบอก

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. การอ่านเรื่อง พ่อแม่

๒. คำใหม่ในบทเรียน

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพโครงเรื่อง เรื่อง พ่อแม่

สังคมศึกษาฯ ความสำคัญของพ่อแม่และการช่วยพ่อแม่

ภาษาต่างประเทศ เขียนคำศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวเป็น

ภาษาอังกฤษ

ศิลปะ ฟังเพลง/วาดภาพระบายสี

การงานอาชีพฯ การปลูกต้นไม้/การดูแลบ้าน

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

๒. ครูเปิดแถบบันทึกเสียงเพลง ใครหนอ ให้นักเรียนฟัง นักเรียนร้องตามและเคาะจังหวะ

ประกอบการร้อง

๓. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเพลง ใครหนอ ว่ากล่าวถึงใคร

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูอ่านเรื่อง พ่อแม่ ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษา

ปีที่ ๑ เล่ม ๑ ให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนอ่านตามทีละบรรทัด

๒. นักเรียนอ่านเรื่อง พ่อแม่ พร้อมกัน แล้วอ่านให้ครูฟังทีละคนหรือทีละกลุ่ม

ครูประเมินการอ่านออกเสียงของนักเรียน

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม แต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ ๓๓ ในสื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย

สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๔. นักเรียนอ่านสะกดคำ คำใหม่จากบทเรียนพร้อมกัน แล้วจับคู่ฝึกอ่าน ฝึกจำจนคล่อง

๕. ครูนำภาพที่ตรงกับคำใหม่ในบทเรียนให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกคำศัพท์

๖. นักเรียนเขียนคำศัพท์ในบทเรียนตามคำบอกของครู

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนเล่าเรื่องย่อจากเรื่อง พ่อแม่ และคาดคะเนเหตุการณ์ว่าผู้ใหญ่คนอื่น ๆ จะมี

ความรู้สึกอย่างไรต่อภูริ

๒. นักเรียนเล่าประสบการณ์การปลูกต้นไม้และการดูแลบ้านของตนเองให้เพื่อนฟัง

๓. นักเรียนทำใบงานที่ ๘ เรื่อง ครอบครัวของฉัน

๔. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่อง พ่อแม่ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

๑. นักเรียนเล่าเรื่องพ่อแม่ของตนเองให้ผู้อื่นฟังได้

๒. นักเรียนนำวิธีอ่านคำและอ่านจับใจความสำคัญไปใช้เป็นแนวทางในการอ่านเรื่องต่าง ๆ ได้

ขั้นที่ ๕ สรุป

ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง พ่อแม่ แล้วเขียนเป็นแผนภาพโครงเรื่อง

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนเขียนเล่าเรื่องครอบครัวของตนเอง พร้อมวาดภาพประกอบ แล้วนำมาเล่าให้เพื่อน

ในชั้นเรียนฟัง

๒. นักเรียนเขียนคำศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย

เป็นภาษาอังกฤษ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. แถบบันทึกเสียง

๓. เพลง ใครหนอ

๔. ภาพคำศัพท์

๕. ใบงานที่ ๘ เรื่อง ครอบครัวของฉัน

๖. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๘. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๘

รู้จักพยัญชนะ ภ ท

๑. สาระสำคัญ

พยัญชนะเป็นส่วนประกอบสำคัญของคำ การรู้จักพยัญชนะ ภ และ ท จะทำให้อ่านคำ เขียนสะกดคำ และเข้าใจความหมายของคำในบทเรียนได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๒. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

บอกรูปและเสียงพยัญชนะ ภ ท และอ่านได้ถูกต้อง (K, P)

บอกวิธีเขียนและเขียนพยัญชนะ ภ ท ได้ถูกต้อง (K, P)

อ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่กำหนดให้ได้ (P)

แต่งประโยคจากคำที่กำหนดให้ได้ (P)

มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักพยัญชนะ ภ ท

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ ทำโจทย์เลขค้นหาพยัญชนะ

ภาษาต่างประเทศ เปรียบเทียบการออกเสียงพยัญชนะในภาษาไทย

กับพยัญชนะในภาษาอังกฤษ

การงานอาชีพฯ ประดิษฐ์บัตรคำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูนำโปสเตอร์พยัญชนะไทย ๔๔ ตัว มาให้นักเรียนสังเกตลักษณะการเขียนของตัวอักษรจากคำถาม ดังนี้

๑) พยัญชนะตัวใดเขียนคล้าย ก แต่มีหัวออก (ภ)

๒) พยัญชนะตัวใดเขียนคล้ายนำสระ –ุ และ –า มารวมกัน (ท)

โดยให้นักเรียนทดลองเขียนตัวอักษรประกอบด้วย

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดแผ่นป้ายคำศัพท์ให้นักเรียนบอกคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ ภ และ ท

๒. นักเรียนอ่านสะกดคำและเขียนแจกลูกคำศัพท์จากแผ่นป้าย

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม แต่ละกลุ่มระดมสมอง ยกตัวอย่างคำที่ขึ้นต้นด้วย ภ และ

ท ให้ได้มากที่สุด ภายในเวลา ๕ นาที และคำที่ยกตัวอย่างมา ต้องเป็นคำที่มีความหมาย

กลุ่มใดได้มากที่สุดชนะ

๔. นักเรียนประดิษฐ์บัตรคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ ภ และ ท ให้สวยงาม

แบ่งนักเรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม แต่ละกลุ่มทำโจทย์เลขที่กำหนดให้ เปรียบเทียบคำตอบกับลำดับของพยัญชนะในอักษรไทยที่กำหนดให้จากโปสเตอร์พยัญชนะไทย แล้วเปรียบเทียบคำตอบของโจทย์ข้อใดตรงกับลำดับของพยัญชนะที่กำหนด

กลุ่มใดทำเสร็จก่อน ถูกต้องมากที่สุดและใช้เวลาน้อยที่สุดชนะ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

ครูเลือกคำจากบัตรคำที่นักเรียนประดิษฐ์มา ๕ คำ ให้นักเรียนแต่งประโยคสั้น ๆ คำละ ๑ ประโยค

ครูเลือกข้อความสั้น ๆ ในหนังสือเรียนมาให้นักเรียนอ่านและวงกลมคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ ภ และ ท

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ภ ท แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนอ่านและเขียนพยัญชนะได้ถูกต้อง และนำไปใช้เขียนและอ่านสะกดคำในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีเขียนพยัญชนะ ภ ท และออกเสียงพยัญชนะพร้อมกัน

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนรวบรวมคำที่มี ภ ท เป็นพยัญชนะต้นในบทเรียน นำไปอ่านให้ผู้ปกครองฟัง

และให้ผู้ปกครองบอกคำศัพท์เพิ่มเติม

๒. นักเรียนเปรียบเทียบพยัญชนะ ภ ท ว่าออกเสียงตรงกับพยัญชนะตัวใดในภาษาอังกฤษ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. โปสเตอร์พยัญชนะไทย ๔๔ ตัว

๒. แผ่นป้ายคำศัพท์

๓. บัตรคำ

๔. โจทย์เลข

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙

รู้จักสระ –ิ, เ–

๑. สาระสำคัญ

การเรียนเรื่องสระอิ สระเอ จะทำให้อ่านสะกดคำและเขียนแจกลูกคำที่สะกดด้วยสระสระอิ

สระเอได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

อ่านคำที่ประสมด้วยสระสระอิ สระเอ ได้ถูกต้อง (P)

บอกวิธีการเขียนและเขียนสระอิ สระเอ ได้ถูกต้อง (K, P)

มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักสระ –ิ และ เ–

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพความคิดเรื่อง สระอิ สระเอ

ภาษาต่างประเทศ เทียบเสียงสระเอกับเสียงสระในภาษาอังกฤษ

สุขศึกษาฯ เล่นเกมค้นคำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูเขียนเส้น และ บนกระดานให้นักเรียนทดลองลากเส้นต่อกัน

เป็นคู่ แล้วตอบว่า เมื่อต่อกันแล้วได้เป็นรูปสระใดบ้าง

ครูติดโปสเตอร์รูปสระในภาษาไทย ให้นักเรียนตรวจสอบคำตอบ

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

นักเรียนสังเกตการอ่านและตำแหน่งการเขียนสระอิ สระเอ ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. ครูอธิบายวิธีเขียนสระอิ สระเอ แล้วให้นักเรียนเขียนตาม

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๓ กลุ่ม เล่นเกมค้นคำ โดยครูติดแผ่นป้ายคำที่ประสมด้วยสระต่าง ๆ

คละกัน ๓ แผ่น ให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มละ ๒ คน คนที่ ๑ ให้กากบาททับคำที่ประสมด้วย

สระอิ คนที่ ๒ ให้วงกลมล้อมรอบคำที่ประสมด้วยสระเอ ให้เวลาคนละ ๓ นาที กลุ่มใด

ทำเสร็จก่อนและถูกต้องมากที่สุดชนะ

นักเรียนช่วยกันนำพยัญชนะมาประสมกับสระอิและเอ ให้ครบทั้ง ๔๔ ตัว เช่น ก กิ เก ข ขิ เข ฃ ฃิ เฃ แล้วฝึกอ่านสะกดคำ

นักเรียนทำใบงานที่ ๙ เรื่อง รู้จักสระ –ิ และ เ–

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับคำที่ประสมด้วยสระอิ และเอ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการอ่านและวิธีการเขียนไปใช้อ่านและเขียนคำที่ประสมด้วย สระ –ิ และ เ–

ขั้นที่ ๕ สรุป

ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง รู้จัก สระ –ิ และ เ– แล้วเขียนเป็นแผนภาพความคิด

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนหาคำที่ประสมด้วยสระอิ สระเอ จากในบทเรียน แล้วคัดด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด

ส่งครู

๒. นักเรียนเทียบเสียงสระอิ สระเอกับเสียงสระในภาษาอังกฤษ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. โปสเตอร์รูปสระในภาษาไทย

๒. แผ่นป้ายคำศัพท์

๓. ใบงานที่ ๙ เรื่อง รู้จักสระ –ิ และ เ–

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐

รู้จักวรรณยุกต์

๑. สาระสำคัญ

วรรณยุกต์ในภาษาไทยมี ๔ รูป ๕ เสียง การผันวรรณยุกต์ทำให้เสียงและความหมายของคำเปลี่ยนไปจากเดิม ภาษาไทยจึงมีคำใช้เพิ่มขึ้น การเรียนรู้เรื่องวรรณยุกต์จะทำให้อ่านออกเสียงคำได้ถูกต้อง และเลือกใช้คำได้ตรงตามความหมายอย่างเหมาะสม

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. เขียนสื่อสารด้วยถ้อยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๒. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

บอกรูปวรรณยุกต์ได้ถูกต้อง (K)

อ่านและเขียนคำที่มีรูปวรรณยุกต์ได้ถูกต้อง (K, P)

มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักวรรณยุกต์

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพความคิดเรื่อง วรรณยุกต์

สุขศึกษาฯ เล่นเกมบอกรูป บอกเสียง

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. ครูติดแถบประโยคต่อไปนี้ให้นักเรียนอ่าน

๑) ปู่ ซื้อ ปู มาให้แม่ทำกับข้าว

๒) หมอจ่ายยาให้ย่ากิน

๓) พ่อค้าขายหญ้าคา นำเงินไปจ่ายค่ายาให้แม่

๔) น้าบอกว่าที่นาแปลงนี้น่าจะให้ผลผลิตดี

๕) อาหารเที่ยงวันนี้มีก๋วยเตี๋ยว ส่วนขนมมี เฉาก๊วย

๒. นักเรียนสังเกตคำและความหมายของคำที่เปลี่ยนรูปวรรณยุกต์ในแถบประโยค

๓. ครูอธิบายเพิ่มเติมรูปวรรณยุกต์ที่เปลี่ยนไปทำให้เสียงและความหมายของคำเปลี่ยนตาม

ไปด้วย

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดแผนภูมิเรื่อง วรรณยุกต์ บนกระดาน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน

๒. ครูยกตัวอย่างคำให้นักเรียนเปลี่ยนรูปวรรณยุกต์และอ่านออกเสียง เช่น

คาง ค่าง ค้าง

ร้อง รอง ร่อง

กอง ก่อง ก้อง ก๊อง ก๋อง

ข้า ขา ข่า

เต่า เตา เต้า เต๊า เต๋า

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม เล่นเกมบอกรูป บอกเสียง โดยครูจะแจกชุดคำให้นักเรียน

แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ ๑ ชุด ให้นักเรียนระดมสมอง บอกรูปและเสียงวรรณยุกต์ของคำ

แต่ละคำให้ถูกต้อง กลุ่มใดทำได้เร็วและถูกต้องมากที่สุดชนะ

๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านออกเสียงคำและผันวรรณยุกต์คำจากชุดคำของกลุ่มตนทีละกลุ่ม

และสลับกันอ่านกับเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ จนครบ

๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๑๐ เรื่อง รู้จักวรรณยุกต์ เสร็จแล้วช่วยกันเฉลย

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการผันวรรณยุกต์ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนเลือกคำจากชุดคำมา ๕ คำ แต่งประโยคคำละ ๑ ประโยค

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำไปใช้อ่านคำที่มีรูปวรรณยุกต์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันได้ถูกต้อง

ขั้นที่ ๕ สรุป

ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง รู้จักวรรณยุกต์ และเขียนเป็นแผนภาพความคิด

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนเลือกคำที่พบเห็นในชีวิตประจำวันแล้วนำมาอ่านผันวรรณยุกต์ให้ผู้ปกครองฟัง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แถบประโยค

๒. แผนภูมิเรื่องวรรณยุกต์

๓. ชุดคำ

๔. ใบงานที่ ๑๐ เรื่อง รู้จักวรรณยุกต์

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๑

การมีนิสัยรักการอ่าน

๑. สาระสำคัญ

ผู้ที่มีนิสัยรักการอ่านจะชอบอ่านหนังสือ มีความสุขที่ได้อ่านหนังสือ และอ่านหนังสือเป็นประจำสม่ำเสมอ นิสัยรักการอ่านสามารถสร้างขึ้นมาได้ ผู้ที่มีนิสัยรักการอ่านจะเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ในเรื่อง

ต่าง ๆ

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๖)

๒. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๘)

๓. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

๔. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

๕. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

๖. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

อ่านออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

เข้าใจเนื้อเรื่องและตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้ (K)

เล่าเรื่องที่ฟังหรืออ่านได้ครบถ้วน (P)

บอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่านได้ (K)

มีสุขลักษณะที่ดีและมีมารยาทในการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน

และนิสัยรักการอ่าน

๓. ประเมินมารยาทในการพูด ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการพูด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การมีนิสัยรักการอ่าน

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพความคิดสรุปลักษณะของเด็กดีและผลของ

การเป็นเด็กดี

สังคมศึกษาฯ บอกลักษณะของเด็กดีและนำไปปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน/

บันทึกการทำความดีของตนเองในแต่ละวัน

ศิลปะ ร้องเพลงเรียนรู้/วาดภาพระบายสี

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูเปิดแถบบันทึกเสียงเพลง เรียนรู้ ให้นักเรียนฟัง นักเรียนร้องตามและเคาะจังหวะประกอบการร้อง

นักเรียนช่วยกันคิดลักษณะของผู้ที่มีนิสัยรักการอ่าน

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดแผนภูมิเรื่อง นิสัยรักการอ่าน บนกระดานให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน

ครูอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้น

๒. นักเรียนช่วยกันบอกว่านักเรียนชอบอ่านหนังสืออะไรบ้าง อ่านแล้วเป็นอย่างไร

นักเรียนช่วยกันสรุปความสำคัญของการมีนิสัยรักการอ่าน

ครูอ่านบทอ่านเสริมในสื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ให้นักเรียนฟัง แล้วนักเรียนสนทนาตอบคำถามจากเรื่องตามแนวคำถามที่กำหนดให้

๑) หากภูริเป็นเด็กเกเร ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ จะเกิดอะไรกับภูริบ้าง

๒) หากนักเรียนเป็นเด็กดี แล้วพ่อแม่พาไปเที่ยว นักเรียนจะไปเที่ยวที่ไหน เพราะอะไร

แบ่งนักเรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ อ่านออกเสียงเรื่อง เด็กดี กลุ่มที่ ๒ อ่าน ออกเสียงบทร้อยกรอง ไปทะเล ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เมื่ออ่านจบแล้วให้กลุ่มที่ ๒ อ่านออกเสียงเรื่อง เด็กดี และกลุ่มที่ ๑ อ่านออกเสียงบทร้อยกรองเรื่อง ไปทะเล

๖. นักเรียนช่วยกันบอกคำที่สัมผัสคล้องจองกันจากบทร้อยกรองเรื่อง ไปทะเล

๗. นักเรียนอ่านบทร้อยกรองเรื่อง ไปทะเล พร้อมกัน แล้ววาดภาพทะเลตามจินตนาการของ

ตนเอง พร้อมทั้งระบายสีให้สวยงาม

ครูเลือกตัวแทนนักเรียนที่เคยไปเที่ยวทะเล ๒–๓ คน เล่าประสบการณ์ที่ประทับใจจากการไปเที่ยวทะเลให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนอ่านออกเสียงเรื่อง เด็กดี และบทร้อยกรองเรื่อง ไปทะเลพร้อมกัน

นักเรียนคัดลายมือบทร้อยกรองเรื่อง ไปทะเล ด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด ส่งครู

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำนิสัยรักการอ่านไปใช้ในชีวิตประจำวัน

นักเรียนบอกลักษณะของเด็กดีและสามารถไปปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันได้

นักเรียนนำวิธีอ่านคำ คำสัมผัสคล้องจอง ไปใช้อ่านคำหรือข้อความในชีวิตประจำวันได้

ขั้นที่ ๕ สรุป

๑. นักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะของเด็กดี และผลของการเป็นเด็กดี แล้วเขียนเป็นแผนภาพ

ความคิด

นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนอ่านหนังสือแล้วจดบันทึก และนำมาเล่าให้เพื่อนหรือผู้ปกครองฟัง

๒. นักเรียนเขียนบันทึกการทำความดีของตนเองในแต่ละวัน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. แถบบันทึกเสียง

๓. เพลง เรียนรู้

๔. แผนภูมิเรื่อง นิสัยรักการอ่าน

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๕)

อ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๖)

มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๘)

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๒)

พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๑๗. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๑๘. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๑๙. ต่อคำคล้องจองง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๔)

๒๐. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๒๑. ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๑/๑) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ เป็นการฝึกทักษะการอ่านออกเสียง การจับใจความสำคัญ และบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน

การรู้จักพยัญชนะและสระจะทำให้อ่าน ออกเสียงคำและเข้าใจความหมายของคำศัพท์ ได้ดียิ่งขึ้น

อักษรกลางประสมด้วยสระเสียงยาว ผันได้ ๕ เสียง

ในการอ่านหนังสือควรมีสุขลักษณะที่ดี

การอ่านหนังสือเป็นประจำและอ่านอย่างมีความสุขเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่าน คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

การอ่านเรื่อง เพื่อนรัก ได้ความรู้และข้อคิดอะไรบ้าง

อักษรกลางประสมด้วยสระเสียงยาว มีวิธีการอ่านผันอย่างไร

การอ่านหนังสืออย่างถูกสุขลักษณะที่ดีจะมีผลอย่างไรบ้าง

ลักษณะและพฤติกรรมอย่างไรที่เรียกว่ามีนิสัยรักการอ่าน ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ ได้แก่ บัว บึง เพื่อนรัก วัว

การอ่านเรื่อง เพื่อนรัก เป็นการฝึกทักษะการอ่านออกเสียง การจับใจความสำคัญ การเข้าใจความหมายของคำศัพท์ และบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน

การรู้จักพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระอัว และออ ทำให้รู้วิธีการเขียน การอ่านคำที่ประสมด้วยพยัญชนะดังกล่าว รวมถึงอ่านแจกลูกสะกดคำ

อักษรกลางมีทั้งหมด ๙ ตัว อักษรกลางที่ประสมด้วยสระเสียงยาว ผันได้ครบทั้ง ๕ เสียง

การอ่านหนังสือที่ดีจะต้องจับหนังสือถูกต้อง ระยะห่างจากสายตาเหมาะสม มีแสงสว่างเพียงพอ และมีสมาธิในการอ่าน

นิสัยรักการอ่านสามารถสร้างได้ด้วยการอ่านหนังสือเป็นประจำ และอ่านอย่างมีความสุข ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่

ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

ฟังหรืออ่านเนื้อเรื่องและเข้าใจความหมายของคำศัพท์ในบทเรียน

อ่านแจกลูกและสะกดคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระอัว สระออ

จับใจความสำคัญและบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน

อ่านผันอักษรกลางที่ประสมสระเสียงยาว

มีสุขลักษณะที่ดีในการอ่านหนังสือ

สร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นกับตนเอง ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผล

การเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ ฝึกฟังหรืออ่านออกเสียงเรื่อง เพื่อนรัก

๑.๒ จับใจความสำคัญ ตอบคำถาม และบอกข้อคิดจากเนื้อเรื่องที่อ่าน

๑.๓ อ่านสะกดคำและแจกลูก

๑.๔ เขียนแผนภาพความคิด

๑.๕ พูดแสดงความคิดเห็นและพูดแสดงความรู้สึก

๑.๖ ฝึกผันอักษรกลางที่ประสมสระเสียงยาว

๑.๗ แต่งประโยค ๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม

และค่านิยม จริยธรรมและค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้ ดัดแปลง และ

นำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น และการรู้จัก

ตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง

พอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๒ การอ่านเรื่อง เพื่อนรัก เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๓ การพูดแสดงความรู้สึก เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๔ รู้จักพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระ –ัว, –อ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๕ การผันอักษรกลาง เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๖ สุขลักษณะที่ดีในการอ่านและ เวลา ๒ ชั่วโมง

การมีนิสัยรักการอ่าน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๒

การอ่านเรื่อง เพื่อนรัก

๑. สาระสำคัญ

การอ่านออกเสียง เป็นการฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน จับใจความสำคัญ

ของเรื่องที่อ่านและบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่านได้

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๔. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

๕. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๘)

๖. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

๗. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๘. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

๙. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

๒. จับใจความสำคัญและตอบคำถามได้ (K, P)

๓. บอกความหมายของคำศัพท์และแต่งประโยคถูกต้อง (K, P)

๔. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่านได้ (P)

๕. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดได้ถูกต้องสวยงาม (P)

๖. มีสุขลักษณะที่ดีและมีมารยาทในการอ่านและการเขียน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

ก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน

และนิสัยรักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการเขียนตาม

คำบอก

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. การอ่านเรื่อง เพื่อนรัก

๒. คำใหม่บทเรียน

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ การปฏิบัติตนต่อเพื่อน

ภาษาต่างประเทศ ค้นหาคำภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเรื่อง เพื่อนรัก เช่น เพื่อนรัก ร้องเพลง

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๓–๕ คน ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนชื่อเพื่อนในชั้นเรียนให้ได้มากที่สุดภายในเวลา ๕ นาที กลุ่มใดเขียนได้มากที่สุดเป็นผู้ชนะ

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนฟังเรื่อง เพื่อนรัก จากแถบบันทึกเสียงหรือครูอ่านให้ฟัง ๒–๓ รอบ แล้วให้ นักเรียนอ่าน

ออกเสียงพร้อมกัน

๒. นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงเรื่อง เพื่อนรัก ทีละกลุ่ม ทีละแถว และจับคู่ฝึกอ่าน แล้วฝึกอ่านกับครู

ทีละคน ครูประเมินการอ่านของนักเรียน

นักเรียนช่วยกันเล่าเรื่อง เพื่อนรัก จากที่ได้ฟัง แล้วช่วยกันตอบคำถามต่อไปนี้

๑) ใครเป็นเพื่อนของปอ

๒) ที่บึงมีอะไร

๓) วัวร้องอย่างไร

๔) นักเรียนคิดว่าเพื่อนรักเป็นอย่างไร

๕) นักเรียนมีเพื่อนรักหรือไม่ ทำไมนักเรียนจึงรักเพื่อน

๔. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ

๕. ครูนำภาพคำใหม่ในบทเรียน เช่น กอบัว บึง ริม วัว ให้นักเรียนดู ให้นักเรียนอ่านออกเสียง

ดัง ๆ ทีละคำ

๖. นักเรียนบอกคำใหม่ในบทเรียนที่อ่านไม่ออกหรือไม่เข้าใจความหมาย ครูเขียนบนกระดาน

นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงจนคล่อง

๗. นักเรียนช่วยกันบอกและอภิปรายความหมายของคำใหม่ โดยการแต่งประโยค เช่น ครูพูด

คำว่า บึง นักเรียนยกมือและตอบว่า ในบึงมีกอบัว ครูบอกคำใหม่คำต่อไป นักเรียนยกมือตอบ

(ไม่ซ้ำคนเดิม) ทำเช่นนี้เรื่อยไปจนหมดคำใหม่ในบทเรียน

๘. ครูให้นักเรียนเขียนตามคำบอกจากคำใหม่ในบทเรียน เสร็จแล้วสลับกันตรวจกับเพื่อน โดยครูเฉลย

บนกระดาน

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เพื่อนรัก แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนคัดคำใหม่ในบทเรียนด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด ส่งครู

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

๑. นักเรียนนำวิธีการอ่านไปใช้ในชีวิตประจำวัน

๒. นักเรียนนำคำใหม่ในบทเรียนไปใช้ในการเขียนเรื่องต่าง ๆ

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปสาระสำคัญของเรื่อง เพื่อนรัก และบอกความหมายของคำใหม่ในบทเรียน

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนเล่ากิจกรรมที่นักเรียนร่วมทำกับเพื่อนรักให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองฟัง

๒. นักเรียนค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับเรื่อง เพื่อนรัก เช่น เพื่อนรัก ร้องเพลง แล้วนำมาอ่าน

ให้เพื่อนฟัง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แถบบันทึกเสียง

๒. ภาพคำใหม่ในบทเรียน

๓. ภาพคำใหม่ในบทเรียน

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๓

การพูดแสดงความรู้สึก

๑. สาระสำคัญ

การพูดแสดงความรู้สึก เป็นการบอกเล่าความรู้สึกของตนเองที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ผู้อื่นรับรู้

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

๒. ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๒)

๓. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

๔. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังได้ (P)

๒. พูดแสดงความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนได้ (K, P)

๓. ปฏิบัติตามคำสั่งได้ถูกต้อง (P)

๔. มีสุขลักษณะที่ดีและมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการฟังและการดู

๓. ประเมินมารยาทในการพูด ๑. ประเมินทักษะการฟังและการดู

๒. ประเมินทักษะการพูด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การพูดแสดงความรู้สึก

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพความคิดลักษณะของเพื่อนที่ดีและเพื่อนที่ไม่ดี

สังคมศึกษาฯ รู้จักลักษณะของเพื่อนที่ดีและเพื่อนที่ไม่ดี และนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนต่อเพื่อน ๆ

ภาษาต่างประเทศ ค้นคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเพื่อนรัก

ศิลปะ วาดภาพระบายสี

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูให้นักเรียนเขียนชื่อเพื่อนสนิทหรือเพื่อนรักของตนลงในกระดาษ และเขียนบอกว่าประทับใจอะไร

ในตัวเพื่อน

ครูให้อาสาสมัคร ๒–๓ คน ออกมาอ่านสิ่งที่เขียนให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน

ครูและนักเรียนช่วยกันบอกว่าเพื่อนที่รักกันควรปฏิบัติต่อกันอย่างไร

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูอ่านบทร้อยกรองเรื่อง เพื่อนไม่ดี ให้นักเรียนฟัง นักเรียนอ่านตามทีละวรรคจนคล่อง

เพื่อนไม่ดี

มีเพื่อนไม่ดี พาเรานี้แย่

ไม่ดีแน่แน่ พ่อแม่ว่าเรา

เรามีเพื่อนดี ทำดีต่อเขา

เขาเป็นเพื่อนเรา พูดกะเขาดีดี

๒. ครูอธิบายเนื้อความในบทร้อยกรอง แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกลักษณะของเพื่อนที่ดี

และเพื่อนที่ไม่ดี

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มเขียนแผนภาพความคิดเกี่ยวกับลักษณะของ

เพื่อนที่ดีและเพื่อนที่ไม่ดี ตกแต่งให้สวยงามแล้วนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

๔. นักเรียนวาดภาพเพื่อนรักของตน แล้วออกมาพูดแสดงความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนคนนั้น

ครูประเมินการพูดของนักเรียน

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนอ่านบทอ่านเสริมเรื่อง เพื่อนของพอใจ แล้วทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง

แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

นักเรียนฝึกร้องเพลงที่เกี่ยวกับเพื่อน แล้วบอกข้อคิดที่ได้จากเพลง

นักเรียนคัดบทร้อยกรอง เพื่อนไม่ดี ด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดส่งครู

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำลักษณะของเพื่อนที่ดีไปปฏิบัติกับเพื่อนในกลุ่ม

นักเรียนปรับปรุงตนเองให้เป็นเพื่อนที่ดี และแนะนำเพื่อนให้ปรับปรุงให้เป็นเพื่อนที่ดีมีน้ำใจด้วย

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะของเพื่อนที่ดีและเพื่อนที่ไม่ดี รวมถึงการปฏิบัติตนเป็นเพื่อนที่ดี

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนสอบถามพ่อแม่ถึงลักษณะของเพื่อนที่ดีที่ควรคบหาด้วยที่นอกเหนือจากในบทเรียน

และเพื่อนที่ไม่ดีที่ไม่ควรคบหาด้วย แล้วนำมาเล่าให้เพื่อนฟังในชั้นเรียน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. บทร้อยกรอง เพื่อนไม่ดี

๒. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๓. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๔

รู้จักพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระ –ัว, –อ

๑. สาระสำคัญ

พยัญชนะและสระเป็นส่วนประกอบของคำ การรู้จักพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระ –ัว, –อ จะทำให้อ่านคำ อ่านแจกลูกสะกดคำ และเขียนคำได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๒. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกรูปและเสียงพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระอัว สระออได้ (K)

๒. สะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยสระอัว และออ ได้ (K, P)

๓. เขียนเรียงคำเป็นประโยคได้ (P)

๔. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินความสนใจในการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. รู้จักพยัญชนะ ธ ฉ ถ

๒. สระ –ัว, –อ

๓. การอ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยสระ –ัว, –อ

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เทียบพยัญชนะ ธ ฉ ถ กับพยัญชนะภาษาอังกฤษ

ศิลปะ วาดภาพประกอบคำศัพท์

สุขศึกษาฯ เล่นเกมชูไวไว

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

แบ่งนักเรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม เล่นเกม ชูไวไว ให้แต่ละกลุ่มรับบัตรพยัญชนะกลุ่มละ ๑๐ ใบ เมื่อครูอ่านพยัญชนะ เช่น อ่านว่า “ขอ” นักเรียนจะต้องชูบัตร “ข” ขึ้นมา กลุ่มใดชูก่อนและถูกต้องมากที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ

บัตรพยัญชนะ

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดบัตรภาพพยัญชนะ ธ ฉ ถ บนกระดานดำ ให้นักเรียนอ่านออกเสียงทีละคำ

บัตรภาพพยัญชนะ

๒. นักเรียนฝึกจำพยัญชนะ ธ ฉ ถ จากรูปภาพ

๓. ครูอธิบายวิธีเขียนพยัญชนะ ธ ฉ ถ และเขียนให้นักเรียนดูเป็นต้นแบบ นักเรียนเขียนตามแบบ

และเขียนเองโดยไม่มีแบบ

๔. นักเรียนแลกกันตรวจกับเพื่อนว่าเขียนถูกต้องสวยงามหรือไม่

๕. นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างคำที่มี ธ ฉ ถ เป็นพยัญชนะต้น ครูเขียนคำบนกระดานดำ

นักเรียนฝึกอ่านพร้อมกัน และคัดลงในสมุด

๖. ครูติดแผนภูมิสระอัว สระออบนกระดาน นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน

๗. นักเรียนช่วยกันบอกว่าสระอัว สระออ เหมือนสระใดที่เคยเรียนมาแล้ว

๘. นักเรียนยกตัวอย่างคำในบทเรียนที่ประสมด้วยสระอัว และออ คนละ ๑ คำ ครูเขียนบน

กระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านแจกลูกสะกดคำบนกระดานทีละคำจนคล่อง

๙. นักเรียนเลือกคำจากข้อ ๘ คนละ ๑ คำ วาดภาพประกอบคำศัพท์ ระบายสีให้สวยงาม

แล้วออกมาอ่านให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระอัว สระออ แล้วช่วยกันเฉลย

คำตอบ

๒. นักเรียนคัดคำที่ประสมด้วยสระอัว และออ ด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด

๓. นักเรียนฝึกอ่านแจกลูกสะกดคำ คำที่ประสมด้วยสระอัว สระออ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีสะกดคำไปใช้ในการอ่านและการเขียนวิชาอื่นและในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปเรื่องรูปและเสียงของพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระอัว สระออ การอ่านสะกดคำ

และแจกลูกคำที่ประสมด้วยสระอัว สระออ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนถามผู้ปกครองเกี่ยวกับคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ธ ฉ ถ และสระอัว สระออ เพิ่มเติม

แล้วฝึกอ่านแจกลูกสะกดคำ

๒. นักเรียนเปรียบเทียบพยัญชนะ ธ ฉ ถ ว่าตรงกับพยัญชนะใดในภาษาอังกฤษ โดยการถามครู

หรือผู้ปกครอง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. บัตรพยัญชนะ

๒. บัตรภาพพยัญชนะ

๓. แผนภูมิสระอัว สระออ

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๕

การผันอักษรกลาง

๑. สาระสำคัญ

อักษรกลางมีทั้งหมด ๙ ตัว คือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ อักษรกลางประสมสระเสียงยาว ผันได้

ครบทั้ง ๕ เสียง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๒. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๓. ต่อคำคล้องจองง่าย ๆ

๔. ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกรูปและเสียงพยัญชนะอักษรกลางได้ (K)

๒. อ่านผันอักษรกลาง ประสมสระเสียงยาวได้ (P)

๓. แต่งประโยคจากคำที่กำหนดให้ (P)

๔. นำคำมาต่อเป็นคำคล้องจองง่าย ๆ ได้ (P)

๕. ท่องจำข้อความที่กำหนดให้ได้ (P)

๖. สนใจและกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรม (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการบอกพยัญชนะ

อักษรกลาง

๒. สังเกตการท่องประโยค

ช่วยจำ

๓. สังเกตการตอบคำถาม

๔. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการท่องจำ

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การผันอักษรกลาง

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ ทำตารางการผันอักษรกลาง

ศิลปะ ร้องเพลง พยัญชนะไทย และเคาะจังหวะประกอบ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนเคาะจังหวะประกอบการร้องเพลง พยัญชนะไทย ดังนี้

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนช่วยกันบอกพยัญชนะไทยที่นักเรียนรู้จัก แล้วฝึกท่องพยัญชนะไทยทั้ง ๔๔ ตัว

๒. นักเรียนช่วยกันบอกว่าพยัญชนะตัวใดบ้างที่เป็นอักษรกลาง

๓. ครูติดแผนภูมิอักษรช่วยจำที่แผ่นป้ายหน้าชั้นเรียน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงและทำ

ความเข้าใจ

๔. นักเรียนท่องประโยคช่วยจำให้ขึ้นใจ จากนั้นครูปิดแผนภูมิแล้วให้นักเรียนท่องพร้อมกัน

ทั้งชั้นเรียน

๕. นักเรียนศึกษาเรื่อง การผันวรรณยุกต์อักษรกลาง โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔–๕ คน

นักเรียนดูบัตรคำพร้อมฟังคำจากครู เช่น คำว่า กา ให้นักเรียนกลุ่มที่สามารถผันคำได้

ยกมือขึ้น แล้วผันพร้อม ๆ กันว่า “กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า” กลุ่มใดยกมือก่อนและผันได้

ถูกต้องมากที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ

ตัวอย่างบัตรคำ

๖. นักเรียนบอกคำใหม่ในบทเรียนที่เป็นอักษรกลางประสมสระเสียงยาว แล้วฝึกอ่านผัน

จนคล่อง

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำใบงานที่ ๑๑ เรื่อง ผันคำอักษรกลาง

๒. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการผันอักษรกลาง แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนท่องจำประโยคช่วยจำกับครูทีละคน ครูประเมินการท่องจำ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีผันอักษรกลางไปใช้ในการอ่านและเขียนคำในการเรียนและในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปเรื่องการผันอักษรกลาง

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนทำตารางการผันอักษรกลาง ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมาติดที่ป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียน

๒. นักเรียนถามพ่อแม่หรือผู้ปกครองถึงคำศัพท์ที่เป็นอักษรกลาง แล้วนำมาอ่าน ฝึกอ่านผันกับเพื่อน

ในชั้นเรียน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. เพลงพยัญชนะไทย

๒. แผนภูมิอักษรช่วยจำ

๓. บัตรคำ

๔. ใบงานที่ ๑๑ เรื่อง ผันคำอักษรกลาง

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๖

สุขลักษณะที่ดีในการอ่านและการมีนิสัยรักการอ่าน

๑. สาระสำคัญ

การอ่านหนังสือ ผู้อ่านจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสุขลักษณะที่ดีในการอ่าน และการอ่านหนังสือเป็นประจำสม่ำเสมอ และมีความสุขในเรื่องที่อ่าน เป็นการฝึกนิสัยรักการอ่าน

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๒. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

๓. คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๕)

๔. อ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๖)

๕. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๘)

๖. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกสุขลักษณะที่ดีในการอ่านได้ (K)

๒. เล่าเรื่องที่อ่านให้เพื่อนฟังได้ (P)

๓. ตอบคำถามหรือบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่านได้ (K, P)

๔. อ่านหนังสือเป็นประจำสม่ำเสมอ (P, A)

๕. มีสุขลักษณะที่ดีในการอ่านและมีนิสัยรักการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. สังเกตการจับหนังสือ

อ่าน

๓. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๔. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน

และนิสัยรักการอ่าน

๓. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการ

แสวงหาความรู้

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. สุขลักษณะที่ดีในการอ่าน

๒. การมีนิสัยรักการอ่าน

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพความคิดลักษณะของผู้ที่มีนิสัยรักการอ่าน

ศิลปะ ออกแบบแผนภาพความคิด

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. นักเรียนดูภาพการจับหนังสืออ่านที่ถูกวิธีและไม่ถูกวิธี แล้วช่วยกันบอกว่าภาพไหนเป็น

การจับหนังสืออ่านที่ถูกวิธี เพราะอะไร

ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การอ่านหนังสือจะต้องจับหนังสืออ่านให้ถูกวิธี

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดแผนภูมิเรื่อง สุขลักษณะที่ดีในการอ่าน บนกระดาน แล้วอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟัง

๒. นักเรียนปฏิบัติตามสุขลักษณะที่ดีในการอ่านทีละข้อ แล้วจับคู่ตรวจสอบว่าปฏิบัติถูกต้อง

หรือไม่

๓. ครูให้นักเรียนอ่านบทอ่านเสริมเรื่อง เพื่อนของพอใจ โดยครูสังเกตการจับหนังสือหรือกิริยาท่าทาง

ในการอ่านของแต่ละคน แล้วประเมินตามแบบประเมินการอ่าน

๔. ครูถามนักเรียนว่านักเรียนชอบอ่านหนังสืออะไรบ้าง แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกลักษณะ

ของผู้ที่มีนิสัยรักการอ่านว่าควรจะมีลักษณะอย่างไร

๕. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันออกแบบ และเขียนแผนภาพความคิดเกี่ยวกับ

ลักษณะของผู้ที่มีนิสัยรักการอ่าน แล้วตกแต่งระบายสีให้สวยงาม นำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

๖. นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและสรุปความสำคัญของการมีนิสัยรักการอ่าน

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนให้คำแนะนำเพื่อนที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการมีนิสัยรักการอ่าน

๒. นักเรียนวางแผนอ่านหนังสือเป็นประจำ เช่น อ่านหนังสือนิทาน การ์ตูน เป็นประจำ

๓. ครูกำหนดให้อ่านนิทานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วช่วยกันเล่าเรื่องย่อ ตอบคำถาม และบอกข้อคิดจาก

เรื่องที่อ่าน

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำนิสัยรักการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

๑. นักเรียนช่วยกันสรุปสุขลักษณะที่ดีในการอ่านและการมีนิสัยรักการอ่าน

๒. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนอ่านหนังสือที่ตนชอบ จดบันทึก แล้วนำมาอ่านให้เพื่อนฟังในชั้นเรียน

นักเรียนจดบันทึกคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจความหมายจากเรื่องที่อ่านแล้วนำมาถามครูหรือผู้ปกครอง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ภาพการจับหนังสืออ่านที่ถูกวิธีและไม่ถูกวิธี

๒. ภาพการจับหนังสืออ่านที่ถูกวิธีและไม่ถูกวิธี

๓. แผนภูมิเรื่อง สุขลักษณะที่ดีในการอ่าน

๔. นิทาน

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

๘. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๑๓. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๑๔. ต่อคำคล้องจองง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๔)

๑๕. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๑๖. ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๑/๒) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ เป็นการฝึกทักษะ

การอ่าน การจับใจความ และบอกข้อคิด

จากเรื่องที่อ่าน

การรู้จักพยัญชนะและสระจะทำให้อ่านออกเสียงและเข้าใจความหมายของคำศัพท์

อักษรสูงประสมด้วยสระเสียงยาวผันได้ ๓ เสียง

คำคล้องจองเป็นคำที่ใช้สระเสียงเดียวกัน

การทักทายเป็นการพูดเมื่อพบหน้ากัน เป็นมารยาทที่ดีในสังคม

การพูดแนะนำตัว เป็นการบอกข้อมูลส่วนตัวของตนเองให้ผู้อื่นรู้จัก คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

การอ่านเรื่อง โรงเรียนของเรา ได้ความรู้และข้อคิดอะไรบ้าง

อักษรสูงประสมด้วยสระเสียงยาวมีวิธีผันอย่างไร

คำลักษณะใดที่เรียกว่าคำคล้องจอง

เราจะพูดทักทายและพูดแนะนำตัวเมื่อใด และควรพูดว่าอะไร

ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่

คงทน นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ คุณครู ชอบ โรงเรียน สวัสดี สะอาด

การอ่านเรื่อง โรงเรียนของเรา เป็นการฝึกทักษะการอ่าน การจับใจความสำคัญ การเข้าใจความหมายของคำศัพท์และการบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน

การรู้จักรูปและเสียงพยัญชนะ ณ ร อ และสระเออ สระเอา ทำให้รู้วิธีการเขียนที่ถูกต้อง การอ่านคำที่ประสมด้วยพยัญชนะและสระดังกล่าว รวมถึงเข้าใจความหมายของคำด้วย

อักษรสูงมีทั้งหมด ๙ ตัว การผันอักษรสูงประสมด้วยสระเสียงยาวผันได้ ๓ เสียง คือ เอก โท และจัตวา

คำคล้องจองเป็นคำที่ใช้สระเสียงเดียวกัน มีความไพเราะ มักนำไปใช้ในการแต่งบท ร้อยกรอง

การพูดทักทายเป็นการพูดเมื่อพบหน้ากัน ซึ่งมารยาทของคนไทยจะยกมือไหว้และกล่าว คำว่า สวัสดี

การพูดแนะนำตัวเป็นการพูดบอกข้อมูลส่วนตัวของตน เช่น ชื่อ–นามสกุล อายุ เป็นต้น ให้ผู้อื่นรู้จัก ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ความ

เข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ

อ่านเนื้อเรื่องและเข้าใจความหมายของคำศัพท์ในบทเรียน

สะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ณ ร อ และสระเออ สระเอา

จับใจความสำคัญและบอกข้อคิดจากเรื่อง ที่อ่าน

ผันอักษรสูงที่ประสมด้วยสระเสียงยาว

บอกลักษณะและแต่งคำคล้องจอง

พูดทักทายและพูดแนะนำตนเองด้วยคำที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้

ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ ฝึกอ่านออกเสียงเรื่อง โรงเรียนของเรา

๑.๒ จับใจความสำคัญ บอกความหมายคำศัพท์ และตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง

๑.๓ อ่านแจกลูกและสะกดคำ

๑.๔ คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด

๑.๕ เขียนแผนภาพความคิด

๑.๖ เขียนคำคล้องจอง

๑.๔ พูดทักทายและพูดแนะนำตัวเองให้ผู้อื่นรู้จัก ๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม

และค่านิยม จริยธรรมและค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้ ดัดแปลง และ

นำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง

มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๗ การอ่านเรื่อง โรงเรียนของเรา เวลา ๓ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๘ รู้จักพยัญชนะ ณ ร อ และสระ เ–อ, เ–า เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๙ รู้จักการผันอักษรสูง เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๐ รู้จักคำคล้องจอง เวลา ๑ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๑ การพูดทักทายและการพูดแนะนำตัว เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๗

การอ่านเรื่อง โรงเรียนของเรา

๑. สาระสำคัญ

การอ่านเรื่อง โรงเรียนของเรา เป็นการฝึกทักษะการอ่าน การจับใจความสำคัญ และบอกข้อคิดของเรื่องที่อ่านได้ การฝึกฝนการอ่านอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อ่านได้คล่องแคล่ว สามารถรู้และเข้าใจความหมายของถ้อยคำสำนวนของเรื่องที่อ่านและมีความรู้กว้างขวางขึ้น

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๔. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

๕. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๖. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๒)

๗. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

เล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๖)

๑๐. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๕)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

อ่านออกเสียงคำหรือข้อความถูกต้อง (P)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่านได้ (K)

๓. ตอบคำถามหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านได้ (K, P)

๔. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดได้ถูกต้องสวยงาม (P)

๕. พูดหรือเขียนสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ (P)

๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการอธิบาย

ความหมายของคำใหม่

๒. สังเกตการสรุปความรู้

และข้อคิดที่ได้จาก

การเรียน

๓. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๔. ตรวจแบบทดสอบ

ก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน

๓. ประเมินมารยาทในการเขียนและนิสัย

รักการเขียน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการคัดลายมือ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. การอ่านเรื่อง โรงเรียนของเรา

๒. คำใหม่ในบทเรียน

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพความคิดลักษณะของโรงเรียนที่น่าอยู่

สังคมศึกษาฯ ข้อปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันในโรงเรียน

ภาษาต่างประเทศ ค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับโรงเรียน

ศิลปะ ร้องเพลงโรงเรียนของเรา/แสดงท่าทางประกอบเพลง

สุขศึกษาฯ เล่นเกมใบ้คำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

ครูเปิดแถบบันทึกเสียงหรือร้องเพลง โรงเรียนของเรา ให้นักเรียนฟัง

นักเรียนร้องตามและเคาะจังหวะประกอบการร้องเพลง โรงเรียนของเรา

ครูสนทนากับนักเรียนว่าโรงเรียนน่าอยู่ควรจะเป็นอย่างไร

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนฟังครูอ่านเรื่อง โรงเรียนของเรา ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ แล้วให้นักเรียนอ่านตามดัง ๆ พร้อมกันจนคล่อง

๒. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนช่วยกันเขียนตอบคำถามต่อไปนี้

๑) ในเรื่องมีใครไปโรงเรียนบ้าง

๒) ทุกคนไปโรงเรียนทำไม

๓) ทำไมปอพูดเบา ๆ ในห้องเรียน

๔) ปอและพอใจรู้สึกอย่างไร

๕) นักเรียนรักโรงเรียนของนักเรียนหรือไม่

๓. ครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมาถามคำถามเพื่อน โดยให้เรียกชื่อเพื่อนคนใดก็ได้

ลุกขึ้นยืนตอบคำถาม จากนั้นผู้ที่ตอบคำถามก็จะทำหน้าที่เป็นผู้ถามคำถามนักเรียน

คนอื่นในข้อต่อไป ครูและนักเรียนช่วยกันอภิปรายคำตอบ

๔. นักเรียนช่วยกันบอกลักษณะของโรงเรียนที่น่าอยู่ เปรียบเทียบกับโรงเรียนของนักเรียน

และโรงเรียนของปอกับป่านในบทเรียน

๕. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มเขียนแผนภาพความคิดของกลุ่ม แล้วนำเสนอ

ผลงานหน้าชั้นเรียน

๖. นักเรียนช่วยบอกการอยู่ในโรงเรียนหรือในห้องเรียนว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร เช่น

เมื่อพบครูให้ยกมือไหว้สวัสดี เมื่ออยู่ในห้องเรียนให้พูดจาเบา ๆ แล้วช่วยกันสรุปเป็น

ข้อปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันในโรงเรียนหรือในห้องเรียน

๗. ครูขออาสาสมัครนักเรียน ๑ คนออกมาแสดงท่าทางใบ้คำให้เพื่อนในห้องทาย โดยใช้

คำใหม่จากบทเรียน นักเรียนที่ทายถูกออกมาเขียนคำนั้นบนกระดานดำ

๘. นักเรียนอ่านออกเสียงคำนั้นพร้อมกัน จากนั้นนักเรียนและครูช่วยกันบอก และอธิบาย

ความหมายของคำใหม่พร้อมกันอีกครั้งหนึ่ง

๙. นักเรียนทำกิจกรรมที่ ๔๘ ในสื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษา

ปีที่ ๑ เล่ม ๑

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง โรงเรียนของเรา แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนอ่านบทอ่านเสริมเรื่อง วัวด่างกับลาดำ แล้วทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับบทอ่านเสริม

แล้วช่วยกันเฉลย

๓. นักเรียนหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับโรงเรียน แล้วฝึกอ่านออกเสียง

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการอ่านไปอ่านวิชาอื่น ๆ เพื่อศึกษาหาความรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้และข้อคิดที่ได้จากบทเรียนอีกครั้งหนึ่ง

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

ครูให้นักเรียนที่อ่านออกเสียงได้คล่องแคล่วถูกต้องชัดเจนทำหน้าที่เป็นครูสอนนักเรียนที่ยังอ่านไม่ได้

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. แถบบันทึกเสียง

๓. เพลง โรงเรียนของเรา

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๘

รู้จักพยัญชนะ ณ ร อ และสระเ–อ สระเ–า

๑. สาระสำคัญ

การเรียนเรื่องพยัญชนะ ณ ร อ และสระเออ, เอา จะทำให้รู้จักรูป เสียง และวิธีเขียน

ที่ถูกต้อง รวมถึงอ่านคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ณ ร อ และสระเออ สระเอา ได้ถูกต้องและเข้าใจความหมายของคำ

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

๔. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่ายๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๕. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

๖. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๗. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกรูปและเสียงของพยัญชนะ ณ ร อ สระเออและสระเอา ได้ (K)

๒. สะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมสระเออและสระเอา ได้ (K, P)

๓. อ่านออกเสียงคำและบอกความหมายของคำได้ (K, P)

๔. คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดได้ถูกต้อง สวยงาม (P)

๕. ใช้ประสบการณ์จากความรู้เดิมเชื่อมโยงสู่ความรู้ใหม่ได้ (K)

๖. แต่งนิทานสั้น ๆ จากจินตนาการได้ (K, P)

๗. มีมารยาทและนิสัยรักการเขียน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการเขียนคำใหม่

โดยใช้ความรู้พื้นฐานเดิมที่

เคยเรียนมาแล้ว

๒. สังเกตการเขียนสะกดคำ

และแจกลูก

๓. สังเกตการสรุปความรู้

๔. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการเขียนและนิสัย

รักการเขียน

๓. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการคัดลายมือ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. พยัญชนะ ณ ร อ

๒. รู้จักสระ เ–อ, เ–า

๓. การอ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยสระเออ สระเอา

๖. แนวทางบูรณาการ

ศิลปะ วาดภาพระบายสีประกอบคำ

สุขศึกษาฯ เล่นทายคำ

การงานอาชีพฯ ประดิษฐ์บัตรคำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

๑. ครูให้นักเรียนดูภาพเณรกำลังตักน้ำจากโอ่งรดน้ำต้นไม้ แล้วถามว่าคนและสิ่งของใน

ภาพนี้เรียกว่าอะไร ใครเขียนคำทั้งสองได้บ้าง หากมีนักเรียนคนใดเขียนได้ก็ให้ออกมา

เขียนคำใต้ภาพ จากนั้นครูกล่าวคำชมเชย หากนักเรียนตอบไม่ได้ ให้ครูบอกใบ้ว่าคำว่า

“เณร” มีพยัญชนะที่ออกเสียงเหมือนกับ น ที่นักเรียนเคยเรียนมาแล้ว

๒. ครูนำบัตรคำสระ เ–อ, เ–า ติดบนกระดาน แล้วถามนักเรียนในประเด็นต่อไปนี้

๑) นักเรียนเคยเรียนสระตัวใดที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนสระบนกระดานนี้บ้าง

๒) สระตัวที่นักเรียนเคยเรียนมาเรียกว่าอะไร

๓) นักเรียนลองเดาได้หรือไม่ว่าสระตัวใหม่ที่จะเรียนในวันนี้เรียกว่าอะไร

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดแผนภูมิพยัญชนะ ณ ร อ และแผนภูมิสระเออ, เอา บนกระดาน

๒. นักเรียนฝึกหัดคัดลายมือพยัญชนะ ณ ร อ และ สระ เ–อ, เ–า ลงในสมุด

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔–๕ คน ช่วยกันคิดคำและออกมาเขียนบนกระดาน

โดยใช้พยัญชนะ ณ ร และ อ ประสมกับสระที่นักเรียนเคยเรียนมาแล้ว และให้เขียน

คำที่มีพยัญชนะที่นักเรียนเคยเรียนมาแล้วประสมกับสระเออและเอา อย่างละ ๒ คำ

ไม่ให้ซ้ำกับในบทเรียน

๔. ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของคำ จากนั้นช่วยกันบอกความหมาย

และอ่านออกเสียงสะกดคำและแจกลูกพร้อมกัน

๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๑๒ รู้จักพยัญชนะ ณ ร อ และสระ เ–อ, เ–า

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องพยัญชนะ ณ ร อ และสระเออ สระเอา แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนประดิษฐ์บัตรคำที่มีพยัญชนะ ณ ร อ หรือคำที่มีสระเออ สระเอา แล้ววาดภาพระบายสี

ประกอบคำ

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม เล่นทายคำ โดยใช้บัตรคำและภาพประกอบที่ทำในข้อ ๑ กลุ่มที่ ๑

ยกภาพ ให้กลุ่มที่ ๒ เลือกคำในบัตรคำให้ตรงกับภาพที่กลุ่มที่ ๑ ยก หรือกลุ่มที่ ๒ ยกบัตรคำ

แล้วให้กลุ่มที่ ๑ เลือกภาพให้ตรงกับบัตรคำ เล่นจนหมด กลุ่มใดทำถูกต้องมากที่สุดชนะ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการสะกดคำไปใช้ในการอ่านและเขียนวิชาอื่นและใช้ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องเสียงและรูปของพยัญชนะและสระ การอ่านสะกดคำและแจกลูกคำ

ที่ประสมด้วยสระเออ สระเอา

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนสนทนากับพ่อ แม่ แล้วให้ท่านช่วยยกตัวอย่างคำที่มีพยัญชนะ ณ ร อ และ

สระเออ สระเอา จากนั้นให้จดบันทึกลงสมุดแล้วนำมาแลกกับเพื่อนดูในห้องเรียน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. รูปภาพเณรกำลังตักน้ำจากโอ่งรดน้ำต้นไม้

๒. บัตรสระ เ–อ, เ–า

๓. แผนภูมิพยัญชนะ ณ ร อ

๔. แผนภูมิสระเออ สระเอา

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๙

รู้จักการผันอักษรสูง

๑. สาระสำคัญ

อักษรสูงมีทั้งหมด ๑๑ ตัว คือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห อักษรสูงมีประสมด้วยสระเสียงยาวจะผันได้

๓ เสียง คือ เสียงเอก เสียงโท เสียงจัตวา

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๓. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๔. ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกพยัญชนะที่เป็นอักษรสูงและท่องประโยคช่วยจำอักษรสูงได้ (K, P)

๒. ผันวรรณยุกต์ในอักษรสูงได้ (K, P)

๓. มีระเบียบวินัยในการทำงาน (A)

๔. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการบอกพยัญชนะ

อักษรสูง

๒. สังเกตการท่องประโยค

ช่วยจำอักษรสูง

๓. สังเกตการณ์ตอบคำถาม

๔. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการท่องจำ

๒. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การผันอักษรสูง

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนตารางการผันอักษรสูง

ศิลปะ จัดป้ายนิเทศและตกแต่งให้สวยงาม

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

ครูแสดงบัตรคำอักษรสูงทั้ง ๑๑ ตัว พร้อมคำอ่านให้นักเรียนดู จากนั้นให้อ่านออกเสียง โดยเน้นที่เสียงจัตวาให้สูงมากกว่าปกติ คือ ขอ ฉอ ถอ ผอ ฝอ สอ หอ เพื่อชี้ให้นักเรียนเห็นเสียงที่สูงของตัวอักษร ซึ่งเป็นที่มาของการเรียกอักษรเหล่านี้ว่า อักษรสูง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดแผนภูมิอักษรสูงช่วยจำบนกระดาน ให้นักเรียนท่องประโยคช่วยจำอักษรสูง

ให้ขึ้นใจ จากนั้นครูปิดแผนภูมิแล้วให้นักเรียนท่องพร้อมกันทั้งชั้นเรียน

๒. ครูติดแผนภูมิการผันอักษรสูงบนกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านเสียงดังพร้อมกันทั้งชั้น

๓. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าอักษรสูงประสมด้วยสระเสียงยาว ผันได้ ๓ เสียง คือ รูปสามัญ

เสียงจัตวา รูปเอก เสียงเอก รูปโท เสียงโท

๔. นักเรียนยกตัวอย่างคำในบทเรียนที่เป็นอักษรสูงประสมด้วยสระเสียงยาว แล้วฝึกอ่าน

ผันวรรณยุกต์

๕. นักเรียนทำกิจกรรมที่ ๕๐ ในสื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการผันอักษรสูง

๒. นักเรียนท่องจำประโยคช่วยจำและอ่านผันอักษรสูงกับครูทีละคน ครูประเมินการท่องจำ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการผันอักษรไปใช้อ่านในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปเรื่อง การผันอักษรสูง

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนจัดป้ายนิเทศแสดงตารางการผันอักษรสูง เพื่อให้ความรู้เรื่องการผันคำ

ในอักษรสูง ตกแต่งให้สวยงาม

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. บัตรคำ

๒. แผนภูมิอักษรสูงช่วยจำ

๓. แผนภูมิการผันอักษรสูง

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๐

รู้จักคำคล้องจอง

๑. สาระสำคัญ

คำคล้องจอง คือ คำที่ใช้สระเป็นเสียงเดียวกัน นิยมนำไปใช้ในการแต่งบทร้อยกรอง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๓. ต่อคำคล้องจองง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๔)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกความหมายและลักษณะของคำคล้องจองได้ (K)

๒. เขียนคำคล้องจองได้ (K, P)

๓. แต่งประโยคจากคำคล้องจองได้ (K, P)

๔. มีความรับผิดชอบในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการบอก

ความหมายและลักษณะ

ของคำคล้องจอง

๒. สังเกตการสนทนาซักถาม

๓. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการเขียน

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักคำคล้องจอง

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ ต่อคำคล้องจองคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

ศิลปะ ร้องเพลง เป็ดอาบน้ำ/แสดงท่าทางประกอบเพลง

สุขศึกษาฯ เล่นเกมแข่งขันต่อคำคล้องจอง

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

๑. ครูติดแผ่นป้ายเพลง เป็ดอาบน้ำ บนกระดาน จากนั้นสอนให้นักเรียนร้องและทำท่าทาง

ประกอบเพลง

๒. นักเรียนช่วยกันบอกว่ามีคำใดบ้างที่ออกเสียงสระเหมือนกัน

๓. นักเรียนและครูช่วยกันบอกความหมายและลักษณะของคำคล้องจอง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดบัตรคำสีฟ้าและสีเหลืองบนกระดาน ให้นักเรียนสังเกตบัตรคำทั้ง ๒ กลุ่ม

๒. ให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าบัตรคำทั้ง ๒ กลุ่มแตกต่างกันอย่างไร

๓. ครูช่วยสรุปว่าคำในบัตรคำสีฟ้ามีเสียงสระเดียวกัน คำในบัตรคำสีเหลืองไม่ใช้สระเสียงเดียวกัน

คำที่มีเสียงสระเดียวกัน เรียกว่า คำคล้องจอง

๔. ครูติดแผนภูมิคำคล้องจองบนกระดานให้นักเรียนอ่านและทำความเข้าใจ ครูคอย

อธิบายในสิ่งที่นักเรียนไม่เข้าใจ

๕. นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างคำคล้องจอง

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับคำคล้องจอง แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

นักเรียนจับคู่เล่นต่อคำคล้องจองคำศัพท์ภาษาไทย และคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

๑. นักเรียนนำความรู้พื้นฐานเรื่องคำคล้องจองไปใช้ในการแต่งกลอนที่ยากขึ้นในระดับต่อไป

๒. นักเรียนนำเนื้อหาในวิชาอื่น ๆ มาลองหัดแต่งเป็นคำคล้องจองไว้สำหรับท่องจำ

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนเขียนสรุปความหมายและลักษณะของคำคล้องจอง พร้อมยกตัวอย่างคำ ๒–๓ คู่ เขียนลง

สมุดบันทึก จากนั้นครูขออาสาสมัครนักเรียนอ่านให้เพื่อนฟัง ครูช่วยสรุปอีกครั้งหนึ่ง

๗. กิจกรรมเสนอแนะ

คัดเลือกนักเรียนที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องคำคล้องจองให้ช่วยสอนและอธิบายเพื่อนที่ยังไม่เข้าใจ จากนั้นครูจึงเรียกนักเรียนมาซักถามเนื้อหาความรู้และให้ลองยกตัวอย่างคำคล้องจองให้ฟัง เพื่อทดสอบ ความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แผ่นป้ายเพลง เป็ดอาบน้ำ

๒. บัตรคำ

๓. แผนภูมิคำคล้องจอง

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๑

การพูดทักทายและการพูดแนะนำตัว

๑. สาระสำคัญ

การทักทาย เป็นการพูดเมื่อพบหน้ากัน ซึ่งเรามักจะยกมือไหว้และกล่าวคำว่า สวัสดี ส่วนการ

พูดแนะนำตัว เป็นการพูดบอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล อายุ ให้ผู้อื่นรู้จัก

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๒. ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

๓. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกโอกาสการใช้คำว่า สวัสดี ได้ (K)

๒. ใช้คำพูดสวัสดี และพูดแนะนำตัวได้อย่างถูกต้อง (P)

มีมารยาทในการใช้ถ้อยคำ และกิริยาท่าทางที่สุภาพในการพูด (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการใช้คำพูดทักทาย

ในสถานการณ์สมมุติ

๒. สังเกตการใช้คำพูด

แนะนำตัว

๓. สังเกตการสนทนาซักถาม

๔. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๕. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการพูด ๑. ประเมินทักษะการพูด

๒. ประเมินทักษะการฟังและการดู

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. การพูดทักทาย

๒. การพูดแนะนำตัว

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ มารยาทในการพูดทักทายและการแนะนำตัว

ภาษาต่างประเทศ พูดทักทายและแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ

ศิลปะ ร้องเพลง, การแสดงสถานการณ์สมมติ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

ครูสอนนักเรียนร้องเพลงและทำท่าทางประกอบเพลง สวัสดี จากนั้นโยงเข้าสู่บทเรียนเรื่อง การพูดทักทาย สวัสดี

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูซักถามนักเรียนด้วยคำถามต่อไปนี้ แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบ

๑) เมื่อนักเรียนพบครูที่ประตูหน้าโรงเรียน นักเรียนจะพูดว่าอย่างไร

๒) ก่อนมาโรงเรียนและกลับจากโรงเรียนควรจะพูดกับพ่อแม่ว่าอย่างไร

๒. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อเราพบครู พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ เราควรยกมือไหว้และ

กล่าวคำว่าสวัสดี การยกมือไหว้และกล่าวคำว่าสวัสดี เรียกว่า การทักทาย ซึ่งเป็นมารยาทที่ดี

ในสังคม

๓. นักเรียนศึกษาเรื่อง การพูดทักทาย ในหนังสือเรียน/สื่อสารการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๔. ครูนำภาพเด็กไหว้พ่อแม่ เด็กไหว้ยาย เด็กไหว้พี่ แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าจะพูด

ทักทายกันอย่างไร

๕. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๓–๔ คน ช่วยกันคิดสถานการณ์ที่จะต้องใช้คำทักทาย

แล้วให้แต่ละกลุ่มออกมาแสดงสถานการณ์สมมติสั้น ๆ ให้เพื่อนในชั้นดู

๖. นักเรียนดูวีดิทัศน์การพูดแนะนำตัวหรือให้อาสาสมัครออกมาแนะนำตัวหน้าชั้นเรียน

๗. นักเรียนช่วยกันบอกว่าการพูดแนะนำตัวต้องบอกรายละเอียดอะไรบ้าง ครูเขียนสิ่งที่

นักเรียนบอกบนกระดาน

๘. ครูให้นักเรียนออกมาพูดแนะนำตัวเองให้เพื่อน ๆ ฟังทีละคนจนครบทั้งห้อง ครูถาม

นักเรียนในชั้นเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของเพื่อนบางคนที่ออกมาแนะนำตัวเพื่อทดสอบ

ความตั้งใจการฟัง

๙. ครูประเมินการพูดของนักเรียนตามแบบประเมินการพูด

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพูดทักทายและการพูดแนะนำตัว แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

นักเรียนพูดทักทายเพื่อนในชั้นเรียนและฝึกพูดแนะนำตัวให้ผู้ปกครองฟัง

นักเรียนช่วยกันคิดและฝึกพูดทักทายและแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำคำพูดสวัสดีไปใช้ในชีวิตประจำวันจนเป็นนิสัย และนำการพูดแนะนำตัวไปใช้เมื่อเวลาที่ต้องการให้ผู้อื่นรู้จักเรา

ขั้นที่ ๕ สรุป

๑. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปเรื่อง การพูดทักทายและแนะนำตัว แล้วบันทึกลงสมุด

๒. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน และช่วยกันเฉลยคำตอบ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนดูการ์ตูนหรือนิทานสำหรับเด็ก ๑ เรื่อง ตามความสนใจ แล้วให้นักเรียนอธิบายว่า

ตัวละครพูดทักทายกันในสถานการณ์ใดบ้าง ให้เล่าเรื่องเหตุการณ์ตอนนั้น ๆ ให้เพื่อนฟัง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. เพลง สวัสดี

๓. ภาพการไหว้บุคคลต่าง ๆ

๔. วีดิทัศน์การพูดแนะนำตัว

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท. ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท. ๑.๑ (ป. ๑/๒)

ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท. ๑.๑ (ป. ๑/๓)

มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท. ๒.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท. ๒.๑ (ป. ๑/๒)

มีมารยาทในการเขียน ท. ๒.๑ (ป. ๑/๓)

ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท. ๓.๑ (ป. ๑/๒)

พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท. ๓.๑ (ป. ๑/๓)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท. ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท. ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๑๑. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท. ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๑๒. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท. ๕.๑ (ป. ๑/๑) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ จะต้องเข้าใจความหมายของคำศัพท์ จึงจะเข้าใจเรื่องได้ดี จับใจความสำคัญและบอกข้อคิดของเรื่องที่อ่านได้

การรู้จักพยัญชนะและสระจะทำให้อ่านออกเสียงและเข้าใจความหมายของคำศัพท์

อักษรต่ำที่ประสมด้วยสระเสียงยาว ผันได้ ๓ เสียง คือ เสียงสามัญ เสียงเอก และเสียงตรี

ประโยคประกอบด้วยภาคประธานและภาคแสดง

การคัดลายมือเป็นการฝึกเขียนตัวอักษร คำ หรือข้อความ โดยใช้ท่าทางที่ถูกวิธี

คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนจะได้ความรู้และข้อคิดอะไรบ้างจากการอ่านเรื่อง คุณครูใจดี

คำใดบ้างที่ประสมด้วยพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระอือ, สระแอะ และอ่านแจกลูกสะกดคำว่าอย่างไร

อักษรต่ำประสมสระเสียงยาวผันได้กี่เสียง อะไรบ้าง

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อความใดเป็นประโยค ข้อความใดไม่เป็นประโยค

การคัดลายมือควรปฏิบัติตนอย่างไร ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่

คงทน นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ ได้แก่ อบรม ดูแล ฝึกปรือ ปัญญา ศึกษา

การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ จะต้องออกเสียงคำศัพท์ถูกต้อง เข้าใจความหมายของคำศัพท์ จึงจะจับใจความสำคัญหรือบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่านได้

พยัญชนะและสระเป็นส่วนประกอบของคำ การรู้จักพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระอือ สระแอะ จะทำให้อ่านสะกดคำและแจกลูกถูกต้อง

อักษรต่ำมีทั้งหมด ๒๔ คำ การผันอักษรต่ำที่ประสมด้วยสระเสียงยาว ผันได้ ๓ เสียง คือ เสียงสามัญ เสียงเอก และเสียงตรี

การนำคำมาเรียงต่อกันและได้ใจความสมบูรณ์เรียกว่า ประโยค ประโยคประกอบด้วยภาคประธาน และภาคแสดง

๖. การฝึกคัดลายมือจะต้องทำให้ถูกต้อง

ตามสุขลักษณะที่ดีในการเขียนและ

มารยาทในการเขียน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่

ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

อ่านออกเสียงเนื้อเรื่องและคำศัพท์ในบทเรียนได้

เข้าใจความหมายของคำศัพท์ จับใจความสำคัญและบอกข้อคิดเรื่องที่อ่าน

อ่านและเขียนสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระอือ สระแอะ

ผันอักษรต่ำที่ประสมสระเสียงยาว

บอกลักษณะของประโยค และแต่งเป็นประโยคหรือเรื่องสั้น ๆ

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ถูกต้องสวยงาม

ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้

ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ ฝึกอ่านออกเสียงเรื่อง คุณครูใจดี และคำใหม่ในบทเรียน

๑.๒ จับใจความสำคัญ และตอบคำถามจากเรื่อง

๑.๓ ฝึกอ่านสะกดคำและแจกลูก

๑.๔ ฝึกเขียนพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระอือ, แอะ และคำที่ประสมด้วยพยัญชนะและสระข้างต้น

๑.๕ อ่านผันอักษรต่ำที่ประสมสระเสียงยาว

๑.๖ แต่งประโยคหรือเรื่องราวสั้น ๆ

๑.๗ คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด

๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม

และค่านิยม จริยธรรมและค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้ ดัดแปลง และ

นำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง

พอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๒ การอ่านเรื่องคุณครูใจดี เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๓ รู้จักพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระ–ื, แ–ะ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๔ รู้จักการผันอักษรต่ำ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๕ รู้จักประโยค เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๖ การคัดลายมือ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๒

การอ่านเรื่อง คุณครูใจดี

๑. สาระสำคัญ

การอ่านที่ดีควรจับใจความสำคัญและสามารถสรุปความได้ การรู้ความหมายของคำจะทำให้สามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านได้มากขึ้น และการฝึกฝนการอ่านอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อ่านได้คล่องแคล่วและสามารถนำไปใช้ในการแสวงหาความรู้ได้อย่างหลากหลาย

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๔. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๔)

๕. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

๖. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๗. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท. ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านออกเสียงคำและข้อความได้ถูกต้อง (P)

๒. บอกความหมายและเขียนคำใหม่ในบทเรียนได้ (K, P)

๓. อ่านเรื่องราวแล้วสามารถจับใจความสำคัญและสรุปข้อคิดจากเรื่องที่อ่านได้ (K)

๔. เล่าเรื่องและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องได้ (K)

๕. มีความรับผิดชอบในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A)

๖. มีสุขลักษณะที่ดีและมีมารยาทในการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการสนทนา

ตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๓. ตรวจแบบทดสอบ

ก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน

๓. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการเขียน

๓. ประเมินทักษะการพูด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๕. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. การอ่านเรื่อง คุณครูใจดี

๒. คำใหม่จากบทเรียน

๓. บทอ่านเสริมเรื่อง ลูกแกะขนปุย

๖. แนวทางบูรณาการ

ศิลปะ การแสดงท่าทางเพื่อใบ้คำ

สุขศึกษาฯ เล่นเกมเติมอักษรในบัตรคำ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

๒. ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเล่าเรื่องครูที่นักเรียนประทับใจ แล้วพูดโยงเข้าเรื่อง

คุณครูใจดี

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนฟังเรื่อง คุณครูใจดี ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จากแถบบันทึกเสียง หรือครูอ่านให้ฟัง ๑ รอบ จากนั้นให้นักเรียนอ่าน

ออกเสียงดัง ๆ พร้อมกันจนคล่อง

๒. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนช่วยกันเขียนตอบคำถาม ตามแนวคำถามที่กำหนดให้

๑) เรื่องนี้มีใครบ้าง

๒) พอใจเขียนเรื่องเล่าเกี่ยวกับใคร

๓) เรื่องนี้ทำให้นักเรียนคิดถึงเรื่องอะไร

๔) นักเรียนรู้สึกอย่างไรเมื่อฟังเรื่องนี้จบ

๕) เมื่อฟังเพื่อนพูดหน้าชั้นเรียนแล้ว นักเรียนควรทำอย่างไร

๓. ครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมาเขียนคำตอบกลุ่มละ ๑ ข้อ ลงบนกระดานดำ ครูช่วยตรวจสอบ

ความถูกต้อง

๔. นักเรียนและครูช่วยกันสรุปเนื้อเรื่องพร้อมกันอีกครั้งหนึ่ง

๕. นักเรียนศึกษาเรื่องคำใหม่ จากเกมเติมตัวอักษรลงในช่องว่าง โดยแบ่งนักเรียนเป็น

กลุ่มตามแถวที่นั่งในห้องเรียน แต่ละแถวส่งตัวแทนออกมาแข่งขันเติมอักษรใน

บัตรคำ เมื่อเติมเสร็จแล้วให้หันกลับมาทำท่าทางซึ่งเป็นความหมายของคำเหล่านั้นให้

เพื่อนดู กลุ่มใดทำถูกต้องตามกติกาจะได้คำละ ๑ คะแนน แถวใดเสร็จก่อนเป็นผู้ชนะ

บัตรคำ

๖. นักเรียนอ่านออกเสียงคำบนกระดานพร้อมกัน จากนั้นช่วยกันอธิบายความหมายของคำใหม่

ที่อยู่ในบทเรียนซึ่งไม่ได้นำมาทำเป็นบัตรคำ

๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน

๘. นักเรียนทำใบงานที่ ๑๓ อ่านคำจับคู่ภาพ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง คุณครูใจดี

นักเรียนอ่านบทอ่านเสริมเรื่อง ลูกแกะขนปุย ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับบทอ่านเสริม แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการอ่านไปอ่านวิชาอื่น ๆ เพื่อศึกษาหาความรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาและคำศัพท์จากบทเรียนอีกครั้งหนึ่ง

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

ครูให้นักเรียนอ่านบันทึกเสียงเรื่องลูกแกะขนปุยลงในแถบบันทึกเสียง แล้วนำมาเปิดให้เพื่อนฟัง

และช่วยกันวิเคราะห์จุดบกพร่องในการอ่านของแต่ละคน จากนั้นจึงปรับปรุงแก้ไขการอ่านให้ดีขึ้น

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. เครื่องบันทึกเสียงและแถบบันทึกเสียง

๒. บัตรคำ

๓. ใบงานที่ ๑๓ เรื่อง อ่านคำศัพท์ จับคู่ภาพ

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๓

รู้จักพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระ –ื, แ–ะ

๑. สาระสำคัญ

พยัญชนะและสระเป็นส่วนประกอบของคำ การรู้จักพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระอือ, แอะ จะทำให้

อ่านออกเสียงคำ เข้าใจความหมายของคำในบทเรียนได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๔. ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง ท ๓.๑ (ป. ๑/๒)

๕. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๖. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. เล่าเรื่องราวจากภาพได้ (P)

๒. บอกรูปและเสียงของพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระอือ สระแอะ ได้ (K)

๓. อ่านออกเสียงและเขียนคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระอือ สระแอะได้ (P)

๔. อ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมสระอือ, สระแอะได้ (K, P)

๕. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดได้ถูกต้อง สวยงาม (P)

๖. ใช้ประสบการณ์จากความรู้เดิมเชื่อมโยงความรู้ใหม่ได้ (K, P)

๗. มีความสุขในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการสนทนา

ซักถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน

๓. ประเมินมารยาทในการเขียนและนิสัย

รักการเขียน

๔. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการเขียน

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. รู้จักพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ

๒. รู้จักสระ –ื, แ–ะ

๓. การอ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยสระอือ สระแอะ

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ เปรียบเทียบเสียงพยัญชนะใน ฝ ศ ษ ญ ในภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. นักเรียนดูภาพ ฝนตก ฤๅษี ศาลาท่าน้ำ และรูปผู้หญิง แล้วให้นักเรียนช่วยกัน

เล่าเรื่องราวจากภาพให้สอดคล้องกัน

๒. นักเรียนลองเดาพยัญชนะต้นของคำศัพท์จากภาพ แล้วช่วยกันออกมาเขียนศัพท์นั้น

บนกระดาน

๓. ครูนำบัตรคำ สระ –ื และ แ–ะ ติดบนกระดาน แล้วถามนักเรียนในประเด็น ต่อไปนี้

๑) นักเรียนเคยเรียนสระตัวใดที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนสระบนกระดานนี้บ้าง

๒) สระตัวที่นักเรียนเคยเรียนมาเรียกว่าอย่างไร

๓) นักเรียนลองเดาได้หรือไม่ว่าสระตัวใหม่ที่จะเรียนในวันนี้เรียกว่าอย่างไร

๔. ครูพูดโยงเข้าเรื่องพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระอือ สระแอะ

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดแผนภูมิพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ บนกระดาน ให้นักเรียนฝึกออกเสียงพร้อมกัน

๒. นักเรียนฝึกหัดเขียนพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ ตามรอยประที่ครูกำหนด จากนั้นจึงให้

นักเรียนลองหัดเขียนโดยไม่มีแบบ แล้วเปรียบเทียบความสวยงามของตัวอักษร

๓. ครูติดแผนภูมิ สระอือและสระแอะ บนกระดาน แล้วให้นักเรียนฝึกออกเสียงพร้อมกัน

๔. นักเรียนฝึกหัดเขียนพยัญชนะ สระอือและสระแอะ ตามรอยประที่ครูกำหนด

๕. ครูติดแผนภูมิการอ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยสระอือและสระแอะ

บนกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน จากนั้นครูปิดแผนภูมิ

ให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน

๖. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔–๕ คน ฝึกอ่านออกเสียงคำในบัตรคำให้ถูกต้องและ

พร้อมเพรียงกัน จากนั้นออกมาอ่านให้เพื่อนกลุ่มอื่นฟัง นักเรียนกลุ่มที่ฟังบันทึกผล

การอ่านของเพื่อนลงในแบบบันทึกการอ่านออกเสียง

ชุดคำฝึกอ่าน

๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ และสระอือ สระแอะ

๒. นักเรียนฝึกอ่านสะกดคำจากคำใหม่ในบทเรียน

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีอ่านสะกดคำไปใช้ในการอ่านและเขียนวิชาอื่น และใช้ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องรูป เสียงของพยัญชนะและสระ การอ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยสระอือและสระแอะ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนไปสอบถามสมาชิกในครอบครัวให้ช่วยยกตัวอย่างคำที่มีพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ

สระอือ สระแอะ จากนั้นให้จดบันทึกลงสมุดแล้วนำมาแลกกับเพื่อนดูในห้องเรียน

๒. นักเรียนเปรียบเทียบเสียงพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ กับเสียงพยัญชนะในภาษาอังกฤษ โดยสอบถาม

จากครูหรือผู้ปกครอง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ภาพฝนตก ฤๅษี ศาลาท่าน้ำ และผู้หญิง

๒. บัตรสระ –ื, แ–ะ

๓. แบบประเมินการอ่านออกเสียง

๔. แผนภูมิพยัญชนะ ฝ ษ ศ ญ

๕. แผนภูมิการอ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยสระอือ สระแอะ

๖. แบบทดสอบการอ่านออกเสียง

๗. ชุดคำฝึกอ่าน

๘. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๙. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๔

รู้จักการผันอักษรต่ำ

๑. สาระสำคัญ

อักษรต่ำมีทั้งหมด ๒๔ ตัว การผันอักษรต่ำที่ประสมสระเสียงยาว ผันได้ ๓ เสียง คือ เสียงสามัญ

เสียงโท และเสียงตรี การฝึกผันวรรณยุกต์จะทำให้ผันได้คล่อง อ่านและเขียนคำศัพท์ได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๓. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

๔. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

บอกพยัญชนะอักษรต่ำและผันวรรณยุกต์อักษรต่ำที่ประสมสระเสียงยาวได้ (K, P)

เขียนคำโดยใช้พยัญชนะในอักษรต่ำได้ (K, P)

วิเคราะห์ตัวอักษรในชื่อ-นามสกุลออกตามหมวดหมู่อักษรได้ (K, P)

นำความรู้ที่เรียนไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ (K, P)

มีความรับผิดชอบในการทำงานกลุ่ม (A)

มีสุขลักษณะและมารยาทในการอ่าน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการจำแนก

พยัญชนะตามหมวดหมู่

อักษร

๒. สังเกตการตอบคำถาม

๓. สังเกตการวิเคราะห์

อักษรต่ำ จากชื่อ–

นามสกุลของตนเอง

๔ ตรวจผลการทำกิจกรรม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน

๓. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการเขียน

๓. ประเมินทักษะการแสวงหาความรู้

๔. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๕. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักการผันอักษรต่ำ

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ จัดกลุ่มคำศัพท์ จำแนกพยัญชนะตามหมวดหมู่

ศิลปะ ระบายสีตกแต่งสมุดคำศัพท์/ร้องเพลง อักษร ๓ หมู่ ประกอบจังหวะ

สุขศึกษาฯ เล่นเกม “นี่ไง...อักษรต่ำ”

การงานอาชีพฯ ทำสมุดคำศัพท์

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนเคาะจังหวะประกอบการร้องเพลง อักษร ๓ หมู่ ดังนี้

เมื่อจบ “อักษรกลางมีอะไร บอกมา” ให้นักเรียนบอกพยัญชนะที่เป็นอักษรกลาง

เมื่อจบ “อักษรสูงมีอะไร บอกมา” ให้นักเรียนบอกพยัญชนะที่เป็นอักษรสูง

เมื่อจบ “อักษรต่ำมีอะไร บอกมา” ให้นักเรียนบอกพยัญชนะที่เป็นอักษรต่ำ

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดแผ่นโปสเตอร์พยัญชนะไทยทั้ง ๔๔ ตัวบนกระดาน แล้วขออาสาสมัครนักเรียน

๒ คน ออกมาหน้าชั้นเรียน ให้คนที่ ๑ นำปากกาเมจิกสีแดงวงรอบอักษรกลาง และ

คนที่ ๒ ใช้ปากกาเมจิกสีน้ำเงินวงรอบอักษรสูง ตามที่เคยเรียนมาแล้วในบทเรียน

ก่อนหน้านี้ โดยอนุญาตให้ดูหนังสือได้ เพื่อนนักเรียนที่นั่งอยู่และครูช่วยกัน

ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นให้นักเรียนทั้งชั้นอ่านพยัญชนะที่เหลือที่

ไม่มีสีปากกาเมจิกวงรอบ แล้วบอกนักเรียนว่าพยัญชนะที่เหลือคืออักษรต่ำ ครูบอกให้

นักเรียนช่วยกันจดจำอักษรต่ำเพราะจะใช้ในการเล่นเกมต่อไป

๒. ครูให้นักเรียนปิดหนังสือแล้วเล่นเกม “นี่ไง...อักษรต่ำ” โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น

กลุ่มละ ๔–๕ คน แต่ละกลุ่มจะได้กระดาษ A4 กลุ่มละ ๑ แผ่น พร้อมปากกา

เมจิก วิธีการเล่นคือ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนอักษรต่ำที่ครูบอก ช่วยกันจำเขียน

ลงในกระดาษภายในเวลา ๑๕ นาที หากจำไม่ได้ให้ช่วยกันท่อง ก–ฮ แล้วช่วยกัน

วิเคราะห์โดยตัดพยัญชนะที่เป็นอักษรกลางและอักษรสูงออก การตัดอักษรกลางและ

อักษรสูงทำได้โดยการท่องประโยคช่วยจำที่เคยเรียนมาแล้ว ดังนี้

อักษรกลาง คือ ไก่ จิก เด็ก ตาย บน ปาก โอ่ง ฎ ฏ

อักษรสูง คือ ฃ ของ ฉัน ใส่ ถุง ผ้า ฝาก ให้ เศรษฐี

นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาแสดงผลงานให้เพื่อนดู ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบ

กลุ่มที่เขียนได้ถูกต้องมากที่สุดเป็นผู้ชนะ

๓. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมนำอักษรต่ำมาเขียนเป็นคำ โดยประสมกับสระที่นักเรียน

เคยเรียนมาแล้วกลุ่มละ ๑ คำ ไม่ให้ซ้ำตัวอักษรกัน จากนั้นจึงให้นักเรียนตัวแทน

กลุ่มเขียนขึ้นกระดาน

๔. นักเรียนช่วยกันศึกษาการผันวรรณยุกต์อักษรต่ำจากสื่อการเรียนรู้ภาษาไทย

สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จากนั้นจึงเรียกนักเรียนทีละกลุ่มผันคำบน

กระดานพร้อมกันกลุ่มละ ๑ คำ กลุ่มใดผันได้ถูกต้องจะได้คะแนนเพิ่มขึ้นจาก

เกมที่แล้วอีก ๑ คะแนน

๕. ครูรวบรวมคะแนนและประกาศกลุ่มผู้ชนะให้ทราบ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการผันอักษรต่ำ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนวิเคราะห์ชื่อและนามสกุลของตัวเองว่ามีอักษร สูง กลาง ต่ำ อะไรบ้าง ลงในตาราง

การวิเคราะห์ชื่อ–นามสกุล

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการผันอักษรไปใช้ในการอ่านและใช้ในชีวิตประจำวัน

นักเรียนนำความรู้เรื่องอักษรต่ำไปใช้อธิบายให้เพื่อนที่ยังไม่เข้าใจให้ทราบ

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่องอักษรต่ำและการผันวรรณยุกต์แล้วบันทึกลงในสมุด

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนศึกษาค้นคว้ารวบรวมคำศัพท์ยากที่เป็นอักษรต่ำจากหนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต หรือจาก

แหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ ระบายสีตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำมารวมกับกลุ่มอื่นๆ เป็นหนังสือรวมคำศัพท์

อักษรต่ำประจำห้องเรียน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. เพลง อักษรสามหมู่

๒. แผ่นโปสเตอร์พยัญชนะไทย ๔๔ ตัว

๓. ปากกาเมจิกสีแดงและน้ำเงิน

๔. กระดาษ A4

๕. ตารางวิเคราะห์ชื่อ–นามสุกล

๖. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๘. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ตารางวิเคราะห์ชื่อ-นามสกุล

ชื่อ – นามสกุล

........................................................... อักษรสูง อักษรกลาง อักษรต่ำ

........................

........................ ........................

........................ ........................

........................

........................

........................ ........................

........................ ........................

........................

........................

........................ ........................

........................ ........................

........................

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๕

รู้จักประโยค

๑. สาระสำคัญ

ประโยค เป็นการนำคำมาเรียงต่อกันเป็นข้อความที่มีใจความสมบูรณ์ ประกอบด้วยภาคประธาน

และภาคแสดง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

๒. เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

๓. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ท ๔.๑ (ป. ๑/๓)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกลักษณะหรือส่วนประกอบของประโยคได้ (K)

๒. เขียนเรียงลำดับคำให้เป็นประโยคได้ถูกต้อง (K, P)

๓. แต่งประโยคเป็นเรื่องสั้น ๆ ได้ (P)

๔. มีความสุขในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. สังเกตการแสดง

ความคิดเห็น

๓. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการเขียนและนิสัย

รักการเขียน

๓. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการเขียน

๓. ประเมินทักษะการพูด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๕. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

รู้จักประโยค

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ จัดกลุ่มข้อความที่เหมือนและต่างกัน

ภาษาต่างประเทศ ค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับเรื่องประโยค เช่น

ประโยค กริยา กรรม

ศิลปะ วาดภาพประกอบเรื่องราว

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนพูดข้อความตามที่นึกได้คนละ ๑ ข้อความต่อ ๆ กัน

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนศึกษาเรื่อง ประโยค ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๕–๖ คน แต่ละกลุ่มอ่านและสังเกตข้อความในแถบประโยค

ที่ติดบนแผ่นป้ายหน้าชั้นเรียน ดังนี้

๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า ข้อความใดมีใจความสมบูรณ์บ้างจากนั้นส่งตัวแทน

เขียนตัวเลขจากแถบประโยคเพื่อจัดกลุ่มข้อความบนแผ่นป้ายหน้าชั้นเรียน แล้วช่วยกันดูว่าแต่ละกลุ่ม

มีความคิดเห็นเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

๔. นักเรียนศึกษาความหมายและส่วนประกอบของประโยคจากแผนภูมิความรู้เรื่อง ประโยค

โดยมีครูเป็นผู้เสนอแนะเพิ่มเติม

๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันบอกว่าข้อความใดบ้างเป็นประโยค และบอกว่าคำใดเป็น ประธาน กริยา

และกรรม

๖. นักเรียนช่วยกันอธิบายส่วนประกอบของประโยค

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับประโยค

นักเรียนเลือกคำใหม่ในบทเรียนมาแต่งเป็นเรื่องราวสั้น ๆ พร้อมวาดภาพประกอบ

ให้สวยงาม นำมาเล่าให้เพื่อนในชั้นเรียนฟัง

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการแต่งประโยคไปใช้ในการเขียนข้อความ

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปความหมายและส่วนประกอบของประโยค

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนสังเกตและเปรียบเทียบการเขียนประโยคในหน้าหนังสือพิมพ์ กับประโยคใน

หนังสือเรียน แล้วเขียนบันทึกข้อแตกต่างพร้อมตัวอย่างประโยคลงสมุด นำมาเป็นประเด็นอภิปรายกัน

ในชั้นเรียน

๒. นักเรียนค้นคำศัพท์ในภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับเรื่องประโยค

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แถบประโยค

๒. แผนภูมิเรื่อง ประโยค

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๖

การคัดลายมือ

๑. สาระสำคัญ

การคัดลายมือ เป็นการฝึกเขียนตัวอักษร คำ หรือข้อความด้วยตัวบรรจง โดยการใช้ท่าทางที่ถูกวิธี

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกวิธีจับดินสอและการวางกระดาษที่ถูกต้องได้ (K, P)

๒. บอกท่านั่งที่ถูกต้องได้ (K, P)

๓. คัดลายมือทั้งตัวอักษรไทยและเลขไทยด้วยวิธีการและขั้นตอนที่ถูกต้องได้ (P)

๔. เห็นความสำคัญของการคัดลายมือ (A)

๕. มีสุขลักษณะนิสัยที่ดีในการเขียน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. สังเกตการแสดงความ

คิดเห็น

๓. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๔. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการเขียนและนิสัย

รักการเขียน

๓. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย ๑. ประเมินทักษะการคัดลายมือ

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

หลักการคัดลายมือ

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ คัดตัวเลขอารบิก

ภาษาต่างประเทศ การคัดลายมือภาษาอังกฤษ

สุขศึกษาฯ การจัดท่านั่งในการคัดลายมือให้ถูกสุขลักษณะ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนทำท่าจับดินสอ แล้วช่วยกันดูท่าทางการจับดินสอของเพื่อนว่าเป็นอย่างไร ครูพูดโยง

เข้าเรื่องการคัดหลายมือที่ถูกวิธี

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูสนทนากับนักเรียนในเรื่องข้อปฏิบัติในการคัดลายมือจะต้องทำอย่างไรบ้างตามหัวข้อต่อไปนี้

๑) การนั่ง

๒) การจับดินสอ

๓) การวางสมุด

๔) การคัด

๒. นักเรียนศึกษาหลักการฝึกคัดลายมือเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย

สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๓. นักเรียนฝึกการนั่งและวิธีการจับดินสอให้ถูกต้องตามที่ได้ศึกษามา

๔. นักเรียนช่วยกันสรุปวิธีการคัดลายมือที่ถูกต้อง

๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๑๔ เรื่อง ฝึกคัด หัดเขียน เสร็จแล้วครูประเมินตามแบบประเมิน

การคัดลายมือ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนฝึกเขียนตัวเลขไทยและตัวเลขอารบิก แล้วตรวจสอบการเขียนของตนเองว่าถูกต้องสวยงามหรือไม่

นักเรียนฝึกคัดพยัญชนะในภาษาอังกฤษ แล้วตรวจสอบว่าถูกต้องตามวิธีเขียนหรือไม่

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีคัดลายมือไปใช้ในการศึกษาวิชาอื่น ๆ และใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

๑. นักเรียนช่วยกันสรุปหลักการฝึกคัดลายมือ

๒. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนแข่งขันประกวดคัดลายมือ โดยให้ครูและนักเรียนช่วยกันพิจารณาคัดเลือกผลงาน

ของเพื่อนที่คัดลายมือได้ถูกต้องและสวยงามที่สุด และนำผลงานการคัดลายมือติดบนป้ายนิเทศ

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. ใบงานที่ ๑๔ เรื่อง ฝึกคัด หัดเขียน

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผังมโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดชั้นปี

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๑๓. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก

ท ๕.๑ (ป. ๑/๑) ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ จะต้องเข้าใจความหมายของคำศัพท์ จึงจะเข้าใจเรื่องได้ดี

พยัญชนะและสระเป็นส่วนประกอบของคำ การรู้จักพยัญชนะและสระ จะทำให้อ่านหรือเขียนคำถูกต้องและเข้าใจความหมายของคำ

การกล่าวคำขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ เป็นการพูดที่แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนของ ผู้พูด

การพูดขอร้องเป็นการพูดขอความช่วยเหลือในโอกาสต่าง ๆ ที่ต้องใช้ถ้อยคำสุภาพ

ในการพูด ผู้พูดจะต้องรู้จักเลือกใช้คำ น้ำเสียงที่สุภาพเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

การอ่านเรื่อง สนามเด็กเล่น ได้ความรู้และข้อคิดอะไรบ้าง

ยกตัวอย่างคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ค ซ และสระเอะ สระโอะ

นักเรียนจะกล่าวคำขอบคุณ ขอบใจ และ ขอโทษในโอกาสใดบ้าง

การพูดขอร้องควรพูดอย่างไรจึงจะเหมาะสม

ผู้มีมารยาทในการพูดควรพูดอย่างไร

ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่

คงทน นักเรียนจะรู้ว่า...

คำสำคัญ ได้แก่ สนามเด็กเล่น เกะกะ ความสุข

การอ่านเป็นการฝึกทักษะการออกเสียงคำ ทำความเข้าใจคำศัพท์ จับใจความสำคัญ ตอบคำถามจากเรื่อง และบอกข้อคิดที่เป็นประโยชน์

การรู้จักพยัญชนะ ค ซ และสระเอะ สระโอะ จะทำให้อ่าน เขียน และเข้าใจคำศัพท์มากขึ้น

การกล่าวคำขอบคุณ ใช้พูดในโอกาสที่ผู้ใหญ่ให้ของหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้เรา

การกล่าวคำขอบใจ ใช้พูดในโอกาสที่เพื่อนหรือผู้น้อยกว่าให้สิ่งของ หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้เรา

การกล่าวคำขอโทษ ใช้พูดเมื่อตนทำผิดหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

การพูดขอร้อง ใช้พูดเมื่อต้องการขอความช่วยเหลือผู้อื่น

ในการพูด ผู้พูดจะต้องเลือกใช้ถ้อยคำที่สุภาพ แสดงกิริยามารยาทและใช้น้ำเสียงที่เหมาะสม ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่

ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...

อ่านเนื้อเรื่องและเข้าใจความหมายของคำศัพท์

จับใจความสำคัญและบอกข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน

อ่านและเขียนคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ค ซ และสระเอะ สระโอะ

กล่าวขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษได้เหมาะสมตามสถานการณ์

พูดขอร้องในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้

บอกมารยาทในการพูดและปฏิบัติได้เหมาะสม ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้

ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ ฝึกอ่านออกเสียงเรื่อง สนามเด็กเล่น จับใจความสำคัญ และตอบคำถาม

๑.๒ ฝึกอ่านแจกลูกสะกดคำ คำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ค ซ และสระเอะ สระโอะ

๑.๓ การกล่าวขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ

๑.๔ การพูดขอร้อง

๑.๕ การแต่งประโยค

๑.๖ การเขียนตามคำบอก

๑.๗ การแต่งเรื่องสั้น ๆ

๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒) การสนทนาซักถาม ๒) แบบทดสอบการอ่าน

๓) การสังเกต ๓) แบบประเมินการอ่าน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการเขียน

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพูด

๕) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ๖) แบบประเมินด้านคุณธรรม

และค่านิยม จริยธรรมและค่านิยม

๖) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๗) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ใช้ ดัดแปลง และ นำไปใช้

การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง

๓.๒ ทักษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี

๓.๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง

พอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๗ การอ่านเรื่องสนามเด็กเล่น เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๘ รู้จักพยัญชนะ ค ซ และสระ เ–ะ, โ–ะ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๙ การกล่าวคำขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๐ การพูดขอร้อง เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๑ มารยาทในการพูด เวลา ๒ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๗

การอ่านเรื่อง สนามเด็กเล่น

๑. สาระสำคัญ

การอ่านออกเสียงเป็นการฝึกทักษะการอ่านในการออกเสียงคำให้ถูกต้อง และสามารถจับ

ใจความสำคัญ และบอกข้อคิดของเรื่องที่อ่านได้ รวมถึงรู้ความหมายของคำศัพท์ จะช่วยให้เข้าใจเนื้อเรื่อง

ได้ดียิ่งขึ้น

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๓)

๔. เขียนสื่อสารด้วยคำหรือประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก ท ๕.๑ (ป. ๑/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่านออกเสียงคำและข้อความถูกต้อง (P)

๒. จับใจความสำคัญและบอกข้อคิดของเรื่องที่อ่านหรือฟังได้ (K, P)

๓. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำหรือข้อความที่อ่าน (P)

๔. แต่งประโยคจากคำที่กำหนดให้ได้ (P)

๕. มีสุขลักษณะที่ดีและมีมารยาทในการอ่าน (A)

๖. มีความสุขในการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจแบบทดสอบ

ก่อนเรียน

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการอ่านและนิสัย

รักการอ่าน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. การอ่านเรื่อง สนามเด็กเล่น

๒. คำใหม่ในบทเรียน

๖. แนวทางบูรณาการ

ภาษาต่างประเทศ ค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับสนามเด็กเล่น เช่น สนาม เล่น

ศิลปะ วาดภาพเครื่องเล่นต่าง ๆ ในสนามเด็กเล่น

สุขศึกษาฯ เล่นเกมอ่านคำใหม่จากภาพ

การงานอาชีพฯ ประดิษฐ์บัตรคำชื่อเครื่องเล่นต่าง ๆ ในสนามเด็กเล่น

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

ครูถามนักเรียนว่ารู้จักสนามเด็กเล่นหรือไม่ นักเรียนรู้จักเครื่องเล่นอะไรบ้างในสนามเด็กเล่น

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนฟังเรื่อง สนามเด็กเล่น จากแถบบันทึกเสียงหรือครูอ่านให้ฟัง ๒–๓ รอบ

จากนั้นให้นักเรียนอ่านตามพร้อมกันทั้งชั้น

๒. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔–๕ คน ให้ช่วยกันคิดและตอบคำถามต่อไปนี้

๑) ที่สนามเด็กเล่นมีอะไรให้เล่นบ้าง

๒) ใครเล่นอะไรกันบ้าง

๓) ทำไมเด็ก ๆ จึงชอบไปเล่นที่สนามเด็กเล่น

๔) นักเรียนอยากเล่นอะไรที่ไม่มีในสนามเด็กเล่นนี้

๕) ถ้านักเรียนไม่ต้องการหรือไม่อยากทำตามที่คนอื่นบอก นักเรียนจะต้องพูดว่าอะไร

๖) ถ้านักเรียนยอมรับหรือจะทำตามที่คนอื่นบอก นักเรียนจะต้องพูดว่าอะไร

๓. ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นครูและนักเรียนช่วยกันเฉลย

๔. ครูนำภาพเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น เช่น ชิงช้า ไม้กระดก กระดานลื่น ให้นักเรียนดู

นักเรียนช่วยกันบอกว่าเป็นเครื่องเล่นอะไร แล้วอ่านคำศัพท์ดัง ๆ พร้อมกัน

๕. นักเรียนอาสาสมัคร ๓–๔ คน ออกมาเล่าประสบการณ์การเล่นเครื่องเล่นของตนเองให้

เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน

๖. นักเรียนช่วยกันบอกคำใหม่หรือคำที่อ่านไม่ออกหรือไม่เข้าใจความหมายในบทเรียน

ครูเขียนบนกระดาน

๗. นักเรียนฝึกอ่านคำใหม่บนกระดานพร้อม ๆ กันจนคล่อง

๘. ครูให้นักเรียนเล่นเกมอ่านคำใหม่จากภาพ โดยครูยกภาพขึ้นให้ดูทีละภาพ ให้นักเรียน

บอกคำศัพท์ที่ตรงกับภาพ กลุ่มใดตอบได้ ได้ ๑ คะแนน กลุ่มที่ชนะจะได้รับการชมเชย

จากครู

๙. ครูให้นักเรียนเขียนตามคำบอกจากคำใหม่ที่ได้เรียนมา

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนฝึกอ่านเรื่อง สนามเด็กเล่น และอ่านกับครูทีละคน ครูประเมินการอ่านของนักเรียน

๒. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องและคำใหม่ในบทเรียน แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

๓. นักเรียนวาดภาพเครื่องเล่นที่ตนชอบ และประดิษฐ์บัตรคำชื่อเครื่องเล่นประกอบภาพ

แล้วเขียนบอกเหตุผลว่าชอบเพราะอะไร

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนลองเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่อยู่ในสนามเด็กเล่น

นักเรียนช่วยกันดูแลรักษาเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น และแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ได้เล่น

อย่างเท่าเทียมกัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปสาระสำคัญของเรื่อง สนามเด็กเล่น และบอกความหมายของคำใหม่

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนอ่านเรื่อง สนามเด็กเล่น ให้สมาชิกในครอบครัวฟัง

๒. นักเรียนบอกวิธีเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ ให้เพื่อนหรือผู้ปกครองฟัง รวมถึงวิธีเล่นอย่าง

ปลอดภัย

๓. นักเรียนค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับสนามเด็กเล่น เช่น สนาม เล่น โดยสอบถามจากครู

หรือผู้ปกครอง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. แถบบันทึกเสียง

๓. บัตรคำ

๔. ภาพเครื่องเล่น

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๘

รู้จักพยัญชนะ ค ซ และสระ เ–ะ, โ–ะ

๑. สาระสำคัญ

พยัญชนะและสระเป็นส่วนประกอบของคำ การรู้จักพยัญชนะ ค ซ และสระเอะ สระโอะ

ทำให้รู้จักวิธีการเขียน อ่าน และเขียนสะกดคำ และเข้าใจความหมายของคำในบทเรียนได้ถูกต้อง

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้น ๆ ท ๑.๑ (ป. ๑/๑)

๒. บอกความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ท ๑.๑ (ป. ๑/๒)

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ ท ๒.๑ (ป. ๑/๒)

มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๑/๓)

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย ท ๔.๑ (ป. ๑/๑)

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท ๔.๑ (ป. ๑/๒)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกรูปและเสียงพยัญชนะ ค ซ และสระเอะ สระโอะ ได้ (K)

๒. เขียนและอ่านสะกดคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ ค ซ และสระเอะ สระโอะ ได้ (P)

๓. คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดได้ถูกต้อง สวยงาม (P)

๔. เขียนคำคล้องจองจากคำที่กำหนดให้ (P)

๕. มีความสุขในการเรียนภาษาไทย (A)

๖. มีสุขลักษณะที่ดีและมีมารยาทในการเขียน (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. สังเกตการแสดงความ

คิดเห็น

๓. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการเขียนและนิสัย

รักการเขียน ๑. ประเมินทักษะการอ่านออกเสียง

๒. ประเมินทักษะการคัดลายมือ

๓. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๔. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

๑. พยัญชนะ ค ซ

๒. สระ เ–ะ, โ–ะ

๖. แนวทางบูรณาการ

ศิลปะ วาดภาพระบายสี

สุขศึกษาฯ เล่นเกมสนุกกับสระ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. ครูให้นักเรียนดูภาพ คน ครู ควาย ซอส ซาลาเปา แล้วช่วยกันบอกว่าภาพที่เห็นเป็นภาพ

อะไรบ้าง

๒. ครูให้นักเรียนลองทายพยัญชนะต้นของคำศัพท์จากภาพ แล้วอ่านออกเสียงพร้อมกัน

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูติดแผนภูมิเรื่องพยัญชนะ ค ซ บนกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน

๒. นักเรียนฝึกเขียนพยัญชนะ ค ซ ตามรอยประที่ครูกำหนด และเขียนเองโดยไม่มีแบบ

และช่วยกันสังเกตการณ์เขียน แล้วสนทนาเกี่ยวกับวิธีการเขียน โดยตรวจสอบการเขียน

ของตนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียน

๓. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔–๕ คน ช่วยกันคิดคำศัพท์ที่มีพยัญชนะ ค ซ

แล้วแต่ละกลุ่มผลัดกันบอกคำศัพท์ วนกันให้ครบทุกกลุ่ม แล้วให้ครูเขียนบนกระดาน

กลุ่มไหนบอกไม่ได้ให้คัดออกจนเหลือกลุ่มสุดท้าย

๔. ครูอ่านคำศัพท์บนกระดานให้นักเรียนฟังและอ่านตาม

๕. ครูนำบัตรที่ประสมด้วยสระเอะ สระโอะ ติดบนกระดานอย่างละ ๕ คำ เรียงสลับไปมา

แล้วถามนักเรียนในประเด็นต่อไปนี้

๑) คำบนกระดานมีสระทั้งหมดกี่ตัว

๒) สระบนกระดานเรียกว่าสระอะไรบ้าง

๓) ใครสามารถอ่านคำบนกระดานได้บ้าง

๖. นักเรียนร่วมกันศึกษาเรื่อง สระเอะ สระโอะ จากแผนภูมิความรู้ที่ครูติดบนกระดาน

๗. นักเรียนฝึกเขียนสระเอะ สระโอะ จากแผนภูมิความรู้เรื่อง สระเอะ สระโอะ แล้วฝึกเขียน

ตามรอยประที่ครูกำหนด โดยนักเรียนเขียนสระตามแบบและไม่มีแบบ

๘. ครูอธิบายวิธีอ่านสะกดคำและแจกลูกคำที่ประสมด้วยสระเอะ สระโอะ จากแผนภูมิที่ครู

ติดบนกระดานแล้วให้นักเรียนฝึกอ่านจนคล่อง

๙. ให้นักเรียนกลุ่มเดิมเล่นเกมสนุกกับสระ โดยครูแจกข้อความให้นักเรียนกลุ่มละ ๑

ข้อความ ในข้อความนั้นจะต้องมีคำที่ประสมด้วยสระเอะ สระโอะ หรือสระอื่นที่เคยเรียน

มาแล้ว ให้นักเรียนหาคำที่ประสมด้วยสระที่ครูกำหนดให้ภายในเวลา ๑๐ นาที กลุ่มที่หา

คำศัพท์ได้มากที่สุดและถูกต้องเป็นฝ่ายชนะ

๑๐. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบจากกิจกรรมข้อ ๙

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนคัดคำใหม่ในบทเรียนด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด แล้วนำมาส่งให้ครูตรวจสอบ

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับพยัญชนะ ค ซ และสระเอะ สระโอะ แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

นักเรียนแต่งประโยคจากคำใหม่ในบทเรียนและวาดภาพประกอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำวิธีการอ่านและเขียนพยัญชนะ ค ซ และสระเอะ, โอะ ไปใช้ในวิชาอื่น ๆ และ ใช้ในชีวิตประจำวัน

ขั้นที่ ๕ สรุป

ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง พยัญชนะ ค ซ และสระเอะ สระโอะ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนรวบรวมคำศัพท์ที่มีพยัญชนะ ค ซ จากการสอบถามสมาชิกในครอบครัว

แล้วจดบันทึกลงสมุด เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกันอ่านกับเพื่อนในชั้นเรียน

๒. นักเรียนสังเกตคำที่ประสมด้วยสระเอะ สระโอะ จากการอ่านนิทานหรือเรื่องสั้นใน

หนังสือเรียน จากนั้นจดบันทึกลงสมุดแล้วนำมาแลกกันอ่านกับเพื่อนในชั้นเรียน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ภาพคน ครู ควาย ซอส และซาลาเปา

๒. แผนภูมิเรื่อง พยัญชนะ ค ซ

๓. บัตรคำ

๔. แผนภูมิเรื่อง สระเอะ สระโอะ

๕. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๗. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๙

การกล่าวขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ

๑. สาระสำคัญ

การกล่าวคำขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ เป็นการแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนของผู้พูด คำว่า “ขอบคุณ” จะพูดเมื่อผู้ใหญ่ให้ของหรือทำสิ่งที่เราพอใจ คำว่า “ขอบใจ” จะพูดเมื่อเพื่อนหรือผู้น้อยกว่าให้สิ่งของหรือทำสิ่งที่เราพอใจ และคำว่า “ขอโทษ” จะพูดเมื่อตนเองทำผิด หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน คำทั้งสามคำนี้เราควรฝึกพูดให้ติดเป็นนิสัย

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

๒. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๓)

๓. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกโอกาสในการใช้คำว่า ขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษได้ (K)

๒. ใช้คำพูดขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษได้ถูกต้องตามสถานการณ์ (P)

๓. เลือกใช้ถ้อยคำ และกิริยาท่าทางที่สุภาพในการพูด (K, A)

๔. มีมารยาทในการพูด (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการพูด ๑. ประเมินทักษะการพูด

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การกล่าวขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ

๖. แนวทางบูรณาการ

คณิตศาสตร์ เขียนแผนภาพความคิดเกี่ยวกับการกล่าวขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ

สังคมศึกษาฯ กล่าวขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษกับบุคคลในโอกาสต่าง ๆ

ภาษาต่างประเทศ เปรียบเทียบคำศัพท์ในภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ

ศิลปะ แสดงบทบาทสมมุติ/วาดภาพประกอบการใช้คำขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

ครูให้นักเรียนดูภาพ คุณลุงยื่นหนังสือให้หลาน และลูกทำแก้วน้ำแตก แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบว่า

ถ้านักเรียนเป็นเด็กในภาพที่ ๑ และ ๒ นักเรียนจะพูดว่าอย่างไร

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนศึกษาเรื่อง การกล่าวขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ ในหนังสือเรียน/สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย

สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ แล้วให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า

การกล่าวขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษควรใช้ในโอกาสใดบ้าง

๒. ให้นักเรียนแต่ละคนเขียนแผนภาพความคิดการใช้คำขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ

ว่าใช้ในโอกาสใดบ้าง ออกแบบและตกแต่งให้สวยงาม

๓. แบ่งนักเรียนออกเป็น ๓ กลุ่ม ช่วยกันคิดสถานการณ์สมมุติที่จะต้องกล่าวคำว่าขอบคุณ ขอบใจ

และขอโทษกลุ่มละ ๑ สถานการณ์ แล้วออกมาแสดงให้เพื่อนในชั้นเรียนดู

๔. ครูและเพื่อนช่วยกันแสดงความคิดเห็นจากการแสดงของแต่ละกลุ่ม

๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๑๕ เรื่อง กล่าวถ้อยคำตามเหตุการณ์ เสร็จแล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

๑. นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเรื่อง การกล่าวคำขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ แล้วช่วยกัน

เฉลยคำตอบ

๒. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ถ้านักเรียนใช้คำพูดว่าขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ

อย่างถูกต้อง แล้วจะเกิดผลอย่างไร

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำคำกล่าวขอบคุณ และขอโทษไปใช้ในชีวิตประจำวันจนเป็นนิสัย

ขั้นที่ ๕ สรุป

ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปเรื่องการกล่าวคำขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนวาดภาพประกอบการใช้คำพูดขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ แล้วนำมาติดที่ป้ายนิเทศ

หน้าชั้นเรียน

๒. นักเรียนทำแผ่นป้ายวิธีใช้คำขอบคุณ ขอบใจ และขอโทษ ติดในชั้นเรียนเพื่อให้เพื่อนได้

ปฏิบัติอย่างถูกต้อง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ภาพลุงยื่นหนังสือให้หลาน และลูกทำแก้วน้ำแตก

๒. ใบงานที่ ๑๕ เรื่อง กล่าวถ้อยคำตามเหตุการณ์

๓. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๐

การพูดขอร้อง

๑. สาระสำคัญ

การพูดขอร้องเป็นการพูดขอความช่วยเหลือให้ผู้อื่นช่วย ต้องใช้ถ้อยคำที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ

และบุคคล

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม ท ๓.๑ (ป. ๑/๑)

๒. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

๓. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๔)

๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๕)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกประโยคขอร้องได้ (K)

๒. พูดขอร้องในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ (P)

๓. ใช้คำพูดที่สุภาพเหมาะสมกับกาลเทศะ (K)

๔. มีมารยาทในการพูด (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. ตรวจผลการทำกิจกรรม

๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการพูด ๑. ประเมินทักษะการพูด

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

การพูดขอร้อง

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ ประพฤติตนเป็นผู้มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น

ศิลปะ วาดภาพประกอบเรื่อง/แสดงบทบาทสมมุติ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

๑. ครูเล่าเหตุการณ์สมมุติประกอบภาพให้นักเรียนฟังว่า

“เมื่อวาน ครูถือสมุดการบ้านจำนวนมากเพื่อไปเก็บในห้องพักครู แต่ครูถือไม่หมด

ครูจึงบอกกับสมชายว่า “สมชายช่วยถือสมุดการบ้านไปวางบนโต๊ะครูหน่อยนะ”

แล้วครูก็แบ่งสมุดการบ้านให้สมชายช่วยถือไปจำนวนหนึ่ง”

๒. นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำพูดของครู แล้วครูพูดโยงเข้าเรื่องการพูดขอร้อง

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ครูอธิบายลักษณะของคำพูดขอร้องให้นักเรียนฟัง ให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่าง

ประโยคขอร้อง

๒. ครูกำหนดสถานการณ์ให้นักเรียน ๓ สถานการณ์ คือ

๑) บอกให้เพื่อนช่วยสอนการบ้าน

๒) บอกให้เพื่อนช่วยหยิบสิ่งของ

๓) บอกให้เพื่อนทิ้งขยะลงในถังขยะ

แล้วแบ่งนักเรียนออกเป็น ๓ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มเลือกสถานการณ์จากข้อ ๒ แล้วออกมา

แสดงบทบาทสมมุติให้เพื่อนดูหน้าชั้นเรียน เพื่อนที่ดูร่วมกันแสดงความคิดเห็น ติชม

๓. ครูอ่านบทอ่านเสริมเรื่อง ม้ากับลา ให้นักเรียนฟัง ๒–๓ รอบ แล้วนักเรียนช่วยกันตอบ

คำถามต่อไปนี้

๑) นักเรียนคิดว่าเหตุใดคนขายโต๊ะจึงไม่เอาโต๊ะหนึ่งตัวไปไว้บนหลังม้าตั้งแต่แรก

๒) หากม้าแบกโต๊ะทั้ง ๒ ตัวตั้งแต่แรก แล้วขอให้ลาช่วยแบกโต๊ะหนึ่งตัว นักเรียนคิดว่า

ลาจะช่วยม้าหรือไม่ เพราะเหตุใด

๓) หากนักเรียนเป็นลา นักเรียนจะพูดขอร้องม้าอย่างไรให้ช่วยกันแบกโต๊ะ

๔) หากนักเรียนเป็นม้า นักเรียนจะช่วยลาแบกโต๊ะหรือไม่ เพราะอะไร

๕) นักเรียนได้ข้อคิดอะไรบ้างจากเรื่องนี้

๔. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบ

๕. ครูขออาสาสมัคร ๓–๔ คน เพื่อแสดงบทบาทสมมุติเรื่อง ม้ากับลา ให้เพื่อนชม

หน้าชั้นเรียน

๖. นักเรียนวาดภาพประกอบเรื่อง ม้ากับลา แล้วระบายสีให้สวยงาม แล้วเขียนประโยคขอร้อง

ที่ม้าพูดกับลาให้ช่วยแบกโต๊ะ และลาพูดตอบม้าลงไปในภาพด้วย

๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปลักษณะของประโยคขอร้อง

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพูดขอร้อง

นักเรียนฝึกพูดขอร้องในสถานการณ์ต่าง ๆ กับเพื่อนในชั้นเรียน

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนนำประโยคขอร้องไปพูดกับสมาชิกในครอบครัวและฝึกพูดจนเป็นนิสัย

ขั้นที่ ๕ สรุป

ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะของประโยคขอร้อง และคำพูดขอร้องในสถานการณ์ต่าง ๆ

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๑. นักเรียนสอบถามสมาชิกในครอบครัวถึงการพูดขอร้องในสถานการณ์ต่าง ๆ จดบันทึกไว้

แล้วนำมาใช้พูดกับเพื่อนในชั้นเรียน

๒. นักเรียนเล่าเรื่องความดีของตนเองที่เกี่ยวกับด้านความมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นให้สมาชิก

ในครอบครัวฟัง

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. ภาพประกอบข้อความ

๒. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๓. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๔. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๑

มารยาทในการพูด

๑. สาระสำคัญ

มารยาทในการพูดเป็นการใช้น้ำเสียงและถ้อยคำสุภาพในการพูดให้เหมาะสมกับบุคคล และกาลเทศะ

๒. ตัวชี้วัดชั้นปี

๑. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท ๓.๑ (ป. ๑/๖)

๒. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๑/๘)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกมารยาทในการพูดได้ (K)

๒. แสดงพฤติกรรมในการพูดถูกต้องตามกาลเทศะ (P)

๓. มีมารยาทในการพูด (A)

๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. สังเกตการตอบคำถาม

๒. สังเกตการแสดงความ

คิดเห็น

๓. สังเกตการสรุปความรู้

ที่ได้จากการเรียน

๔. ตรวจแบบทดสอบ

หลังเรียน ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็น

รายบุคคลในด้านความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ความรับผิดชอบในการ

ทำกิจกรรม ความมีระเบียบวินัย

ในการทำงาน ฯลฯ

๒. ประเมินมารยาทในการพูด ๑. ประเมินทักษะการพูด

๒. ประเมินทักษะกระบวนการคิด

๓. ประเมินทักษะกระบวนการกลุ่ม

๕. สาระการเรียนรู้

มารยาทในการพูด

๖. แนวทางบูรณาการ

สังคมศึกษาฯ การมีมารยาทในการพูดกับบุคคลในสังคม

ศิลปะ แสดงบทบาทสมมุติให้เห็นความแตกต่างระหว่างคนที่มีมารยาท ในการพูดกับคนที่ไม่มีมารยาทในการพูด

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนที่เป็นอาสาสมัคร ๔–๕ คน ออกมาพูดโดยการแย่งกันพูดและตะโกนพูดใส่กัน แล้วให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า การพูดที่เห็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่

ขั้นที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้

๑. นักเรียนช่วยกันบอกมารยาทในการพูดว่ามีอะไรบ้างแล้วช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า

ถ้านักเรียนเป็นผู้ฟัง นักเรียนไม่ต้องการฟังคำพูดแบบใดบ้าง

๒. นักเรียนฟังแถบบันทึกเสียงหรือครูอ่านข้อความจากแถบประโยคให้นักเรียนฟัง แล้ว

นักเรียนช่วยกันบอกว่าข้อความใดเป็นการพูดที่มีมารยาทและไม่มีมารยาท

นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูอธิบายเพื่อให้นักเรียนเข้าใจดียิ่งขึ้น

แบ่งนักเรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม ให้แสดงบทบาทสมมุติ กลุ่มที่ ๑ สาธิตการพูดที่มีมารยาท กลุ่มที่ ๒ สาธิตการพูดที่ไม่มีมารยาท แล้วออกมาแสดงให้เพื่อนดูหน้าชั้นเรียน นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นและเลือกที่จะปฏิบัติในแนวทางที่ถูกต้อง

ขั้นที่ ๓ ฝึกฝนผู้เรียน

ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ ๓–๔ คน ช่วยกันคิดคำพูดที่มีมารยาท ๑ ประโยค

และคำพูดที่ไม่มีมารยาท ๑ ประโยค แล้วออกมาอ่านให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน

๒. นักเรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับมารยาทในการพูด เสร็จแล้วช่วยกันเฉลยคำตอบ

ขั้นที่ ๔ นำไปใช้

นักเรียนพูดด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่สุภาพกับบุคคลทุกระดับ

ขั้นที่ ๕ สรุป

นักเรียนช่วยกันสรุปเรื่องมารยาทในการพูด

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนสังเกตคำพูดที่สุภาพที่ใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน จากนั้นจดบันทึกลงสมุด แล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันอ่านกับเพื่อนในชั้นเรียน

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๒. แถบบันทึกเสียง

๓. แถบประโยค

๔. สื่อการเรียนรู้ ภาษาไทย สมบูรณ์แบบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๕. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๖. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ บริษัท สำนักพิมพ์

วัฒนาพานิช จำกัด

๑๐. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ตอนที่ ๓

เอกสาร/ความรู้เสริมสำหรับครู

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

๑. มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดชั้นปี และสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้

ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

๒. กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

๓. โครงงาน (Project work)

๔. แฟ้มสะสมผลงาน (portfolio)

๕. ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Backward Design

๖. รูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง

๗. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

๘. แบบทดสอบปลายภาคเรียน

๙. ใบงาน แบบบันทึก และแบบประเมินต่าง ๆ

๑. มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดชั้นปี และสาระการเรียนรู้แกนกลาง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาที่ ๑

สาระที่ ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา

ในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน

ตัวชี้วัดชั้นปี สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง

และข้อความสั้น ๆ

๒. บอกความหมายของคำและ

ข้อความที่อ่าน ( การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ

คำคล้องจอง และข้อความที่ประกอบด้วยคำ

พื้นฐาน คือคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่น้อย

กว่า ๖๐๐ คำ รวมทั้งคำที่ใช้เรียนรู้ในกลุ่ม

สาระการเรียนรู้อื่น ประกอบด้วย

– คำที่มีรูปวรรณยุกต์และไม่มีรูปวรรณยุกต์

– คำที่มีตัวสะกดตรงตามมาตราและไม่ตรง

ตามมาตรา

– คำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ

– คำที่มีอักษรนำ ๓. ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน

๔. เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่อ่าน

๕. คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน

( การอ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ เช่น

– นิทาน

– เรื่องสั้น ๆ

– บทร้องเล่นและบทเพลง

– เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้

ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๖. อ่านหนังสือตามความสนใจอย่าง

สม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน ( การอ่านหนังสือตามความสนใจ เช่น

– หนังสือที่นักเรียนสนใจและเหมาะสม

กับวัย

– หนังสือที่ครูและนักเรียนร่วมกันกำหนด ๗. บอกความหมายของ

เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์

สำคัญที่มักพบเห็นใน

ชีวิตประจำวัน

( การอ่านเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์

ประกอบด้วย

– เครื่องหมายสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่พบเห็นใน

ชีวิตประจำวัน

– เครื่องหมายแสดงความปลอดภัยและแสดง

อันตราย ๘. มีมารยาทในการอ่าน ( มารยาทในการอ่าน เช่น

– ไม่อ่านเสียงดังรบกวนผู้อื่น

– ไม่เล่นกันขณะที่อ่าน

– ไม่ทำลายหนังสือ

สาระที่ ๒ การเขียน

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน

เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา

ค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัดชั้นปี สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

( การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตาม

รูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย ๒. เขียนสื่อสารด้วยคำและ

ประโยคง่าย ๆ

( การเขียนสื่อสาร

– คำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

– คำพื้นฐานในบทเรียน

– คำคล้องจอง

– ประโยคง่าย ๆ ๓. มีมารยาทในการเขียน ( มารยาทในการเขียน เช่น

– เขียนให้อ่านง่าย สะอาด ไม่ขีดฆ่า

– ไม่ขีดเขียนในที่สาธารณะ

– ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับเวลา สถานที่

และบุคคล

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด

ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วัดชั้นปี สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ และปฏิบัติตาม

( การฟังและการปฏิบัติตามคำแนะนำ คำสั่ง ง่าย ๆ

๒. ตอบคำถามและเล่าเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่

เป็นความรู้และความบันเทิง

๓. พูดแสดงความคิดเห็นและ

ความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ( การจับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น

ความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ทั้งที่เป็น

ความรู้และความบันเทิง เช่น

– เรื่องเล่าและสารคดีสำหรับเด็ก

– นิทาน

– การ์ตูน

– เรื่องขบขัน ๔. พูดสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์

( การพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน เช่น

– การแนะนำตนเอง

– การขอความช่วยเหลือ

– การกล่าวคำขอบคุณ

– การกล่าวคำขอโทษ ๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด

( มารยาทในการฟัง เช่น

– ตั้งใจฟัง ตามองผู้พูด

– ไม่รบกวนผู้อื่นขณะที่ฟัง

– ให้เกียรติผู้พูดด้วยการปรบมือ

– ไม่พูดสอดแทรกขณะที่ฟัง

( มารยาทในการดู เช่น

– ตั้งใจดู

– ไม่ส่งเสียงดังหรือแสดงอาการรบกวน

สมาธิของผู้อื่น

( มารยาทในการพูด เช่น

– ใช้ถ้อยคำและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ

– ใช้น้ำเสียงนุ่มนวล

– ไม่พูดสอดแทรกในขณะที่ผู้อื่นกำลังพูด

สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ

พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวชี้วัดชั้นปี สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์

และเลขไทย ( พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์

( เลขไทย ๒. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

( การสะกดคำ การแจกลูก และการอ่านเป็นคำ

( มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา

( การผันคำ

( ความหมายของคำ ๓. เรียบเรียงคำเป็นประโยคง่าย ๆ ( การแต่งประโยค ๔. ต่อคำคล้องจองง่าย ๆ ( คำคล้องจอง

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น

คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวชี้วัดชั้นปี สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๑. บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟัง

วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง

สำหรับเด็ก ( วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง

สำหรับเด็ก เช่น

– นิทาน

– เรื่องสั้นง่าย ๆ

– ปริศนาคำทาย

– บทร้องเล่น

– บทอาขยาน

– บทร้อยกรอง

– วรรณกรรมและวรรณคดีในบทเรียน ๒. ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและ

บทร้อยกรองตามความสนใจ ( บทอาขยานและบทร้อยกรอง

– บทอาขยานตามที่กำหนด

– บทร้อยกรองตามความสนใจ

๒. กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

วิธีการหรือเทคนิคที่นำมาใช้ในกระบวนการเรียนรู้ภาษาไทย มีอยู่มากมายหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีจะมีประสิทธิผลในการสร้างความรู้ ทักษะประสบการณ์ และการให้โอกาสนักเรียนได้แสดงบทบาทแตกต่างกันออกไป ดังนั้นในการพิจารณาเลือกวิธีการใดมาใช้ ครูต้องวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ก่อนว่าต้องการให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมใด

ในระดับใด จึงจะนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับนักเรียน ทั้งนี้เพื่อให้การเรียนรู้ของนักเรียนบรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนด

ในคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ ได้บูรณาการเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยไว้ ซึ่งแต่ละเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ มีสาระพอสังเขปดังนี้

๑. กระบวนการเรียนภาษา (Language Learning Process)

กระบวนการเรียนภาษา เป็นกระบวนการที่มุ่งให้เกิดการพัฒนาทักษะทางภาษา

ขั้นตอนของกระบวนการเรียนภาษา มีดังนี้

๑) ทำความเข้าใจสัญลักษณ์ สื่อ รูปภาพ รูปแบบ เครื่องหมาย

นักเรียนจะรับรู้ความหมายของคำ กลุ่มคำ ประโยค และถ้อยคำสำนวนต่าง ๆ

๒) สร้างความคิดรวบยอด

นักเรียนจะเชื่อมโยงความรู้จากประสบการณ์นำมาสู่ความเข้าใจและเกิดเป็นภาพรวมเกี่ยวกับสิ่งที่ตน

เรียนรู้

๓) สื่อความหมาย ความคิด

เมื่อนักเรียนเข้าใจหรือสร้างความคิดรวบยอดได้แล้ว สามารถที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาให้ผู้อื่น

เข้าใจได้

๔) พัฒนาความสามารถ

นักเรียนเกิดการเรียนรู้ตามขั้นตอน คือ เกิดความรู้ ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์

การสังเคราะห์ และการประเมินค่า

๒. วิธีสอนโดยใช้การอภิปรายกลุ่มย่อย (Small Group Discussion)

วิธีนี้เป็นกระบวนการที่ครูใช้ในการช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยการจัดนักเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ ๔–๘ คน ให้นักเรียนในกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และประสบการณ์ในเรื่องหรือประเด็นที่กำหนด แล้วสรุปผลการอภิปรายออกมาเป็นข้อสรุปของกลุ่ม ซึ่งการจัดการเรียนรู้โดยใช้การอภิปรายกลุ่มย่อยนี้ จะช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ในเรื่องที่เรียนกว้างขึ้น

ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

๑) ครูจัดนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ประมาณ ๔–๘ คน ควรเป็นกลุ่มที่ไม่เล็กเกินไปและไม่ใหญ่เกินไป

เพราะถ้ากลุ่มเล็กจะไม่ได้ความคิดที่หลากหลายเพียงพอ ถ้ากลุ่มใหญ่สมาชิกกลุ่มจะมีโอกาสแสดงความคิดเห็นได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งการแบ่งกลุ่มอาจทำได้หลายวิธี เช่น วิธีสุ่มเพื่อให้นักเรียนมีโอกาสได้ร่วมกลุ่มกับเพื่อนไม่ซ้ำกัน จำแนกตามเพศ วัย ความสนใจ ความสามารถ หรือเลือกอย่างเจาะจงตามปัญหาที่มีก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของครูและสิ่งที่จะอภิปราย

๒) ครูหรือนักเรียนกำหนดประเด็นในการอภิปราย ให้มีวัตถุประสงค์ของการอภิปรายที่ชัดเจน

โดยที่การอภิปรายแต่ละครั้งไม่ควรมีประเด็นมากจนเกินไป เพราะจะทำให้นักเรียนอภิปรายได้ไม่เต็มที่

๓) นักเรียนเริ่มอภิปรายโดยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กันตามประเด็นที่กำหนด

ในการอภิปรายแต่ละครั้งควรมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ที่จำเป็นในการอภิปราย เช่น ประธานหรือผู้นำในการอภิปราย เลขานุการ ผู้จดบันทึก และผู้รักษาเวลา เป็นต้น นอกจากนี้ครูควรบอกให้สมาชิกกลุ่มทุกคนทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตน ให้ความรู้ ความเข้าใจ หรือคำแนะนำแก่กลุ่มก่อนการอภิปราย และควรย้ำถึงความสำคัญของการให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมในการอภิปรายอย่างทั่วถึง เพราะวัตถุประสงค์หลักของการอภิปรายคือ การให้นักเรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง และได้รับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนมีความคิดที่ลึกซึ้ง และรอบคอบขึ้น ในกรณีที่มีหลายประเด็น ควรมีการจำกัดเวลาของการอภิปรายแต่ละประเด็นให้มีความเหมาะสม

๔) นักเรียนสรุปสาระที่สมาชิกกลุ่มได้อภิปรายร่วมกันเป็นข้อสรุปของกลุ่ม ครูควรให้

สัญญาณแก่กลุ่มก่อนหมดเวลา เพื่อที่แต่ละกลุ่มจะได้สรุปผลการอภิปรายเป็นข้อสรุปของกลุ่ม หลังจากนั้นอาจให้แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายแลกเปลี่ยนกัน หรือดำเนินการในรูปแบบอื่นต่อไป

๕) นำข้อสรุปของกลุ่มมาใช้ในการสรุปบทเรียน หลังจากการอภิปรายสิ้นสุดลง ครู

จำเป็นต้องเชื่อมโยงความรู้ที่นักเรียนได้ร่วมกันคิดกับบทเรียนที่กำลังเรียนรู้ โดยนำข้อสรุปของกลุ่มมาใช้ในการสรุปบทเรียนด้วย

๓. กระบวนการแก้ปัญหา (Problem Solving Process)

วิธีนี้เน้นให้นักเรียนฝึกการคิดแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน มีเหตุผล ซึ่งเป็นแนวทางในการนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ โดยอาศัยแนวคิดแก้ปัญหาด้วยการนำวิธีสอนแบบนิรนัย (Deductive) คือ การสอนจากกฎเกณฑ์ไปหาความจริงย่อยไปผสมผสานกับวิธีการสอนแบบอุปนัย (Inductive) คือ การสอนจากตัวอย่างย่อยมาหาเกณฑ์ กระบวนการคิดทั้งสองอย่างนี้รวมกันทำให้เกิดรูปแบบการสอนแบบแก้ปัญหา ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

๑) ทำความเข้าใจปัญหา

ครูเน้นให้นักเรียนทำความเข้าใจถึงสภาพของปัญหาว่า ปัญหาเกิดจากอะไร มีข้อมูลใดแล้วบ้าง

และมีเงื่อนไขหรือต้องการข้อมูลใดเพิ่ม

๒) วางแผนแก้ปัญหา

เป็นการนำข้อมูลจากขั้นตอนที่ ๑ และข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้นมาใช้ประกอบการวางแผน

แก้ปัญหา ถ้าปัญหานั้นต้องตรวจสอบโดยการทดลอง ในขั้นวางแผนก็จะประกอบด้วยการตั้งสมมุติฐาน กำหนดวิธีการทดลอง และกำหนดแนวทางในการประเมินผลการแก้ปัญหา

๓) ดำเนินการแก้ปัญหาและประเมินผล

นำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์และทดสอบสมมุติฐานและประเมินว่า วิธีการแก้ปัญหา

หรือผลการทดลองเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่ อย่างไร

๔) ตรวจสอบการแก้ปัญหา

ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบวิธีการแก้ปัญหา และผลจากการแก้ปัญหาว่ามีผลกระทบต่อสิ่งอื่น

หรือไม่ รวมไปถึงการนำวิธีการแก้ปัญหาไปประยุกต์ใช้ต่อไป

๔. กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมแรงร่วมใจ (Cooperative Learning)

วิธีการนี้เป็นการผสมผสานหลักการอยู่ร่วมกันในสังคมและความสามารถทางวิชาการเข้าด้วยกัน โดยให้นักเรียนที่มีความรู้ความสามารถแตกต่างกันมาทำงานร่วมกัน คนที่เก่งกว่าจะต้องช่วยเหลือคนที่อ่อนกว่า ทุกคนต้องมีโอกาสได้แสดงความสามารถ ร่วมแสดงความคิดเห็นและปฏิบัติจริง โดยถือว่าความสำเร็จของแต่ละบุคคล คือ ความสำเร็จของกลุ่ม ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

๑) ขั้นเตรียม

นักเรียนแบ่งกลุ่ม แนะนำแนวทางในการทำงานกลุ่ม บทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่ม และแจ้งวัตถุประสงค์ของการทำงาน

๒) ขั้นสอน

นำเข้าสู่บทเรียน แนะนำเนื้อหาสาระ แหล่งความรู้ แล้วมอบหมายงานให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม

๓) ขั้นทำกิจกรรม

นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรมในกลุ่มย่อย โดยสมาชิกแต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

ซึ่งในการทำกิจกรรมกลุ่มครูจะใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น คู่คิด เพื่อนเรียน ปริศนาความคิด กลุ่มร่วมมือ เป็นต้น การทำกิจกรรมแต่ละครั้งจะต้องเลือกเทคนิคให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการเรียนแต่ละเรื่อง โดยอาจใช้เทคนิคเดียวหรือหลายเทคนิครวมกันก็ได้

๔) ขั้นตรวจสอบผลงาน

เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้ว ต้องมีการตรวจสอบการปฏิบัติงานว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ โดยเริ่มจากการตรวจภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม เพื่อนำข้อบกพร่องในการปฏิบัติงานไปปรับปรุงให้ดีขึ้น

๕) ขั้นสรุปบทเรียนและประเมินผล

ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปบทเรียน ครูอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ

และช่วยกันประเมินผลการทำงานกลุ่มว่า จุดเด่นของงานคืออะไร และอะไรคือสิ่งที่ควรปรับปรุงและแก้ไข

ตัวอย่างเทคนิคการเรียนแบบร่วมแรงร่วมใจ

๑) เพื่อนเรียน (Partners)

ให้นักเตรียมจับคู่กันทำความเข้าใจเนื้อหาและสาระสำคัญของเรื่องที่ครูกำหนดให้ โดยคู่ที่ยังไม่เข้าใจ

อาจขอคำแนะนำจากครูหรือคู่อื่นที่เข้าใจดีกว่า เมื่อคู่นั้นเกิดความเข้าใจดีแล้ว ก็ถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนคู่อื่นต่อไป

๒) ปริศนาความคิด (Jigsaw)

แบ่งกลุ่มนักเรียนโดยคละความสามารถ เก่ง–อ่อน เรียกว่า “กลุ่มบ้าน” (Home Groups) ครูแบ่งเนื้อหาออกเป็นหัวข้อย่อย ๆ เท่ากับจำนวนสมาชิกกลุ่ม ให้สมาชิกในกลุ่มศึกษาหัวข้อที่แตกต่างกัน นักเรียนที่ได้รับหัวข้อเดียวกันมารวมกลุ่มเพื่อร่วมกันศึกษา เรียกว่า “กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ” (Expert Groups) เมื่อร่วมกันศึกษาจนเข้าใจแล้ว สมาชิกแต่ละคนออกจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลับไปกลุ่มบ้านของตนเอง จากนั้นถ่ายทอดความรู้ที่ตนศึกษามาให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มฟังจนครบทุกคน

๓) กลุ่มร่วมมือ (Co-op Co-op)

แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มคละความสามารถกัน แต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อที่จะศึกษา เมื่อได้หัวข้อแล้วสมาชิกในกลุ่มช่วยกันกำหนดหัวข้อย่อย แล้วแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ โดยศึกษาคนละ ๑ หัวข้อย่อย จากนั้นสมาชิกนำผลงานมารวมกันเป็นงานกลุ่ม ช่วยกันเรียบเรียงเนื้อหาให้สอดคล้องกัน และเตรียมทีมนำเสนอผลงานหน้าห้องเรียน เมื่อนำเสนอผลงานแล้ว ทุกกลุ่มช่วยกันประเมินผลการทำงานและผลงานกลุ่ม

๔) กลุ่มร่วมกันคิด (Numbered Heads Together : NHT)

วิธีนี้เหมาะสำหรับการทบทวนความรู้ให้นักเรียน ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

(๑) แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน คละความสามารถกัน แต่ละคนมี

หมายเลขประจำตัว

(๒) ครูถามคำถามหรือมอบหมายงานให้ทำ

(๓) นักเรียนช่วยกันอภิปรายในกลุ่มย่อยจนมั่นใจว่าสมาชิกทุกคนมั่นใจในคำตอบ

(๔) ครูสุ่มถามโดยเรียกหมายเลขประจำตัวคนใดคนหนึ่งในกลุ่มตอบ

(๕) ครูให้คำชมเชยแก่สมาชิกในกลุ่มที่สามารถตอบคำถามได้มากที่สุด และอธิบายข้อ

คำถามที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ

๓. โครงงาน (Project Work)

โครงงานเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติและศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ตามแผนการดำเนินงานที่นักเรียนได้จัดขึ้น โดยครูช่วยให้คำแนะนำปรึกษา กระตุ้นให้คิด และติดตามการปฏิบัติงานจนบรรลุเป้าหมาย โครงงานแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ

๑) โครงงานประเภทสำรวจ รวบรวมข้อมูล

๒) โครงงานประเภททดลอง ค้นคว้า

๓) โครงงานที่เป็นการศึกษาความรู้ ทฤษฎี หลักการหรือแนวคิดใหม่

๔) โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์

การเรียนรู้ด้วยโครงงานมีขั้นตอน ดังนี้

๑. กำหนดหัวข้อที่จะศึกษา นักเรียนคิดหัวข้อโครงงาน ซึ่งอาจได้มาจากความอยากรู้อยากเห็นของ

นักเรียนเอง หรือได้จากการอ่านหนังสือ บทความ การไปทัศนศึกษาดูงาน เป็นต้น โดยนักเรียนต้องตั้งคำถามว่า

“จะศึกษาอะไร” “ทำไมต้องศึกษาเรื่องดังกล่าว”

๒. ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง นักเรียนศึกษาทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องและปรึกษาครู หรือผู้ที่มีความรู้

ความเชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ

๓. เขียนเค้าโครงของโครงงานหรือสร้างแผนผังความคิด โดยทั่วไปเค้าโครงของโครงงานจะประกอบด้วย

หัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

๑) ชื่อโครงงาน

๒) ชื่อผู้ทำโครงงาน

๓) ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน

๔) ระยะเวลาดำเนินการ

๕) หลักการและเหตุผล

๖) วัตถุประสงค์

๗) สมมุติฐานของการศึกษา (ในกรณีที่เป็นโครงงานทดลอง)

๘) ขั้นตอนการดำเนินงาน

๙) ปฏิบัติโครงงาน

๑๐) ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑๑) เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม

๔. การปฏิบัติโครงงาน ลงมือปฏิบัติงานตามแผนงานที่กำหนดไว้ ในระหว่างปฏิบัติงานควรมีการ

จดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ไว้อย่างละเอียดว่าทำอย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไร และมีแนวทาง

แก้ไขอย่างไร

๕. การเขียนรายงาน เป็นการรายงานสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อให้ผู้อื่นได้ทราบแนวคิด วิธีดำเนินงาน

ผลที่ได้รับ และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงาน ซึ่งการเขียนรายงานนี้ควรใช้ภาษาที่กระชับ เข้าใจง่าย ชัดเจน

และครอบคลุมประเด็นที่ศึกษา

๖. การแสดงผลงาน เป็นการนำผลของการดำเนินงานมาเสนอ อาจจัดได้หลายรูปแบบ เช่น การจัด

นิทรรศการ การทำเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อมัลติมีเดีย หรืออาจนำเสนอในรูปของการแสดงผลงาน การนำเสนอด้วยวาจา บรรยาย อภิปรายกลุ่ม และสาธิต

๔. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

แฟ้มสะสมผลงาน หมายถึง แหล่งรวบรวมเอกสาร ผลงาน หรือหลักฐาน เพื่อใช้สะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ ความสามารถ ทักษะ และพัฒนาการของนักเรียน มีการจัดเรียบเรียงผลงานไว้อย่างมีระบบ โดยนำความรู้ ความคิด และการนำเสนอมาผสมผสานกัน ซึ่งนักเรียนเป็นผู้คัดเลือกผลงานและมีส่วนร่วมในการประเมิน แฟ้มสะสมผลงานจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่จะทำให้นักเรียนสามารถมองเห็นพัฒนาการของตนเองได้ตามสภาพจริง รวมทั้งเห็นข้อบกพร่อง และแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป

ลักษณะสำคัญของการประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน

๑. ครูสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนเป็นรายบุคคลได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีผลงานสะสมไว้ ครูจะทราบจุดเด่น จุดด้อยของนักเรียนแต่ละคนจากแฟ้มสะสมผลงาน และสามารถติดตามพัฒนาการได้อย่างต่อเนื่อง

๒. มุ่งวัดศักยภาพของนักเรียนในการผลิตหรือสร้างผลงาน มากกว่าการวัดความจำจากการทำแบบทดสอบ

๓. วัดและประเมินโดยเน้นผู้เป็นศูนย์กลาง คือ นักเรียนเป็นผู้วางแผน ลงมือปฏิบัติงาน รวมทั้งประเมินและปรับปรุงตนเอง ซึ่งมีครูเป็นผู้ชี้แนะ เน้นการประเมินผลย่อยมากกว่าการประเมินผลรวม

๔. ฝึกให้นักเรียนรู้จักการประเมินตนเอง และหาแนวทางปรับปรุงพัฒนาตนเอง

๕. นักเรียนเกิดความมั่นในและภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง รู้ว่าตนเองมีจุดเด่นในเรื่องใด

๖. ช่วยในการสื่อความหมายเกี่ยวกับความรู้ ความสามารถ ตลอดจนพัฒนาการของนักเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ เช่น ผู้ปกครอง ฝ่ายแนะแนว ตลอดจนผู้บริหารของโรงเรียน

ขั้นตอนการประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน

การจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน มี ๑๐ ขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียด ดังนี้

๑. การวางแผนจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน การจัดทำแฟ้มสะสมผลงานต้องมีส่วนร่วมระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครอง

ครู การเตรียมตัวของครูต้องเริ่มจากการศึกษา และวิเคราะห์หลักสูตร คู่มือครู คำอธิบายรายวิชา วิธีการวัดและประเมินผลในหลักสูตร รวมทั้งครูต้องมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน จึงจะสามารถวางแผนกำหนดชิ้นงานได้

นักเรียน ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ การประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ การกำหนดชิ้นงาน และบทบาทในการทำงานกลุ่ม โดยครูต้องแจ้งให้นักเรียนทราบล่วงหน้า

ผู้ปกครอง ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการคัดเลือกผลงาน การแสดงความคิดเห็น และรับรู้พัฒนาการของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นก่อนทำแฟ้มสะสมผลงาน ครูต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบหรือขอความร่วมมือ รวมทั้งให้ความรู้ในเรื่องการประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานแก่ผู้ปกครองเมื่อมีโอกาส

๒. การรวบรวมผลงานและจัดระบบแฟ้ม ในการรวบรวมผลงานต้องออกแบบการจัดเก็บหรือแยกหมวดหมู่ของผลงานให้ดี เพื่อสะดวกและง่ายต่อการนำข้อมูลออกมาใช้ แนวทางการจัดหมวดหมู่ของผลงาน เช่น

๑) จัดแยกตามลำดับ วัน เวลา ที่สร้างผลงานขึ้นมา

๒) จัดแยกตามความซับซ้อนของผลงาน เป็นการแสดงถึงทักษะหรือพัฒนาการของนักเรียนที่มากขึ้น

๓) จัดแยกตามวัตถุประสงค์ เนื้อหา หรือประเภทของผลงาน

ผลงานที่อยู่ในแฟ้มสะสมผลงานอาจมีหลายเรื่อง หลายวิชา ดังนั้นนักเรียนจะต้องทำเครื่องมือในการช่วยค้นหา เช่น สารบัญ ดัชนีเรื่อง จุดสี แถบสีติดไว้ที่ผลงานโดยมีรหัสที่แตกต่างกัน เป็นต้น

๓. การคัดเลือกผลงาน ในการคัดเลือกผลงานนั้นควรให้สอดคล้องกับเกณฑ์หรือมาตรฐานที่โรงเรียน ครู หรือนักเรียนร่วมกันกำหนดขึ้นมา และผู้คัดเลือกผลงานควรเป็นนักเรียนเจ้าของแฟ้มสะสมผลงาน หรือมีส่วนร่วมกับครู เพื่อน และผู้ปกครอง

ผลงานที่เลือกเข้าแฟ้มสะสมผลงาน ควรมีลักษณะดังนี้

๑) สอดคล้องกับเนื้อหา และวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้

๒) เป็นผลงานชิ้นที่ดีที่สุด มีความหมายต่อนักเรียนมากที่สุด

๓) สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของนักเรียนในทุกด้าน

๔) เป็นสื่อที่จะช่วยให้นักเรียนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครู ผู้ปกครอง และเพื่อน ๆ

ส่วนจำนวนชิ้นงานนั้นให้กำหนดตามความเหมาะสม ไม่ควรมีมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้ผลงานบางชิ้นไม่มีความหมาย แต่ถ้ามีน้อยเกินไปจะทำให้การประเมินไม่มีประสิทธิภาพ

๔. การสร้างสรรค์แฟ้มสะสมผลงานให้มีเอกลักษณ์ของตนเอง โครงสร้างหลักของแฟ้มสะสมผลงานอาจเหมือนกัน แต่นักเรียนสามารถตกแต่งรายละเอียดย่อยให้แตกต่างกัน ตามความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล โดยอาจใช้ภาพ สี สติกเกอร์ ตกแต่งให้สวยงามเน้นเอกลักษณ์ของเจ้าของแฟ้มสะสมผลงาน

๕. การแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกต่อผลงาน ในขั้นตอนนี้นักเรียนจะได้รู้จักการวิพากษ์วิจารณ์ หรือสะท้อนความคิดเกี่ยวกับผลงานของตนเอง ตัวอย่างข้อความที่ใช้แสดงความรู้สึกต่อผลงาน เช่น

๑) ได้แนวคิดจากการทำผลงานชิ้นนี้มาจากไหน

๒) เหตุผลที่เลือกผลงานชิ้นนี้คืออะไร

๓) จุดเด่น จุดด้อยของผลงานชิ้นนี้คืออะไร

๔) รู้สึกพอใจกับผลงานชิ้นนี้มากน้อยเพียงใด

๕) ได้ข้อคิดอะไรจากการทำผลงานชิ้นนี้

๖. การตรวจสอบความสามารถของตนเอง เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ประเมินความสามารถของตนเอง โดยพิจารณาตามเกณฑ์ย่อย ๆ ที่ครูและนักเรียนช่วยกันกำหนดขึ้น เช่น นิสัยการทำงาน ทักษะทางสังคม การทำงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด การขอความช่วยเหลือเมื่อมีความจำเป็น เป็นต้น นอกจากนี้การตรวจสอบความสามารถตนเองอีกวิธีหนึ่ง คือ การให้นักเรียนเขียนวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย ของตนเอง และสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข

๗. การประเมินผลงาน เป็นขั้นตอนที่สำคัญเนื่องจากเป็นการสรุปคุณภาพของงานและความสามารถหรือพัฒนาการของนักเรียน การประเมินแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ การประเมินโดยไม่ให้ระดับคะแนน และการประเมินโดยให้ระดับคะแนน

๑) การประเมินโดยไม่ให้ระดับคะแนน ครูกลุ่มนี้มีความเชื่อว่า แฟ้มสะสมผลงานมีไว้เพื่อศึกษากระบวนการทำงาน ศึกษาความคิดเห็น ความรู้สึกของนักเรียนที่มีต่อผลงานของตนเอง ตลอดจนดูพัฒนาการหรือความก้าวหน้าของนักเรียนอย่างไม่เป็นทางการ ครู ผู้ปกครอง และเพื่อนสามารถให้คำชี้แนะแก่นักเรียนได้ ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้และปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะได้คะแนนมากน้อยเท่าไร

๒) การประเมินโดยให้ระดับคะแนน มีทั้งการประเมินตามจุดประสงค์การเรียนรู้ การประเมินระหว่าง ภาคเรียน และการประเมินปลายภาค ซึ่งจะช่วยในวัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติเป็นหลัก การประเมินแฟ้มสะสมผลงานต้องกำหนดมิติการให้คะแนน (scoring rubrics) ตามเกณฑ์ที่ครูและนักเรียนร่วมกันกำหนดขึ้น การให้ระดับคะแนนมีทั้งการให้คะแนนเป็นรายชิ้นก่อนเก็บเข้าแฟ้มสะสมผลงาน และการให้คะแนนแฟ้มสะสมผลงานทั้งแฟ้ม ซึ่งมาตรฐานคะแนนนั้นต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน และมุ่งเน้นพัฒนาการของนักเรียนแต่ละคนมากกว่าการนำไปเปรียบเทียบกับบุคคลอื่น

๘. การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อื่น มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับฟังความคิดเห็นจาก ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ เพื่อน ครู และผู้ปกครอง อาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น การจัดประชุมในโรงเรียนโดยเชิญ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมกันพิจารณาผลงาน การสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างนักเรียนกับเพื่อน การส่งแฟ้มสะสมผลงานไปให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยให้ข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำ

ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์นั้นนักเรียนจะต้องเตรียมคำถามเพื่อถามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงงานของตนเอง ตัวอย่างคำถาม เช่น

๑) ท่านคิดอย่างไรกับผลงานชิ้นนี้

๒) ท่านคิดว่าควรปรับปรุงแก้ไขส่วนใดอีกบ้าง

๓) ผลงานชิ้นใดที่ท่านชอบมากที่สุด เพราะอะไร

๙. การปรับเปลี่ยนผลงาน หลังจากที่นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และได้รับคำแนะนำจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว จะนำมาปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น นักเรียนสามารนำผลงานที่ดีกว่าเก็บเข้าแฟ้มสะสมผลงานแทนผลงานเดิม ทำให้แฟ้มสะสมผลงานมีผลงานที่ดี ทันสมัย และตรงตามจุดประสงค์ในการประเมิน

๑๐. การประชาสัมพันธ์ผลงานของนักเรียน เป็นการแสดงนิทรรศการผลงานของนักเรียน โดยนำแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนทุกคนมาจัดแสดงร่วมกัน และเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ครู และนักเรียนทั่วไปได้เข้าชมผลงาน ทำให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง

ผู้ที่เริ่มต้นทำแฟ้มสะสมผลงานอาจไม่ต้องดำเนินการทั้ง ๑๐ ขั้นตอนนี้ อาจใช้ขั้นตอนหลัก ๆ คือ

การรวบรวมผลงานและการจัดระบบแฟ้ม การคัดเลือกผลงาน และการแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึก

ต่อผลงาน

องค์ประกอบสำคัญของแฟ้มสะสมผลงาน มีดังนี้

๕. ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด

Backward Design

ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ที่

ขั้นที่ ๑ ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ตัวชี้วัดช่วงชั้น

๑.

๒. ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า…

๑.

๒. คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน

๑.

๒. ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนจะรู้ว่า…

๑.

๒.

๓. ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจ

ที่คงทนนักเรียนจะสามารถ...

๑.

๒.

๓. ขั้นที่ ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้

ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง ๑. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑

๑.๒ ๒. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) ๑)

๒) ๒) ๓. สิ่งที่มุ่งประเมิน

๓.๑

๓.๒ ขั้นที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้

๖. รูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง

เมื่อครูออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Backward Design แล้ว ครูสามารถเขียนแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมงโดยใช้รูปแบบของแผนการจัดการเรียนรู้แบบเรียงหัวข้อ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ชื่อแผน...(ระบุชื่อและลำดับที่ของแผนการจัดการเรียนรู้)

ชื่อเรื่อง...(ระบุชื่อเรื่องที่จะทำการจัดการเรียนรู้)

กลุ่มสาระ...(ระบุกลุ่มสาระที่ใช้จัดการเรียนรู้)

ชั้น...(ระบุชั้นที่จัดการเรียนรู้)

หน่วยการเรียนรู้ที่...(ระบุชื่อและลำดับที่ของหน่วยการเรียนรู้)

เวลา...(ระบุระยะเวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ต่อ ๑ แผน)

สาระสำคัญ...(เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทัศน์ของหัวเรื่องที่จะจัดการเรียนรู้)

ตัวชี้วัดชั้นปี...(ระบุตัวชี้วัดชั้นปีที่ใช้เป็นเป้าหมายของแผนการจัดการเรียนรู้)

จุดประสงค์การเรียนรู้...กำหนดให้สอดคล้องกับสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะที่พึง

ประสงค์ของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ซึ่งประกอบด้วย ด้านความรู้ความคิด (Knowledge: K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติทางวิทยาศาสตร์

(Affective: A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (Performance: P)

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้...(ระบุวิธีการและเครื่องวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับจุดประสงค์

การเรียนรู้ทั้ง ๓ ด้าน)

สาระการเรียนรู้...(ระบุสาระและเนื้อหาที่ใช้จัดการเรียนรู้ อาจเขียนเฉพาะหัวเรื่องก็ได้)

แนวทางบูรณาการ...(เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุ่มสาระอื่นที่บูรณาการร่วมกัน)

กระบวนการจัดการเรียนรู้...(กำหนดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของกลุ่มสาระและการบูรณาการข้ามสาระ)

กิจกรรมเสนอแนะ...(ระบุรายละเอียดของกิจกรรมที่นักเรียนควรปฏิบัติเพิ่มเติม)

สื่อ/แหล่งการเรียนรู้...(ระบุสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้)

บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้...(ระบุรายละเอียดของผลการจัดการเรียนรู้ตามแผนที่กำหนดไว้

อาจนำเสนอข้อเด่นและข้อด้อยให้เป็นข้อมูลที่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำวิจัยในชั้นเรียนได้)

๗. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยที่ ๑ ตา

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

๑. ตามาหาใคร

ก น้า ค อา

ข แม่

๒. ใครพาตามาหา

ก น้า ค อา

ข แม่

๓. “ตา” อ่านสะกดคำได้ตามข้อใด

ก ต-อา-ตา

ข ตอ-–า-ตา

ค ตอ-อา-ตา

๔. ข้อใดแจกลูกคำ “งา” ได้ถูกต้อง

ก งอ-–า-งา

ข ง-–า-งา

ค งอ-อา-งา

๕. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “ตา”

ก พ่อของแม่

ข พ่อของพ่อ

ค อวัยวะที่ใช้ในการมองเห็น

๖. น้าเป็นใคร

ก น้องของแม่

ข น้องของพ่อ

ค น้องของตา

๗. ข้อใดเขียน “ข” ได้ถูกต้อง

๘. ข้อใดเขียนสระ “–า” ได้ถูกต้อง

๙. การเขียนตัวอักษร ควรเริ่มจาก

ส่วนใดก่อน

ก หัวอักษร

ข หางอักษร

ค กลางอักษร

๑๐. “ยอ-อา” ตรงกับคำในข้อใด

ก อา

ข ยา

ค กา

๑๑. “ท-–า” อ่านสะกดคำได้ตามข้อใด

ก ทอ-–า-ทา

ข ทอ-อา-ทา

ค ทอ-–า-ทา

๑๒. ข้อใดมีพยัญชนะต้นเหมือนกัน

ก มา–หา

ข น้า–มา

ค แม่–มา

๑๓. ข้อใดมีพยัญชนะต้นต่างกัน

ก ขา–อาย

ข พา–พาน

ค หา–หาย

๑๔. ข้อใดไม่มีรูปสระอา

ก อีกา

ข หาตา

ค ต้นไม้

๑๕. ข้อใดมีรูปสระอาทุกคำ

ก มีนา

ข ตามา

ค แม่ขา

อ่านข้อความ แล้วตอบคำถาม

ข้อ ๑๖–๑๘

แม่ขา น้าพาตามาหา

๑๖. ข้อความนี้มีพยัญชนะต้นตัวใด

มากที่สุด

ก ก

ข ต

ค ม

๑๗. ข้อความนี้มีคำที่มีรูปสระอากี่คำ

ก ๕ คำ

ข ๖ คำ

ค ๗ คำ

๑๘. ข้อความนี้คำใดมีรูปสระต่างจากพวก

ก น้า

ข ตา

ค แม่

๑๙. ข้อใดมีพยัญชนะต้นเหมือน “ตา”

ก ตี

ข พี่

ค หา

๒๐. การวางรูปสระอาที่ถูกต้อง

ต้องวางส่วนใดของพยัญชนะ

ก บน

ข หน้า

ค หลัง

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยที่ ๒ อีกาตาดี

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

๑. อีการ้องอย่างไร

ก กา กา

ข ตา ตา

ค นา นา

๒. อีกาเคลื่อนที่ได้อย่างไร

ก วิ่ง

ข บิน

ค เดิน

๓. ในเรื่อง “อีกาตาดี” มีสัตว์กี่ชนิด

ก ๑ ชนิด

ข ๒ ชนิด

ค ๓ ชนิด

๔. “กา” ใช้พยัญชนะตัวใด

ก ก

ข ถ

ค น

๕. ข้อใดใช้พยัญชนะ “น”

ก นี้

ข ดู

ค ลา

๖. คำใดใช้พยัญชนะต้นเหมือนกัน

ก น่าดู

ข มีตา

ค ลีลา

๗. ข้อใดคือรูปสระอี

ก –ิ

ข –ี

ค –ู

๘. การวางสระอีที่ถูกต้อง ต้องวางอยู่

ส่วนใดของพยัญชนะ

ก บน

ข ใต้

ค หน้า

๙. ข้อใดมีคำที่ประสมด้วยสระอีเหมือนกัน

ก มีดี

ข ราศี

ค ลูกพี่

๑๐. ข้อใดคือรูปสระอู

ก –ุ

ข –ู

ค –ี

๑๑. การวางสระอูที่ถูกต้อง ต้องวางอยู่

ส่วนใดของพยัญชนะ

ก ใต้

ข หน้า

ค หลัง

๑๒. ข้อใดมีสระต่างจากพวก

ก ปู

ข ดู

ค ตา

๑๓. ข้อใดมีรูปสระอีและสระอู

ก ตีงู

ข ตาดี

ค ปูนา

๑๔. “บิน” ตรงกับภาพใด

๑๕. ข้อใดไม่มีความหมาย

ก ดูปูนาตา

ข ตาดูปูนา

ค ปูนาดูตา

๑๖. ข้อใดอ่านสะกดคำ “ปูนา”

ถูกต้อง

ก ป-อู-ปู น-อา-นา

ข ป-–ู-ปู น-–า-นา

ค ปอ-อู-ปู นอ-อา-นา

๑๗. ข้อใดเขียนแจกลูก “อีกา”

ถูกต้อง

ก อ—อี—อี ก—อา—กา

ข อ—–ี—อี ก—–า—กา

ค ออ—อี—อี กอ—อา—กา

๑๘. สระอูอยู่ใต้ตัวหออ่านออกเสียงว่า

อย่างไร

ก หู ค ดู

ข ถู

๑๙. “ปู่ย่าตายาย” ข้อความนี้ไม่มี

รูปสระใด

ก –ู ค –า

ข –ี

๒๐. “สำลีสีขาว” ข้อความนี้มีรูป

สระอีที่พยัญชนะในข้อใด

ก ส ข

ข ล ว

ค ล ส

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เจ้าโบ

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

๑. ภาพใดคือเจ้าโบ

๒. เจ้าโบทำอะไรเสียงดัง

ก วิ่ง

ข เห่า

ค ร้อง

๓. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของเจ้าโบ

ก มี ๒ สี

ข มี ๔ ขา

ค มีหูสีขาว

๔.“เจ้าโบมี__สองข้าง”ควรเติมคำใด

ในช่องว่าง

ก หู

ข ขา

ค หาง

๕. “เห่าดัง ถูกใจ

นั่นไง เจ้าโบ”

ข้อความนี้คำคู่ใดเป็นคำที่สัมผัส

คล้องจองกัน

ก ดัง–ใจ

ข ใจ–ไง

ค ไง–โบ

๖. ข้อใดใช้พยัญชนะต้นไม่เหมือนกัน

ก เห่าดัง

ข สองสี

ค ว่องไว

๗. ข้อใดใช้พยัญชนะต้นเหมือน

“หัวใจ”

ก เจ้าโบ

ข หายใจ

ค เห่าดัง

๘. “จอ-ใอ” เป็นการอ่านสะกดคำ

ของคำใด

ก ใบ

ข ใว

ค ใจ

๙. คำใดมีความหมายเหมือน “เร็ว”

ก ไข ค ไว

ข ไห

๑๐. ข้อใดไม่มีสระที่ออกเสียงไอ

ก บางคนอดโซ

ข ไม่รุกรานใคร

ค ธงไทยไตรรงค์

๑๑. ข้อใดใช้สระไม่ถูกต้อง

ก หัวใจ

ข หลงใหล

ค ว่องใว

๑๒. คำใดคล้องจองกับ “สำลี”

ก สีขาว

ข บางเบา

ค ก้อนใหญ่

๑๓. พยัญชนะใดประสมสระ โ– แล้ว

ไม่มีความหมาย

ก ต

ข น

ค จ

๑๔. ข้อใดใช้สระที่ออกเสียงเหมือน

“ไป”

ก ใส

ข โข

ค นา

๑๕. “ใด” เขียนแจกลูกได้ตามข้อใด

ก ด—ใ–—ใด

ข ด—ใอ–—ใด

ค ดอ—ใอ—ใด

๑๖. ข้อใดไม่มีความหมาย

ก ปูในรู

ข รูปูใน

ค ในรูปู

๑๗. ข้อใดไม่ใช่คำคล้องจองต่อกัน

ก ใจดี อีกา ตาดี

ข ถูขา มาหา ในรู

ค ปูนา มาไว ในนา

๑๘. สระตัวใดมีลักษณะคล้ายตัว “ร”

มากที่สุด

ก ไ

ข ใ

ค โ

อ่านข้อความ แล้วตอบคำถาม

ข้อ ๑๙–๒๐

ผู้คนไม่มีโรค นับเป็นโชคสุขสำราญ

๑๙. ข้อความนี้ไม่มีสระใด

ก ไ ค โ

ข ใ

๒๐. คำใดออกเสียงสระ “ไอ”

ก มี

ข ไม่

ค โรค

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เจ้าสำลี

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

๑. ภาพใดคือ เจ้าสำลี

๒. ปอเอาอะไรผูกคอเจ้าสำลี

ก โบ

ข เชือก

ค กระดิ่ง

๓. ขนของเจ้าสำลีมีลักษณะอย่างไร

ก ฟู

ข แฟบ

ค มันเงา

๔. เจ้าสำลีกับเจ้าโบเล่นกันดี ๆ เพราะ

อะไร

ก เจ้าสำลีชอบเจ้าโบ

ข ปอดุเจ้าสำลีและเจ้าโบ

ค เจ้าโบอยากเล่นกับเจ้าสำลี

๕. “ ___ + –ำ” เติมพยัญชนะ

ตัวใด มีความหมายเดียวกับ

“หัวเราะ”

ก จ

ข ก

ค ข

๖. “โ + ___” เติมพยัญชนะตัวใด

เป็นเสียงร้องไห้

ก ฟ

ข ฮ

ค ส

๗. ข้อใดตรงข้ามกับ “ชั่ว”

ก ดี

ข ดำ

ค ดุ

๘. “เจ้าสำลี___เจ้าโบดังฟู่ฟู่” ควรเติม

คำใดลงในช่องว่าง

ก ขู่

ข เห่า

ค เล่น

๙. ข้อใดมีลักษณะคล้าย “ฟู”

ก สูง

ข พอง

ค แบน

๑๐. ข้อใดมีพยัญชนะต้นเหมือน “ฟู่”

ก ปี

ข ไฟ

ค ให้

๑๑. ข้อใดมีสระต่างจากข้ออื่น

ก จำใจ

ข กำไล

ค รำไทย

๑๒. ข้อใดมีคำที่ประสมด้วยสระอุ

ก ดูปู

ข ทะลุ

ค น่าขำ

อ่านข้อความ แล้วตอบคำถาม

ข้อ ๑๓–๑๕

มีกำไล ไปหาตา ดูกาดำ

๑๓. ข้อใดไม่คล้องจองกัน

ก มี–หา

ข ไล–ไป

ค ตา–กา

๑๔. คำใดในข้อความเป็นสัตว์

ก ตา

ข กา

ค กำไล

๑๕. ข้อความนี้ใช้สระใดมากที่สุด

ก สระอำ

ข สระไอ

ค สระอา

๑๖. ข้อใดใช้สระอุมากที่สุด

ก เราเห็นรุ้งกินน้ำ

ข น้องกินจุจนจุกท้อง

ค พ่อขุดดินปลูกต้นไม้

๑๗. ข้อใดเรียงประโยคถูกต้อง

ก ลูกแมวชื่อสำลีมีปอ

ข ปอชื่อสำลีมีลูกแมว

ค ปอมีลูกแมวชื่อสำลี

๑๘. ข้อใดเป็นการเขียนแจกลูกของ

คำอ่าน “ผอ-อุ”

ก ผ—อุ—ผุ

ข ผ—–ุ—ผุ

ค ผอ—–ุ—ผุ

๑๙. ข้อใดประสมสระไม่ซ้ำกัน

ก อีกาดูปู

ข ตาดูอีกา

ค ปอดุเจ้าสำลี

๒๐. นักเรียนเกิดอาการใดจึงต้องไปพบ

หมอฟัน

ก กินจุ

ข ฟันผุ

ค ครูดุ

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ บ้านแสนสุข

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

๑. ใครไม่อยู่ในบ้านของปอ

๒. ข้อใดเป็นผัก

ก มะระ

ข มะม่วง

ค มะละกอ

๓. ข้อใดต่างจากพวก

ก มะลิ

ข มะนาว

ค พุดตาน

๔. สัตว์ชนิดใดไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของปอ

ก นก

ข หมา

ค แมว

๕. ข้อใดเป็นลักษณะของบ้านแสนสุข

ก มีต้นไม้มากมาย

ข มีสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก

ค ทุกคนในบ้านรักกัน

๖. ข้อใดเขียน“สระ –ะ”ถูกต้อง

๗. “–ะ” อ่านว่าอย่างไร

ก อะ

ข อา

ค อำ

๘. “ป + –ะ” อ่านว่าอย่างไร

ก บะ

ข มะ

ค ปะ

๙. ข้อใดมีเสียงสระต่างจากพวก

ก กะทิ

ข กะปิ

ค กระบะ

๑๐. ข้อใดมีเสียงสระเหมือน “สำลี”

ก จำปี

ข มาลี

ค ชะนี

๑๑. ข้อใดมีความหมาย

ก งะ

ข ชะ

ค ยะ

๑๒. วิธีเขียนพยัญชนะข้อใดถูกต้อง

๑๓. ข้อใดมีพยัญชนะต้นเหมือนกัน

ก พี่–พ่อ

ข ไพ–ไช

ค ช้าง–งา

๑๔. ข้อใดไม่มีความหมาย

ก พี่ไปนา

ข ไปนาพี่

ค นาพี่ไป

๑๕. “___นีอยู่ชนต้นไม้” ควรเติม

คำใดลงในช่องว่าง

ก ชะ ค ยะ

ข พะ

๑๖. คำใดหมายถึงการเข้าต่อสู้กัน

ก ระยะ ค นะคะ

ข ปะทะ

๑๗. ข้อใดมีความหมาย

ก มะระนะ

ข จะระนะ

ค กะระยะ

๑๘.

ข้อความใดตรงกับภาพ

ก อี กา ดู ปู ตัว โต

ข อี ดู กา ปู โต ตัว

ค กา ดู อี กา ตัว โต

๑๙. ข้อใดเรียงคำได้ถูกต้อง

ก ปู่ ย่า ทำ ไป นา

ข นา ปู่ ไป ย่า ทำ

ค ปู่ ย่า ไป ทำ นา

๒๐. ข้อใดมีความหมายต่างจากพวก

ก บ้าน เรา แสน สุข

ข แสน สุข บ้าน เรา

ค บ้าน แสน เรา สุข

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ พ่อแม่

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

๑. พ่อแม่ของภูริมีอาชีพอะไร

ก ชาวนา

ข ชาวไร่

ค ชาวสวน

๒. พ่อแม่ของภูริเป็นคนอย่างไร

ก ใจดี

ข ขยัน

ค ขยันและใจดี

๓. ข้อใดที่ภูริไม่ได้ช่วยพ่อแม่

ก พรวนดิน

ข กวาดบ้าน

ค รดน้ำต้นไม้

๔. พ่อแม่สอนให้ภูริเป็นคนอย่างไร

ก เกเร

ข ไม่น่ารัก

ค มีกิริยาที่ดี

๕. พ่อแม่สอนให้ภูริทำอะไรก่อนนอน

ก ดูแลบ้าน

ข รดน้ำต้นไม้

ค สวดมนต์ไหว้พระ

๖. “ทิศ” ใช้สระใด

ก –ิ ค เ–

ข –า

๗. “เกเร” ใช้สระใด

ก เ– ค ไ–

ข แ–

๘. ข้อใดแจกลูกคำถูกต้อง

ก ส—–ิ—สิ

ข ซ—เอ—เซ

ค ต—–ิ—ตอ—ติ

๙. “ป + เ– + –๋” เขียนได้เป็น

คำใด

ก เบ๋

ข เป๋

ค เก๋

๑๐. ข้อใดมีพยัญชนะต้นต่างจากพวก

ก ทัพ

ข ภพ

ค ไทย

๑๑. ข้อใดอ่านสะกดคำถูกต้อง

ก ท-เ–-เท

ข ท-แ–-เท

ค ทอ-เอ-เท

๑๒. ข้อใดกล่าวถึง “วรรณยุกต์” ไม่

ถูกต้อง

ก มี ๔ รูป ๕ เสียง

ข เครื่องหมายที่ออกเสียงเบา

ค เครื่องหมายบอกระดับเสียง

๑๓. “–่ ” เรียกว่าอะไร

ก ไม้เอก

ข ไม้โท

ค ไม้ตรี

๑๔. “เอ๋” ใช้วรรณยุกต์อะไร

ก โท

ข ตรี

ค จัตวา

๑๕. ข้อใดกล่าวถึง “เสียงสามัญ”

ถูกต้อง

ก ไม่มีรูป

ข ใช้เครื่องหมาย “–่”

ค ใช้เครื่องหมาย “–้”

๑๖. “เก๊า” ใช้วรรณยุกต์ใด

ก เอก

ข โท

ค ตรี

๑๗. คำใดไม่มีรูปวรรณยุกต์

ก ปี่ ค ฉิ่ง

ข ขิม

๑๘. คำใดมีรูปวรรณยุกต์เหมือน “น้อง”

ก ตุ่ม ค เก๊

ข ม้า

๑๙. คำใดมีเสียงวรรณยุกต์ “จัตวา”

ก หู ค ปาก

ข คิ้ว

๒๐. คำใดมีเสียงวรรณยุกต์ “เอก”

ก ฆ้อง

ข กรับ

ค กลอง

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เพื่อนรัก

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

๑. พอใจกับปอไปที่ไหน

ก ริมน้ำ

ข บึงใหญ่

ค ลำคลอง

๒. วัวร้องอย่างไร

ก ฮี้ ฮี้

ข มอ มอ

ค เหมียว เหมียว

๓. ใครเป็นเพื่อนรักของพอใจ

ก ปอ

ข เจ้าโบ

ค เจ้าสำลี

๔. พอใจไปดูอะไรที่บึง

ก น้ำ

ข บัว

ค ปลา

๕. คำใดคล้องจองกับ “ใบยอ”

ก ถูหัว

ข ใบชา

ค กอบัว

๖. ข้อใดเขียนแจกลูกคำถูกต้อง

ก บอ—–ัว—บัว

ข จ—เ–อ—เจอ

ค ขอ—เ–—เขา

๗. ข้อใดอ่านสะกดคำเหมือน “เจอ”

ก วัว ค เธอ

ข มอ

๘. ข้อใดเขียนคำประสมด้วยสระอัว

ก ริมบึง

ข ชอบใจ

ค ถั่วงอก

๙. คำว่า “วัว” อ่านสะกดคำว่า

อย่างไร

ก วอ-ะ-วัว

ข วอ-อัว-วัว

ค วอ-ออ-อัว

๑๐. คำว่า “เรอ” อ่านสะกดคำว่า

อย่างไร

ก รอ-ออ-เรอ

ข รอ-เออ-เรอ

ค รอ-ออ-รอ-เรอ

๑๑. อักษรกลางประสมสระเสียงยาว

ผันวรรณยุกต์ได้กี่เสียง

ก ๓ เสียง

ข ๔ เสียง

ค ๕ เสียง

๑๒. ข้อใดมีพยัญชนะอักษรกลาง

ก ตะขอ

ข คอวี

ค ปีจอ

๑๓. คำว่า “ยอ” ออกเสียง

วรรณยุกต์ใด

ก สามัญ

ข เอก

ค โท

๑๔. “ปูสานตะกร้า” คำที่พิมพ์

ตัวหนาควรใส่รูปวรรณยุกต์ใด

ก –่ ค –๊

ข –้

๑๕. “เขาดู เต่าทะเล” ควรเติม

คำใดลงในช่องว่าง

ก เตา ค เต้า

ข เต่า

๑๖. ใครอ่านหนังสือไม่ถูกสุขลักษณะ

ก ดำวางหนังสือชิดสายตา

ข แดงอ่านในที่มีแสงสว่าง

ค ดอมอ่านในท่าที่ผ่อนคลาย

๑๗. “กุ๊กชอบอ่านหนังสือในที่ที่มีแสง

สว่างน้อย” การปฏิบัติของกุ๊กจะมีผล

อย่างไร

ก สายตาเสีย

ข จำเรื่องที่อ่านได้

ค จดบันทึกลายมือไม่สวย

๑๘. ข้อใดเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้มีนิสัยรัก

การอ่านควรมี

ก สมาธิ ค สมัครใจ

ข สามัคคี

๑๙. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้ที่มีนิสัย

รักการอ่าน

ก มีความสุขในการอ่าน

ข เลือกอ่านเฉพาะหนังสือที่ชอบ

ค รักหนังสือและรู้คุณค่าของ

หนังสือ

๒๐. การอ่านที่ดีจะต้องทำอย่างไร

ก จดบันทึก

ข เล่าให้เพื่อนฟัง

ค ถูกทุกข้อ

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ โรงเรียนของเรา

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

๑. โรงเรียนของป่านกับปออยู่ที่ใด

ก ในป่า

ข ในเมือง

ค ในภูเขา

๒. ใครเป็นคนสอนให้นักเรียนมีความรู้

ก ทหาร

ข คุณครู

ค พยาบาล

๓. ใครคือเพื่อนของปอ

ก ป่าน

ข พอใจ

ค คุณครู

๔. คุณครูเป็นคนอย่างไร

ก ใจดี

ข ดุร้าย

ค ใจร้าย

๕. นักเรียนควรทำอะไรเมื่ออยู่ในห้องเรียน

ก นอนหลับ

ข ตั้งใจเรียน

ค คุยกับเพื่อน

๖. เมื่อเราเจอกันควรพูดว่าอย่างไร

ก ขอให้โชคดีนะ

ข สวัสดีค่ะฉันชื่อปอ

ค ลาก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่

๗. “ณ” เขียนเป็นคำอ่านอย่างไร

ก นอ

ข ณอ

ค ถูกทุกข้อ

๘. “เณร” ข้อใดคือพยัญชนะต้น

ก เ

ข ร

ค ณ

๙. ข้อใดมี “อ” เป็นพยัญชนะต้น

ก เอก

ข เจอ

ค ไม่มีข้อใดถูก

๑๐. “อาอุ๊กับอาแอ้ออกอาการอ้ำอึ้ง”

มี อ เป็นพยัญชนะต้นกี่ตัว

ก ๘ ตัว

ข ๙ ตัว

ค ๑๐ ตัว

๑๑. “เรอ” อ่านสะกดคำอย่างไร

ก รอ-ออ-เรอ

ข รอ-เออ-เรอ

ค รอ-เอ-ออ-เรอ

๑๒. คำว่า “เผอเรอ” ออกเสียงสระใด

ก อะ

ข เอา

ค เออ

๑๓. “เสา” อ่านสะกดคำอย่างไร

ก สอ-เอา-เสา

ข เอ-สอ-อา-เสา

ค สอ-อา-วอ-เสา

๑๔. ข้อใดแจกลูกคำถูกต้อง

ก ข—เ–า—เขา

ข ข—เ–—–า—เขา

ค ข—เ–า—–า—เขา

๑๕. “เขาดูเงาลาสีเทา” มีสระเอากี่คำ

ก ๓ คำ

ข ๔ คำ

ค ๕ คำ

๑๖. “เขาเอากระเป๋าของเราเข้าเตาเผา”

มีคำที่ประสมด้วยสระเอากี่คำ

ก ๖ คำ

ข ๗ คำ

ค ๘ คำ

๑๗. ข้อใดกล่าวถึงคำคล้องจองถูกต้อง

ก คำที่ใช้สระเสียงเดียวกัน

ข คำที่ใช้พยัญชนะตัวเดียวกัน

ค คำที่ใช้วรรณยุกต์เสียงเดียวกัน

๑๘. “อีกาตาดีดี ดูนั่นซิมีหลายตัว”

คำในข้อใดเป็นคำคล้องจอง

ก ซิ–มี

ข กา–ตา

ค ตัว–หลาย

๑๙. ข้อใดผันวรรณยุกต์ไม่ถูกต้อง

ก ไข่ ไข้ ไข

ข เห่า เห้า เหา

ค ฝ่า ฝ้า ฝ๊า

๒๐. “เราหาดินสอ” คำที่พิมพ์

ตัวหนาออกเสียงอะไร

ก เสียงตรี

ข เสียงเอก

ค เสียงจัตวา

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คุณครูใจดี

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

๑. เราพบใครที่โรงเรียน ก ครู

ข หมอ

ค ตำรวจ

๒. เมื่อเจอคุณครู เราควรทำอย่างไร

ก ยกมือไหว้

ข พูดทักทาย

ค เข้าไปกอด

๓. ข้อใดมีพยัญชนะต้นเป็นอักษร

กลางทั้งหมด

ก น้า ไก่ ตา

ข ป้า ตี อา

ค โถ สี ฟ้า

๔. คำในข้อใดมีพยัญชนะต้นเป็น

อักษรสูงทั้งหมด

ก น้า มี งู

ข เต่า อ้า ปาก

ค เขา ถู ผ้า

๕. “ผ้าขาว” ออกเสียงวรรณยุกต์ใด

ก โท โท

ข โท จัตวา

ค เอก สามัญ

๖. คำว่า “เธอ” คล้องจองกับคำใด

ก คอ ค เจอ

ข ธง

๗. คำว่า “เจอ” ประสมด้วยสระ

อะไร

ก เอ ค เออ

ข ออ

๘. “ฉันชอบการเรียน

ชอบเขียนหนังสือ

ฝึกฝนลายมือ

ฝึกอ่านท่องจำ” คำใดคล้องจองกัน

ก อ่าน–จำ

ข การ–เขียน

ค เขียน–เรียน

๙. ข้อใดไม่ใช่การทักทาย

ก สวัสดีครับ

ข สบายดีหรือเปล่า

ค ไว้ค่อยเจอกันใหม่นะ

๑๐. ข้อใดคือลักษณะของผู้ที่มีนิสัยรัก

การอ่าน

ก อ่านหนังสือไปหลับไป

ข ตั้งใจอ่านหนังสือเมื่อว่าง

ค อ่านหนังสือก่อนนอนช่วยให้หลับง่าย

๑๑. คุณครูเป็นคนอย่างไร

ก ดุ ค ไม่ยิ้ม

ข ใจดี

๑๒. คุณครูมีหน้าที่ทำอะไร

ก ป้อนอาหาร

ข สอนหนังสือ

ค ให้เล่นกีฬา

๑๓. ใครทำถูกหลักการคัดลายมือ

ก เอใช้มือกำดินสอไว้แน่น

ข ซีใช้ไม้บรรทัดช่วยเขียนตัวหนังสือ

ค บีนั่งตัวตรงยกเท้าเหนือพื้น

เล็กน้อย

๑๔. ปลายนิ้วชี้ควรห่างจากปลายดินสอ

กี่นิ้ว

ก ๑ นิ้ว

ข ๒ นิ้ว

ค ๓ นิ้ว

๑๕. ข้อใดมีความหมายคล้ายกับคำว่า

“แนะ”

ก บอก

ข รัก

ค ชื่อ

๑๖. คำใดประสมด้วยสระแอะ

ก ยักษ์ ค แยะ

ข เผา

๑๗. คำใดต่างจากข้ออื่น

ก เจอ

ข เอา

ค เรอ

๑๘. ข้อใดเขียนแจกลูกคำถูกต้อง

ก ล—–—ลือ

ข ม—–ัว—มือ

ค ถ—–อ—ถือ

๑๙. คำว่า “สือ” อ่านสะกดคำว่า

อย่างไร

ก สอ-อือ-สือ

ข สอ-อะ-อือ-สือ

ค สอ-อือ-อา-สือ

๒๐. ข้อใดเป็นประโยค

ก แม่ซัก

ข พ่ออ่าน

ค ฉันเลี้ยงน้อง

แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐ สนามเด็กเล่น

คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว

๑. ในสนามเด็กเล่นจะพบใครมากที่สุด

ก ครู

ข เด็ก

ค ภารโรง

๒. เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมที่สนามเด็ก

เล่นเสร็จ ควรปฏิบัติอย่างไร

ก ล้างมือ

ข กินขนม

ค ทำการบ้าน

๓. เครื่องเล่นชนิดใดใช้ “ไกว”

ก ชิงช้า

ข ม้าโยก

ค ม้าหมุน

๔. คำใดที่นำไปเติมแล้วได้ใจความ

“เด็ก ๆ ____กองทราย”

ก วิ่ง

ข ก่อ

ค ปั้น

๕. สนามเด็กเล่นไม่ควรมีอะไร

ก ชิงช้า

ข แก้วแตก

ค ถังขยะ

๖. เครื่องเล่นชนิดใดที่ผู้เล่นใช้กำลัง

น้อยที่สุด

ก ม้าโยก

ข ราวโหน

ค ลานทราย

๗. ข้อใดมี “ค” เป็นพยัญชนะต้น

ก เค้ก ค กล้วย

ข ข้าว

๘. ข้อใดมีพยัญชนะต้นเป็น “ค”

ทั้งหมด

ก คู่หูคู่ฮา

ข ครูครุ่นคิด

ค อาหารครบครัน

๙ พยัญชนะต้นของคำว่า “ซาลาเปา”

คือข้อใด

ก ซ ค ป

ข ล

๑๐. “เด็กดีไม่เล่น ___” ควรเติมคำใด

ในช่องว่าง

ก ซู่ซ่า ค ซุบซิบ

ข ซุกซน

๑๑. สระ “เ–ะ” และ “โ–ะ” มีรูปสระ

ใดเหมือนกัน

ก เ–

ข โ–

ค –ะ

๑๒. “อย่า___ขวางทาง” ควรเติมคำใด

ลงในช่องว่าง

ก เปะปะ

ข เกะกะ

ค เละเทะ

๑๓. คำว่า “เอะอะ” อ่านสะกดคำว่า

อย่างไร

ก ออ-เอะ-เอะ ออ-อะ-อะ

ข ออ-เอ-เอะ-เอะ ออ-อา-อะ

ค ออ-เอะ-เอะ ออ-ออ-อะ-อะ

๑๔. ข้อใดอ่านสะกดคำว่า “โอะ”

ถูกต้อง

ก ออ-โอะ-โอะ

ข ออ-โอ-อะ-โอะ

ค ออ-โอะ-ออ-โอะ

๑๕. ข้อใดมีเสียงสระ “โอะ”

ก โมเม ค โต๊ะเรียน

ข เกาะแกะ

๑๖. ข้อความใดมีเสียงสระเอะและ

สระโอะ

ก โจ๊กหกเลอะเทอะ

ข โต๊ะล้มเกะกะ

ค บะหมี่รสโอชะ

๑๗. นักเรียนได้รับของขวัญวันเกิดจาก

คุณพ่อ นักเรียนควรพูดว่าอย่างไร

ก ดีจัง

ข ไชโย

ค ขอบคุณครับ

๑๘. นักเรียนเตะฟุตบอลไปโดนหน้าต่าง

แตก นักเรียนควรพูดว่าอย่างไร

ก แย่จัง

ข ช่วยไม่ได้

ค ขอโทษครับ

๑๙. ปาน : ฉันเสียใจที่ทำดินสอเธอหาย

ปุ้ย : _________

ก ช่างมัน

ข ซื้อใช้ด้วย

ค ไม่เป็นไรหรอก

๒๐. ใครเป็นผู้มีมารยาทในการพูด

ก มิตรพูดเสียงดังชัดเจน

ข มดสบตาผู้ฟังในขณะที่พูด

ค ถูกทุกข้อ

๘. แบบทดสอบปลายภาค

แบบทดสอบปลายภาค

ตอนที่ ๑ เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว

๑. “ปูนาตาดี” ข้อความนี้ใช้รูปสระ

กี่รูป

ก ๒ รูป ค ๔ รูป

ข ๓ รูป

๒. “ทอ-อา” เขียนแจกลูกได้ตาม

ข้อใด

ก ท—–า

ข ท—อา

ค ทอ—–า

๓. ข้อใดไม่ใช่สระเสียงยาว

ก –ู ค –ะ

ข –า

๔. ข้อใดมีพยัญชนะต้นเหมือน

ก ตา ค แม่

ข น้า

๕.

ภาพนี้มีพยัญชนะต้นตรงกับ

ข้อใด

ก ข ค น

ข ม

๖. “ข—โ–ะ—ม” เป็นการแจกลูก

ของคำในข้อใด

ก ขม ค โขมะ

ข โขม

๗. “โ– + บ” ตรงกับภาพใด

ก ค

๘. ข้อใดประสมด้วยสระไม่ซ้ำกัน

ก สำลีสีขาว

ข พี่ระบายสี

ค ฉันเดินเตะโต๊ะ

๙. “แม่น้ำ” ใช้รูปวรรณยุกต์ใด

ก –่ –้ ค –่ –๋

ข –่ –๊

๑๐. ข้อใดใช้รูปวรรณยุกต์เหมือน

“จัดโต๊ะ”

ก กินโจ๊ก

ข ข้าวสวย

ค ปวดท้อง

๑๑. ข้อใดใช้รูปวรรณยุกต์เหมือนกัน

ทุกคำ

ก ชุ่มชื้น

ข ร้านค้า

ค แผ่นไม้

๑๒. ข้อใดมีรูปวรรณยุกต์เหมือน

“ตื่นเต้น”

ก ไม้ไผ่

ข เล่นน้ำ

ค ช้อนส้อม

๑๓. คำในภาพใดใช้พยัญชนะต้น

ต่างหมู่

๑๔. คำในภาพมีพยัญชนะต้น

อยู่ในหมู่ใด

ก สูง ค ต่ำ

ข กลาง

๑๕. คำใดมีพยัญชนะต้นหมู่เดียวกับ

“ข้าว”

ก ผึ้ง ค ลิง

ข ม้า

๑๖. “เด็กน้อยหญิงชาย” ข้อความนี้

มีพยัญชนะต้นหมู่ใดมากที่สุด

ก สูง ค ต่ำ

ข กลาง

อ่านข้อความ แล้วตอบคำถามข้อ ๑๗–๒๐

น้าขับรถพาตามาหาแม่

๑๗. คำใดมีพยัญชนะต้นเป็นอักษรกลาง

ก พา

ข ตา

ค หา

๑๘. คำใดมีเสียงวรรณยุกต์ตรี

ก น้า

ข ตา

ค แม่

๑๙. “ขับ” มีเสียงวรรณยุกต์ใด

ก สามัญ

ข เอก

ค โท

๒๐. คำใดมีเสียงวรรณยุกต์เหมือน

“หา”

ก โผ

ข บิน

ค ร่อน

๒๑. คำใดผันวรรณยุกต์ได้จำนวน

เสียงเท่ากับ “ป่า”

ก มือ

ข แจ๋ว

ค ไหว้

๒๒. “พ่อนั่ง หนังสือพิมพ์”

ควรเติมคำใดลงในช่องว่าง

ก อาน

ข อ่าน

ค อ้าน

๒๓. “แมว เหมียว เหมียว” ควรเติม

คำใดลงในช่องว่าง

ก ร่อง

ข ร้อง

ค ร๊อง

๒๔. คำในภาพมีเสียง

วรรณยุกต์ใด

ก สามัญ ค จัตวา

ข เอก

๒๕. + –า + +

+ –้

รวมกันเป็นคำที่มีเสียงวรรณยุกต์ใด

ก เอก

ข โท

ค ตรี

ข้อ ๒๖–๒๘ ข้อใดเรียงประโยคถูกต้อง

๒๖. ก น้อง กิน ข้าว

ข ทำ แม่ กับข้าว

ค ฉัน โรงเรียน ไป

๒๗. ก พ่อ ขับ รถ

ข ขนม ยาย ทำ

ค ต้นไม้ ปลูก ตา

๒๘. ก ทิ้ง ขยะ เขา

ข ขนม ฉัน กิน

ค ผึ้ง ดูด น้ำหวาน

๒๙. ข้อใดเป็นประโยค

ก ลายมือสวย

ข ครูสอนหนังสือ

ค เล่นสนุกสนาน

๓๐. ประโยคใดไม่สัมพันธ์กับ

“พักผ่อน”

ก พี่เรียนดนตรี

ข น้องนอนหลับ

ค ฉันวิ่งเล่นกับเพื่อน

อ่านประโยค แล้วตอบคำถามข้อ

๓๑–๓๓

ป่านเรียนหนังสือเก่ง

๓๑. คำใดเป็นประธานของประโยค

ก ป่าน

ข เรียน

ค หนังสือ

๓๒. “หนังสือ” ทำหน้าที่ใดใน

ประโยค

ก ประธาน

ข กริยา

ค กรรม

๓๓. คำใดเป็นคำกริยาหรือคำแสดง

อาการในประโยค

ก ป่าน

ข เรียน

ค เก่ง

๓๔. ประโยคใดต่างจากข้ออื่น

ก ม้าวิ่งเร็ว

ข วัวกินหญ้า

ค ไก่จิกข้าวเปลือก

๓๕. “เจ้าโบเห่าคนแปลกหน้า” คำใด

เป็นกริยาของประโยค

ก เห่า

ข เจ้าโบ

ค คนแปลกหน้า

๓๖. ข้อใดคล้องจองกับ “ไว”

ก ใส

ข โถ

ค เตะ

๓๗. “เปลือก เชือก ”

ควรเติมคำใดลงในช่องว่าง

ก ยาว

ข ก๊อก

ค เผือก

อ่านบทร้อยกรอง แล้วตอบคำถามข้อ ๓๘–๓๙

สวัสดีครูขา เรามาแต่เช้า

ก่อนโรงเรียนเข้า มาเช้าใจสบาย

ครูเฝ้ายืนคอย เด็กน้อยหญิงชาย

เข้าแถวเรียงราย เราไหว้ครูเรา

๓๘. ข้อใดคล้องจองกัน

ก ครู–มา

ข สบาย–ชาย

ค ไหว้–เรา

๓๙. ข้อใดไม่คล้องจองกัน

ก เข้า–เช้า

ข คอย–เด็ก

ค ราย–ไหว้

๔๐. “เจ้าเนื้ออ่อนอ่อน

เจ้าอ้อนให้อุ้ม

ปู่ย่ามา

มาอุ้มเอาใจ”

ควรเติมคำใดลงในช่องว่าง

ก ดู

ข กล่อม

ค รุม

อ่านบทร้อยกรอง แล้วตอบคำถามข้อ ๔๑–๔๕

ทองดีและทองแดง กินข้าวแกงกับแตงโม

ป้าทองแกโมโห ว่าแตงโมหายไปไหน

ทองดีว่าป้าจ๋า แตงของป้าให้ฉันไง

ป้าว่าไม่ได้ให้ แตงที่ไหนฉันให้แก

ทองแดงเอาแตงมา ว่าป้าจ๋าแตงนี้แน่

ป้าว่าตัวฉันแย่ ฉันคนแก่จำไม่ได้

๔๑. ป้าทองมีนิสัยตรงกับข้อใดมากที่สุด

ก ขี้ลืม ค ขี้โมโห

ข ขี้อวด

๔๒. ทองดีและทองแดงขโมยแตงโม

ของป้าทองมาใช่หรือไม่ เพราะอะไร

ก ใช่ เพราะป้าทองไม่อยู่จึงแอบหยิบมา

ข ไม่ใช่ เพราะเก็บมาจากในสวน

ค ไม่ใช่ เพราะป้าทองเป็นคนให้ทองดี

กับทองแดง

๔๓. หากนักเรียนเป็นทองดีและ

ทองแดง นักเรียนจะโกรธป้าทอง

หรือไม่ เพราะเหตุใด

ก โกรธ เพราะป้าทองใส่ร้าย

ข ไม่โกรธ เพราะป้าทองหลงลืม

ค ไม่โกรธ เพราะป้าทองพูดความจริง

๔๔. เรื่องนี้ควรตั้งชื่อว่าอย่างไร

ก กินข้าวกับแตงโม

ข แตงโมหายไปไหน

ค แตงโมของทองดีกับทองแดง

๔๕. ข้อใดไม่ใช่นิสัยของทองดีกับทองแดง

ก ใจเย็น

ข ขี้โมโห

ค ซื่อสัตย์

๔๖. ข้อใดอ่านแบ่งวรรคตอนบทร้อยกรองถูกต้อง

ก ลูกหมามี/ชื่อดำ

ลูกแมวขำ/ดำตาโต

ลูกหมาก็/โมโห

ลูกแมวมี/โบสีดำ

ข ลูกหมา/มีชื่อดำ

ลูกแมว/ขำดำ/ตาโต

ลูกหมา/ก็โมโห

ลูกแมว/มีโบ/สีดำ

ค ลูกหมา/มีชื่อดำ

ลูกแมวขำ/ดำตาโต

ลูกหมา/ก็โมโห

ลูกแมวมี/โบสีดำ

อ่านบทร้อยกรอง แล้วตอบคำถามข้อ ๔๗–๔๙

วัวร้องมอมอ วัวขอกินหญ้า

พ่อแม่ไปนา หาหญ้ามาให้

วัวกินหญ้าพอ แม่พ่อดีใจ

แม่วัวโตไว วัวให้นมดี

๔๗. วัวร้องเพราะอะไร

ก หิว

ข จะให้นม

ค เรียกพ่อแม่

๔๘. พ่อแม่ไปนาทำไม

ก ทำนา

ข เกี่ยวข้าว

ค หาหญ้ามาให้วัวกิน

๔๙. เหตุใดวัวจึงให้นมดี

ก แม่วัวโตไว

ข วัวขอกินหญ้า

ค วัวกินหญ้าพอ

๕๐. “จงอุตส่าห์พากเพียรเรียน

หนังสือ”

คำที่พิมพ์ตัวหนามีความหมายตรง

กับข้อใด

ก ขยัน ค มีสมาธิ

ข มีวินัย

อ่านข้อความ แล้วตอบคำถามข้อ

๕๑–๕๕

ห้องนอนของปอมีเตียงสีน้ำตาล ข้างเตียงมีโต๊ะเขียนหนังสือที่มีโคมไฟ และหนังสือวางอยู่เป็นระเบียบเรียบร้อย

๕๑. ใจความสำคัญของข้อความนี้คือ

ข้อใด

ก ปอมีเตียงนอนสีน้ำตาล

ข ห้องนอนของปอมีโต๊ะเขียน

หนังสือ

ค ห้องนอนของปอจัดเป็นระเบียบ

เรียบร้อย

๕๒. เมื่อปอต้องการทบทวนบทเรียน

ตอนหัวค่ำ ปอควรปฏิบัติตน

อย่างไร

ก เปิดโคมไฟบนโต๊ะ แล้วนั่งอ่าน

หนังสือบนพื้น

ข เปิดโคมไฟบนโต๊ะ และนั่งอ่าน

หนังสือบนโต๊ะ

ค เปิดโคมไฟบนโต๊ะ แล้วนอนอ่าน

หนังสือบนเตียง

๕๓. ข้อใดไม่ควรอยู่บนเตียงนอนของ

ปอ

ก ตุ๊กตา

ข ผ้าห่ม

ค กบเหลาดินสอ

๕๔. ปอไม่ควรทำอะไรบนโต๊ะเขียน

หนังสือ

ก นั่งอ่านหนังสือ

ข วาดภาพระบายสี

ค นอนเขียนหนังสือ

๕๕. จากการจัดห้องนอนของปอ

แสดงว่าปอมีนิสัยอย่างไร

ก มีระเบียบ

ข รักความสะอาด

ค รักความสวยงาม

๕๖. “ดวงเอ๋ยดวงตะวัน

หนึ่งเท่านั้นเยี่ยมฟ้าน่าพิศวง”

ข้อใดมีความหมายตรงข้ามกับคำที่

พิมพ์ตัวหนา

ก ดวงดาว ค พระอาทิตย์

ข พระจันทร์

อ่านข้อความ แล้วตอบคำถามข้อ ๕๗–๕๘

ดื่ม ดื่ม ดื่ม เรามาดื่ม ดื่มนมกันเถอะ

ดื่มแล้วอย่าทำเลอะเทอะ ดื่มนมเยอะ ๆ

ร่างกายแข็งแรง

๕๗. ข้อความนี้ชักชวนให้นักเรียน

ทำอะไร

ก ดื่มนม

ข ออกกำลังกาย

ค รักษาความสะอาด

๕๘. นักเรียนควรปฏิบัติตามข้อความนี้

หรือไม่ เพราะอะไร

ก ควร เพราะจะทำให้ร่างกายแข็งแรง

ข ควร เพราะจะทำให้รักความสะอาด

ค ไม่ควร เพราะการดื่มนมเยอะ ๆ

จะทำให้อ้วน

อ่านข้อความ แล้วตอบคำถามข้อ ๕๙–๖๐

บ้านของป่านและปอ มีหมาชื่อเจ้าโบ และแมวชื่อเจ้าสำลี เจ้าโบชอบเห่าเสียงดังเมื่อมีคนแปลกหน้ามาที่บ้าน เจ้าโบและเจ้าสำลีชอบเล่นกันดีดี

๕๙. ป่านและปอเลี้ยงเจ้าโบไว้ทำไม

ก เลี้ยงไว้ดูเล่น

ข เลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน

ค เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเจ้าสำลี

๖๐. นักเรียนคิดว่าเจ้าสำลีมีประโยชน์

อย่างไร

ก ช่วยจับหนู

ข ช่วยเจ้าโบเฝ้าบ้าน

ค เป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าสำลี

๖๑. นักเรียนควรทำตามอย่างเจ้าโบ

และเจ้าสำลีในเรื่องใด

ก ช่วยดูแลบ้าน

ข เล่นกับเพื่อนดีดี

ค ช่วยทำความสะอาดบ้าน

๖๒. นักเรียนคิดว่าเจ้าสำลีชอบกิน

อะไร

๖๓. นักเรียนคิดว่าปอ จะทำหน้า

อย่างไร เมื่อเจ้าโบและเจ้าสำลี

ไม่เล่นกันดีดี

ก ค

๖๔. “เก็บ เก็บ เก็บ มาช่วยกันเก็บของที

เร็วคนดี มาเก็บเข้าที่กันเอย”

ใครปฏิบัติตนได้ตรงกับข้อความนี้

มากที่สุด

ก ภูริเปิดหนังสือวางไว้เต็มโต๊ะ

ข ปอเล่นของเล่นแล้ววางทิ้งไว้

ค พอใจช่วยแม่พับเสื้อผ้าใส่ตะกร้า

๖๕. “อาหารดีมีประโยชน์

คือผักสด และเนื้อหมูปูปลา

เป็ด ไก่ ไข่ นม ผลไม้นานา

มีคุณค่าต่อร่างกายเรา”

คำที่พิมพ์ตัวหนามีความหมายตรง

กับข้อใด

ก ราคา

ข วิตามิน

ค ประโยชน์

อ่านบทร้อยกรอง แล้วตอบคำถามข้อ ๖๖–๖๘

เด็กดีต้องมีน้ำใจ

อยู่กับใครไม่ทำให้เพื่อนเดือดร้อน

พูดไพเราะ และช่วยงานไม่เกี่ยงงอน

ดีทุกขั้นตอน จิตเมตตา อภัย แบ่งปัน

๖๖. บทร้อยกรองนี้กล่าวถึงอะไร

ก ความมีน้ำใจ

ข ลักษณะของเด็กดี

ค การอยู่ร่วมกันกับเพื่อน

๖๗. ใครประพฤติตนไม่สอดคล้องกับ

บทร้อยกรองนี้

ก กิ่งแบ่งของเล่นให้เพื่อนเล่น

ข แก้วชอบแกล้งให้เพื่อนตกใจ

ค เกดช่วยอธิบายบทเรียนให้เพื่อนฟัง

๖๘. ถ้านักเรียนประพฤติตนตาม

บทร้อยกรองนี้จะเป็นอย่างไร

ก เพื่อน ๆ รัก

ข เพื่อน ๆ รุมแกล้ง

ค เพื่อน ๆ ไม่อยากเล่นด้วย

๖๙. “โน่นแน่ะดวงจันทร์นั้นทอแสงมา

แสงเย็นตาในนภาคืนนี้”

คำที่พิมพ์ตัวหนาหมายถึงข้อใด

ก อากาศ

ข ท้องฟ้า

ค ก้อนเมฆ

อ่านข้อความ แล้วตอบคำถามข้อ ๗๐–๗๑

การเปิดปิดน้ำและไฟนั้น เป็นการใช้พลังงาน เด็ก ๆ ประหยัดน้ำ ไฟ ช่วยให้มีพลังงานใช้ได้นานขึ้น

๗๐. ข้อความนี้ต้องการให้นักเรียน

ทำสิ่งใด

ก ประหยัดน้ำ

ข ประหยัดไฟ

ค ประหยัดน้ำและไฟ

๗๑. การปฏิบัติตนตามข้อใด

สอดคล้องกับข้อความนี้มากที่สุด

ก เปิดปิดไฟและน้ำบ่อย ๆ

ข ปิดไฟและน้ำเมื่อเลิกใช้งาน

ค เปิดไฟทิ้งไว้ แต่ปิดน้ำเมื่อเลิกใช้งาน

อ่านเนื้อเรื่อง แล้วตอบคำถามข้อ ๗๒–๗๖

ใครเก่ง

ตา หู จมูก ปาก และฟัน เป็นเพื่อนรักกัน ทุกคนมีหน้าที่ของตน ตามีหน้าที่คอยมองดูสิ่งต่าง ๆ หูจะคอยฟังเสียง จมูกจะทำหน้าที่หายใจและดมกลิ่น ปากไว้พูด และฟันสำหรับเคี้ยวอาหาร อยู่มาวันหนึ่งทั้งหมดทะเลาะกันเพราะคิดว่าตนเก่งกว่าคนอื่น จึงไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตน ร่างกายเริ่มอ่อนแอและไม่มีเรี่ยวแรง ทั้งหมดจึงได้คิดว่าควรจะทำหน้าที่ของตนให้ดี

๗๒. การที่ร่างกายเริ่มอ่อนแอและ

ไม่มีแรง เกิดจากสาเหตุใด

ก ตา หู จมูก ปาก และฟัน

ทะเลาะกัน

ข ตา หู จมูก ปาก และฟัน

ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่

ค ตา หู จมูก ปฏิบัติตามหน้าที่

แต่ปาก และฟัน ไม่ปฏิบัติ

๗๓. นักเรียนคิดว่าเมื่อ ตา หู จมูก

ปาก และฟัน ปฏิบัติตามหน้าที่

ของตนแล้ว ร่างกายจะเป็นอย่างไร

ก แข็งแรง

ข ไม่มีแรง

ค อ่อนแอลงกว่าเดิม

๗๔. นักเรียนคิดว่าหากใครไม่ปฏิบัติ

หน้าที่ จะเป็นอันตรายกับร่างกาย

มากที่สุด

ก หู

ข ตา

ค จมูก

๗๕. นักเรียนคิดว่าหน้าที่ของนักเรียน

คืออะไร

ก เรียนหนังสือ

ข ช่วยพ่อแม่เลี้ยงน้อง

ค ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน

๗๖. ในการทำงานกลุ่มหากสมาชิก

ในกลุ่มเป็นเหมือน ตา หู จมูก

ปาก และฟัน จะเกิดอะไรขึ้น

ก งานไม่เสร็จ

ข งานเสร็จสมบูรณ์

ค งานเสร็จแต่ไม่เรียบร้อย

๗๗. เมื่อนักเรียนอ่านหนังสือยังไม่จบ

แต่ต้องการพักไว้ควรทำอย่างไร

ก ใช้ที่คั่นหนังสือคั่นไว้

ข พับมุมของหน้าหนังสือ

ค ใช้ดินสอวงเลขหน้าหนังสือไว้

๗๘. ใครมีนิสัยรักการอ่าน

ก ตุ่มอ่านหนังสือทุกครั้งเมื่อว่าง

ข ต้นอ่านหนังสือตามที่ครูกำหนด

ค ติ๋วอ่านหนังสือและดูโทรทัศน์

ไปพร้อม ๆ กัน

๗๙. ใครไม่มีมารยาทในการอ่าน

หนังสือ

ก จอยอ่านหนังสือแล้วเก็บเข้าที่

ทุกครั้ง

ข จูนขีดเส้นใต้ข้อความสำคัญ

ในหนังสือที่อ่าน

ค เจนอ่านหนังสือเสียงดังให้เพื่อน

ข้าง ๆ ได้ยินด้วย

๘๐. ข้อใดเป็นประโยชน์ของการอ่าน

หนังสือ

ก มีความรู้กว้างขวาง

ข ทำให้เป็นคนพูดเก่ง

ค ทำให้สอบได้คะแนนเยอะ

๘๑. จากภาพข้อใดเขียน

ถูกต้อง

ก อกีา

ข กีอา

ค อีกา

ข้อ ๘๒–๘๓ ข้อใดเขียนผิด

๘๒. ก ต้นไม้

ข ดอกไม้

ค ผนละไม้

๘๓. ก ปันญา

ข ดูแล

ค อบรม

ข้อ ๘๔–๘๕ ข้อใดเขียนถูกต้อง

๘๔. ก มะระ

ข ชะนะ

ค สะหระ

๘๕. ก สุกใจ

ข บุนคุณ

ค เปื้อนฝุ่น

๘๖. การคัดลายมือควรคัดอย่างไร

ก เว้นช่องไฟให้เหมาะสม

ข คัดตัวอักษรให้เท่ากันทุกตัว

ค ถูกทุกข้อ

๘๗. ข้อใดเป็นการคัดลายมือที่ถูกต้อง

๘๘. ข้อใดคือการคัดลายมือตัวบรรจง

เต็มบรรทัด

๘๙. เมื่อนักเรียนเขียนผิดควรทำ

อย่างไร

ก เขียนใหม่ทับคำที่เขียนผิด

ข ขีดฆ่าคำที่เขียนผิดแล้วเขียนใหม่

ค ใช้ยางลบลบจนสะอาดแล้วจึง

เขียนใหม่

๙๐. การคัดลายมือต้องคำนึงถึงสิ่งใด

มากที่สุด

ก ความสะอาด

ข ความถูกต้อง

ค ความเป็นระเบียบ

ดูภาพ แล้วตอบคำถามข้อ ๙๑–๙๔

๙๑. ภาพใดแสดงถึงการทักทาย

ก ภาพที่ ๑

ข ภาพที่ ๓

ค ภาพที่ ๔

๙๒. ภาพใดสอดคล้องกับคำว่า “ขอบใจ”

ก ภาพที่ ๑

ข ภาพที่ ๓

ค ภาพที่ ๔

๙๓. จากภาพที่ ๒ เด็กผู้ชายควรพูด

อย่างไรกับเด็กผู้หญิง

ก ยืนเกะกะจริง

ข อุ๊ย! แก้วแตกเลย

ค ขอโทษนะ เราไม่ทันมอง

๙๔. จากภาพที่ ๔ เด็กผู้หญิงควร

พูดว่าอย่างไร

ก ขอบคุณค่ะ

ข ส่งมาเร็ว ๆ ค่ะ

ค ทำไมกล่องเล็กจัง

๙๕. เด็กผู้ชายในภาพ

ควรพูดว่าอย่างไร

ก ใช่แล้ว ผมอยากได้เล่มนั้นแหละ

ข เล่มนั้นแหละ หยิบให้ผมหน่อยสิ

ค ช่วยหยิบหนังสือเล่มนั้นให้ผมหน่อยครับ

๙๖. ใครปฏิบัติตนในการพูดได้

เหมาะสมที่สุด

ก อิ๋วยกมือขออนุญาตถามครู

ข อุ่นพูดแทรกในขณะที่เอ็มกำลังพูด

ค อ้วนตะโกนคุยกับเพื่อนหน้า

ชั้นเรียน

๙๗. “สวัสดีครับ หนูชื่อโอภาสครับ”

ข้อความนี้เป็นการพูดแนะนำตัวที่

เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร

ก เหมาะสม เพราะใช้คำพูดสุภาพ

ข ไม่เหมาะสม เพราะใช้คำพูด

ไม่สุภาพ

ค ไม่เหมาะสม เพราะผู้ชายควรใช้

สรรพนามว่า “ผม”

๙๘. ถ้าเพื่อนแบ่งของเล่นให้นักเรียน

เล่น นักเรียนควรพูดว่าอย่างไร

ก ขอโทษ

ข ขอบใจ

ค ขอบคุณ

๙๙. ข้อใดเป็นการพูดชักชวน

ก ไปไหนกันมาหรือจ๊ะ

ข ไปห้องสมุดกันไหมจ๊ะ

ค ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนหน่อยสิ

๑๐๐. เมื่อนักเรียนกลับถึงบ้านนักเรียนควร

ทักทายคุณตาคุณยายว่าอย่างไร

ก ทำอะไรกันอยู่คะ

ข มีอะไรกินบ้างคะ หนูหิวจัง

ค สวัสดีค่ะ หนูกลับมาแล้วค่ะ

ตอนที่ ๒ ตอบคำถามต่อไปนี้

๑. นักเรียนมีวิธีการอย่างไรจึงจะอ่านสะกดคำได้คล่อง

แนวคำตอบ

ฝึกอ่านอย่างสม่ำเสมอ

๒. การพูดทักทายเพื่อน นักเรียนควรพูดอย่างไร

แนวคำตอบ

พูดด้วยคำที่สุภาพ

๓. นักเรียนชอบคัดลายมือหรือไม่ เพราะอะไร

พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน

สรุปผลการประเมิน คะแนน เต็ม ได้ ตอนที่ ๑ ตอนที่ ๒ รวม

ลงชื่อ ผู้ประเมิน

คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม สำหรับครูประเมินนักเรียน

คำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วเขียนเครื่องหมาย ( ลงในช่องคะแนนตามความเป็นจริง

รายการประเมิน พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน หมายเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. ความมีระเบียบวินัย ๑. ทำงานสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย

๒. มีการวางแผนการทำงานและทำตามขั้นตอนที่วางไว้

๓. ยอมรับในการกระทำของตนเอง ๓ หมายถึง

นักเรียนแสดง

พฤติกรรมนั้น

อย่างสม่ำเสมอ

๒ หมายถึง

นักเรียนแสดง

พฤติกรรมนั้น

เป็นครั้งคราว

๑ หมายถึง

นักเรียนแสดง

พฤติกรรมนั้น

น้อยครั้ง

๒. ความรับผิดชอบ ๑. ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความเต็มใจ

๒. ทำงานเสร็จทันตามกำหนดเวลา ๓. ความสนใจและ

ตั้งใจเรียน ๑. กระตือรือร้นที่จะแสวงหาความรู้

๒. ใช้เวลาว่างโดยการแสวงหาความรู้

๓. สืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ

๔. จดบันทึกและถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น ๔. มีความภูมิใจและ

เห็นคุณค่าของ

ภาษาไทย ๑. ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องชัดเจน

๒. ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับภาษาไทย

๓. มีความสุขและสนุกกับการเรียนภาษาไทย

๔. นำปริศนาคำทาย บทร้องเล่นในท้องถิ่นมาใช้ในการเรียนและการเล่น ๕. มีนิสัยรักการอ่าน

และการเขียน ๑. สนใจและใช้เวลาว่างโดยการอ่านและเขียนหนังสือ

๒. สร้างสรรค์ผลงานเขียนให้ผู้อื่นอ่านและวิพากษ์วิจารณ์ ๖. มีมารยาทในการรับ

และส่งสาร ๑. ตั้งใจฟังหรือดู ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น

๒. ใช้คำพูดที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ

๓. ไม่อ่านเสียงดังหรือเล่นขณะอ่าน

๔. เขียนอ่านง่าย สะอาด

๕. ไม่ขีดเขียนในที่สาธารณะ คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย

ด้านทักษะและกระบวนการ สำหรับครูประเมินนักเรียน

คำชี้แจง สังเกตพฤติกรรม/การทำงานตามกิจกรรม/ใบงานประกอบการพิจารณา

รายการประเมิน ความสามารถของผู้เรียน คะแนน หมายเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. ทักษะทางภาษา

และการสื่อสาร ๑. ใช้ภาษาสื่อสารกับผู้อื่นได้ถูกต้องเหมาะสม ๓ หมายถึง

นักเรียนแสดง

พฤติกรรมนั้น

อย่างสม่ำเสมอ

๒ หมายถึง

นักเรียนแสดง

พฤติกรรมนั้น

เป็นครั้งคราว

๑ หมายถึง

นักเรียนแสดง

พฤติกรรมนั้น

น้อยครั้ง

๒. อ่านได้ถูกต้องคล่องแคล่วและรวดเร็ว ๓. นำความรู้จากการอ่านมาคาดการณ์และกำหนดแนวทาง

ปฏิบัติได้ ๔. พูดและเขียนแสดงความรู้ ความคิด ความต้องการได้ตรง

ตามวัตถุประสงค์ ๕. เขียนสื่อสารได้ถูกต้องสละสลวย ๒. ทักษะการแสวงหา

ความรู้ ๑. เลือกอ่านหนังสือที่มีประโยชน์ทั้งที่เป็นความรู้และ

ความบันเทิง ๒. นำความรู้จากการค้นคว้าไปใช้ประโยชน์ในการเรียนและ

ชีวิตประจำวัน ๓. ใช้เทคโนโลยีสื่อสารสนเทศต่าง ๆ ในการค้นคว้าข้อมูล ๔. รวบรวมบันทึกข้อมูลอย่างมีระเบียบ ๓. ทักษะกระบวนการ

คิด ๑. วิเคราะห์ แยกแยะ จัดลำดับความคิด และนำเสนออย่าง

เป็นระบบ ๒. มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานทางด้านภาษา ๓. นำความรู้จากการอ่าน การฟัง การดู และการพูดมาใช้

เป็นข้อมูลในการตัดสินใจแก้ปัญหา ๔. ทักษะกระบวนการ

กลุ่ม ๑. รู้จักวางแผน และแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการทำงาน

กลุ่ม ๒. มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ๓. ให้ความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม ๔. ภูมิใจ ชื่นชมในผลงาน และมีความสุขในการทำงานกลุ่ม คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย

๙. ใบงาน แบบบันทึกและแบบประเมินต่าง ๆ

ใบงานที่ ๑ เรื่อง รู้จักพยัญชนะ ข ห ต ม พ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง ตา

คำชี้แจง จับคู่ภาพที่มีคำที่มีพยัญชนะต้นเหมือนกัน

ใบงานที่ ๒ รู้จักสระ (–า)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง ตา

คำชี้แจง วงกลมคำที่ประสมด้วยสระอา

ใบงานที่ ๓ รู้จักพยัญชนะ ก ด น ล

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง อีกาตาดี

คำชี้แจง เปลี่ยนพยัญชนะต้นให้เป็น ก ด น ล ฝึกอ่านสะกดคำและแจกลูก แล้วเขียน ( ทับคำที่

ไม่มีความหมาย

คำเดิม คำใหม่ พาน กาน ดาน นาน ลาน ขาว กาว ดาว นาว ลาว ตี กี ดี นี ลี มา กา ดา นา ลา หาย กาย ดาย นาย ลาย ปู กู ดู นู ลู

ใบงานที่ ๔ รู้จักสระ (–ี, –ู)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ เรื่อง อีกาตาดี

คำชี้แจง นักเรียนยกตัวอย่างคำที่มีสระอีและสระอู อย่างละ ๓ คำ แล้วนำมาแต่งประโยคสั้น ๆ

ตี คุณครูตีนักเรียน ปี วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ สี เจ้าสำลีมีขนสีขาว รู ปูอยู่ในรู ถู ปอช่วยแม่ถูบ้าน หนู แมวไล่จับหนู

ใบงานที่ ๕ รู้จักพยัญชนะ จ บ ว

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ เรื่อง เจ้าโบ

คำชี้แจง นักเรียนนำพยัญชนะต้น จ บ ว ประสมด้วยสระ –า –ี และ –ู เขียนลงในตารางแล้วตอบคำถาม

จา จี จู บา บี บู วา วี วู

๑. คำที่เขียนในตารางมีคำที่เป็นเสียงอ่านของพยัญชนะในภาษาอังกฤษกี่คำ คือตัวอะไรบ้าง

๓ คำ คือ จี (g) บี (b) วี (v)

๒. คำใดเป็นพันธุ์หนึ่งของหมา

จู

๓. คำใดเป็นหน่วยวัดทางคณิตศาสตร์

วา

ใบงานที่ ๖ รู้จักพยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ เรื่อง เจ้าสำลี

คำชี้แจง ทายคำจากคำถามต่อไปนี้ โดยใช้พยัญชนะ ป ฟ ฮ ผ ส เป็นหลัก

พยัญชนะตัวใดที่ประสมด้วยสระอีแล้วไม่มีความหมาย (ฟ, ฮ)

พยัญชนะตัวใดประสมกับสระไอแล้วเป็นความร้อนใช้หุงต้มได้ (ฟ)

พยัญชนะตัวใดเป็นตัวแทนของนกที่หากินในเวลากลางคืน (ฮ)

พยัญชนะตัวใดมีเหล็กในไว้ต่อยคนได้ (ผ)

พยัญชนะตัวใดเป็นตัวแทนของเจ้าป่า (ส)

พยัญชนะตัวใดประสมกับสระอีแล้วมี ๑๒ เดือน (ป)

๒ + ๑ พยัญชนะต้นของคำตอบนี้คืออักษรตัวใด (ส)

สระโอประสมกับพยัญชนะตัวใดเป็นเลข ๔ ในภาษาอังกฤษ (ฟ)

สระอูประสมกับพยัญชนะตัวใดเป็นสัตว์ มี ๘ ขา มีก้าม (ป)

๑๐. ต้นไม้ที่ใช้ทำแคร่มีพยัญชนะต้นเป็นอักษรตัวใด (ผ)

ใบงานที่ ๗ แผนภาพความคิดบ้านแสนสุข

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๑ เรื่อง บ้านแสนสุข

คำชี้แจง เขียนแผนภาพความคิดเกี่ยวกับบ้านแสนสุขของปอ

ใบงานที่ ๘ เรื่อง ครอบครัวของฉัน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๗ เรื่อง พ่อแม่

เขียนแนะนำครอบครัวของตนเอง โดยกรอกรายละเอียดลงในตารางให้ถูกต้อง

วาดภาพครอบครัวของฉัน แล้วระบายสีให้สวยงาม

ใบงานที่ ๙ เรื่อง รู้จักสระ –ิ และ เ–

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ เรื่อง พ่อแม่

๑. วงกลมคำที่ประสมด้วยสระ –ิ ที่มีความหมาย แล้วตอบคำถาม

กิ ขิ ฃิ คิ ฅิ ฆิ งิ จิ

ฉิ ชิ ซิ ฌิ ญิ ฎิ ฏิ ฐิ

ฑิ ฒิ ณิ ดิ ติ ถิ ทิ ธิ

นิ บิ ปิ ผิ ฝิ พิ ฟิ ภิ

มิ ยิ ริ ลิ วิ ศิ ษิ สิ

หิ ฬิ อิ ฮิ

คำใดมักพบในประโยคขอร้อง ซิ สิ

คำใดหมายถึงการตำหนิ ติ

คำใดหมายถึงคิดเริ่ม ริ

คำใดเป็นคำอ่านของสระ –ิ อิ

คำใดเป็นเสียงหัวเราะ ฮิ

คำใดหมายถึงทำให้หลุดจากกันด้วยนิ้ว บิ

๒. วงกลมคำที่ประสมด้วยสระ เ– ที่มีความหมาย แล้วตอบคำถาม

เก เข เฃ เค เฅ เฆ เง เจ

เฉ เช เซ เฌ เญ เฎ เฏ เฐ

เฑ เฒ เณ เด เต เถ เท เธ

เน เบ เป เผ เฝ เพ เฟ เภ

เม เย เร เล เว เศ เษ เส

เห เฬ เอ เฮ

๑) คำใดมีความหมายว่าไม่ตรง เก เข เฉ เซ เส เห

๒) คำใดอ่านออกเสียงเทียบกับตัวอักษรในภาษาอังกฤษได้ และได้เป็นตัวอักษรใด เค = K

เจ = J เอ = A

๓) คำใดอ่านออกเสียงเทียบกับคำในภาษาอังกฤษ หมายถึงเดือนพฤษภาคม เม

๔) คำใดหมายถึงความสนุกสนาน เฮ

๕) คำใดออกเสียงเป็นเสียงตัวโน้ตตัวหนึ่งในบรรทัด ๕ เส้น เร

“แม่เอาขยะไป___ หน้าบ้าน”ควรเติมคำใดลงในช่องว่าง เท

ใบงานที่ ๑๐ เรื่อง รู้จักวรรณยุกต์

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ เรื่อง พ่อแม่

๑. เลือกคำในวงเล็บท้ายข้อมาเติมในช่องว่างให้ถูกต้อง

๑) ฉันชอบกินขนมปังจิ้มนม ข้น หวาน (ขน, ข่น, ข้น)

๒) ป่านเขียนหนังสือ โย้ หน้า (โย, โย่, โย้)

๓) เขาทำงานได้รับ ค่า จ้างรายวัน (คา, ค่า, ค้า)

๔) ชาวนาใช้ เคียว เกี่ยวข้าวในนา (เคียว, เคี่ยว, เคี้ยว)

๕) ตาชอบอมบ๊วยเมื่อเจ็บคอ (บ้วย, บ๊วย, บ๋วย)

๖) เขาเป็นเพื่อนที่รักใคร่กันมาก (ใคร, ใคร่, ใคร้)

๗) โก้มีน้ำหนักมากเพราะชอบกินขนมหวาน (หวาน, หว่าน, หว้าน)

๘) น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา (ใส, ใส่, ใส้)

๙) น้องนั่งเขียนหนังสือบนโต๊ะ (โต้ะ, โต๊ะ, โต๋ะ)

๑๐) อาจูงลามาหาตาที่หน้าบ้าน (หนา, หน่า, หน้า)

๒. แยกรูปวรรณยุกต์และเสียงวรรณยุกต์ของคำที่กำหนดให้ ลงในตารางให้ถูกต้อง

คำ รูปวรรณยุกต์ เสียงวรรณยุกต์ พ่อ เอก โท แม่ เอก โท สวน – จัตวา กวาด – เอก เช้า โท ตรี ดิน – สามัญ ตื่น เอก เอก ใบงานที่ ๑๑ เรื่อง ผันคำอักษรกลาง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๕ เรื่อง เพื่อนรัก

๑. วงกลมล้อมรอบคำที่มีพยัญชนะต้นเป็นอักษรกลาง

๒. นำคำที่ได้จากข้อ ๑ มาเขียนในตารางการผันอักษรให้ถูกต้อง

คำ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา ตัว ตัว ตั่ว ตั้ว ตั๊ว ตั๋ว บ้าน บาน บ่าน บ้าน บ๊าน บ๋าน บัว บัว บั่ว บั้ว บั๊ว บั๋ว อ่าน อาน อ่าน อ้าน อ๊าน อ๋าน กอ กอ ก่อ ก้อ ก๊อ ก๋อ ปลา ปลา ปล่า ปล้า ปล๊า ปล๋า แกล้ง แกลง แกล่ง แกล้ง แกล๊ง แกล๋ง จำ จำ จ่ำ จ้ำ จ๊ำ จ๋ำ ใบงานที่ ๑๒ เรื่อง รู้จักพยัญชนะ ณ น และ สระ เ–อ เ–า

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๘ เรื่อง โรงเรียนของเรา

๑. เขียนแจกลูกคำและอ่านสะกดคำที่กำหนดให้

คำ แจกลูก

อ่านสะกดคำ พยัญชนะ สระ เบอ บ เ–อ บอ-เออ-เบอ เผอ ผ เ–อ ผอ-เออ-เผอ เนอ น เ–อ นอ-เออ-เนอ เออ อ เ–อ ออ-เออ-เออ เสา ส เ–า สอ-เอา-เสา เดา ด เ–า ดอ-เอา-เดา เรา ร เ–า รอ-เอา-เมา เบา บ เ–า บอ-เอา-เบา

๒. วงกลมล้อมรอบคำที่ออกเสียงสระเดียวกันในแต่ละข้อ

๑) เดา เหา ยา เตา เกา

๒) ใจ โบ โต โม โห

๓) ตัว จำ มอ ขำ ทำ

๔) ตี มี ริ ผี เซ

ใบงานที่ ๑๓ เรื่อง อ่านคำศัพท์ จับคู่ภาพ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๒ เรื่อง คุณครูใจดี

คำชี้แจง จับคู่คำให้ตรงกับภาพที่กำหนด

คุณครู

หนังสือ

นักเรียน

ปรบมือ

อ่าน

ใบงานที่ ๑๔ เรื่อง ฝึกคัด หัดเขียน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๒ เรื่อง คุณครูใจดี

๑. ฝึกคัดตัวเลขไทย

๒. ฝึกคัดตัวเลขอารบิก

๓. ฝึกคัดพยัญชนะ

๔. ฝึกคัดสระ

๕. ฝึกคัดเป็นคำ

ดูแล

แน่วแน่

แท้แท้

หนังสือ

ฝึกปรือ

ปรบมือ

แบบทดสอบการอ่านออกเสียง

ที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวมคะแนน ผลการประเมิน อ่านถูกต้อง (๔ คะแนน) ออกเสียง ญ ฝ ร ล ษ ศ ถูกต้อง ชัดเจน (๔ คะแนน) เสียงดังชัดเจน (๔ คะแนน) ท่าทางในการอ่าน (๔ คะแนน) ความพร้อมเพรียงในการอ่าน (๔ คะแนน)

ผ่าน

ไม่ผ่าน ๑

๑๐

เกณฑ์การประเมิน

ระดับ ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน

๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน

๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน

ใบงานที่ ๑๔ เรื่อง กล่าวถ้อยคำตามเหตุการณ์

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๙ เรื่อง คุณครูใจดี

คำชี้แจง เลือกใช้คำ “ขอบคุณ ขอบใจ ขอโทษ” ตามเหตุการณ์ที่กำหนด

๑.

ฝ้ายพูดกับคุณลุงว่า ขอบคุณ

๒. นักเรียนพูดกับคุณครูว่า ขอบคุณ

๓. แก้วพูดกับอ้นและเอ็มว่า ขอบใจ

๔. คุณครูพูดกับนักเรียนว่า ขอบใจ

๕. ลูกพูดกับคุณแม่ว่า ขอบคุณ

เครื่องมือประเมินสมรรถนะทางภาษาไทยและภาระงานของนักเรียนโดยใช้มิติคุณภาพ (Rubrics)

ตัวอย่างแบบประเมินการอ่านออกเสียง

ที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวมคะแนน ผลการประเมิน อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี

(๔ คะแนน) เสียงดังชัดเจน (๔ คะแนน)

ผ่าน

ไม่ผ่าน ๑

๕ เกณฑ์การประเมิน

รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน น้ำหนัก ระดับ ๔

ดีมาก ระดับ ๓

ดี ระดับ ๒

พอใช้ ระดับ ๑

ปรับปรุง อ่านถูกต้องตามอักขรวิธี อ่านถูกต้องตามอักขรวิธีร้อยละ ๘๐–๑๐๐ ของคำที่อ่าน อ่านถูกต้องตามอักขรวิธีร้อยละ ๖๐–๗๙ ของคำที่อ่าน อ่านถูกต้องตามอักขรวิธีร้อยละ ๔๐–๕๙ ของคำที่อ่าน อ่านถูกต้องตามอักขรวิธีร้อยละ ๐– ๓๙ ของคำที่อ่าน

๓ เสียงดังชัดเจน เสียงดังฟังชัดเจน ร้อยละ ๘๐–๑๐๐ ของคำที่อ่าน เสียงดังฟังชัดเจน ร้อยละ ๖๐–๗๙ ของคำที่อ่าน เสียงดังฟังชัดเจน ร้อยละ ๔๐–๕๙ ของคำที่อ่าน เสียงดังฟังชัดเจน ร้อยละ ๐–๓๙ ของคำที่อ่าน

๒ เกณฑ์การประเมิน

ระดับ ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

ระดับ ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน

ระดับ ๑ ปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน

เกณฑ์การผ่านการประเมินขั้นต่ำ

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

หมายเหตุ การคิดร้อยละ ให้คิดตามจำนวนที่อ่าน

ตัวอย่างแบบประเมินการคัดลายมือ

ที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวมคะแนน ผลการประเมิน ความถูกต้อง (๔ คะแนน) การเว้นช่องไฟถูกต้อง

(๔ คะแนน) ความสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย (๔ คะแนน)

ผ่าน

ไม่ผ่าน ๑

๕ เกณฑ์การประเมิน

รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน น้ำหนัก ระดับ ๔

ดีมาก ระดับ ๓

ดี ระดับ ๒

พอใช้ ระดับ ๑

ปรับปรุง ความถูกต้อง – คัดถูกต้องตามรูปแบบ

– สะกดถูกต้อง

– วางสระ วรรณยุกต์ถูกตำแหน่งทุกคำ – คัดถูกต้องตามรูปแบบ

– สะกดถูกต้อง

– วางสระ วรรณยุกต์ถูกตำแหน่งประมาณ ๗๕% – คัดถูกต้องตามรูปแบบ

– สะกดถูกต้อง

– วางสระ วรรณยุกต์ถูกตำแหน่งประมาณ ๕๐% – คัดถูกต้องตามรูปแบบ

– สะกดถูกต้อง

– วางสระ วรรณยุกต์ ไม่ถูกตำแหน่ง

๓ การเว้นช่องไฟถูกต้อง เว้นช่องไฟเหมาะสมทุกตัวอักษร เว้นช่องไฟเหมาะสมประมาณ ๗๕% ของตัวอักษร เว้นช่องไฟเหมาะสมประมาณ ๕๐% ของตัวอักษร เว้นช่องไฟไม่เหมาะสมทุกตัวอักษร

๑ ความสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำงานสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยตลอดทั้งหมด ทำงานสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยประมาณ ๗๕% ทำงานสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยประมาณ ๕๐% ทำงานไม่สะอาด ไม่สวยงามและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

๑ เกณฑ์การประเมิน

ระดับ ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

ระดับ ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน

ระดับ ๑ ปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน

เกณฑ์การผ่านการประเมินขั้นต่ำ

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

หมายเหตุ การคิดร้อยละ ให้คิดตามจำนวนคำที่คัด

ตัวอย่างแบบประเมินในการเขียนคำ

ที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวมคะแนน ผลการประเมิน ความถูกต้อง (๔ คะแนน) การเว้นช่องไฟถูกต้อง

(๔ คะแนน) ความสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย (๔ คะแนน)

ผ่าน

ไม่ผ่าน ๑

เกณฑ์การประเมิน

รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน น้ำหนัก ระดับ ๔

ดีมาก ระดับ ๓

ดี ระดับ ๒

พอใช้ ระดับ ๑

ปรับปรุง ความถูกต้อง เขียนคำถูกต้องทุกคู่ เขียนคำถูกต้องตั้งแต่ ๗๕% ขึ้นไป เขียนคำถูกต้องตั้งแต่ ๕๐% ขึ้นไป เขียนคำถูกต้องน้อยกว่า ๕๐%

๓ การเว้นช่องไฟถูกต้อง เว้นช่องไฟเหมาะสมทุกตัวอักษร เว้นช่องไฟเหมาะสมประมาณ ๗๕% ของตัวอักษร เว้นช่องไฟเหมาะสมประมาณ ๕๐% ของตัวอักษร เว้นช่องไฟไม่เหมาะสมทุกตัวอักษร

๑ ความสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำงานสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยตลอดทั้งหมด ทำงานสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยประมาณ ๗๕% ทำงานสะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยประมาณ ๕๐% ทำงานไม่สะอาด ไม่สวยงามและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย

๑ เกณฑ์การประเมิน

ระดับ ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

ระดับ ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน

ระดับ ๑ ปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน

เกณฑ์การผ่านการประเมินขั้นต่ำ

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

หมายเหตุ การคิดร้อยละ ให้คิดตามจำนวนคำที่เขียน

ตัวอย่างแบบประเมินการฟังและตอบคำถามจากเรื่องที่ฟังและดู

ที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวมคะแนน ผลการประเมิน การตั้งใจฟังและดู

(๔ คะแนน) การตอบคำถาม

(๔ คะแนน)

ผ่าน

ไม่ผ่าน ๑

๕ เกณฑ์การประเมิน

รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน น้ำหนัก ระดับ ๔

ดีมาก ระดับ ๓

ดี ระดับ ๒

พอใช้ ระดับ ๑

ปรับปรุง การตั้งใจฟัง มีสมาธิ มองหน้าผู้พูด ไม่หยอกล้อกับเพื่อน มีสมาธิ มองหน้าผู้พูด เล่นหยอกล้อกับเพื่อนเป็น บางครั้ง มีสมาธิ ไม่มองหน้าผู้พูด เล่นหยอกล้อกับเพื่อนเป็น บางครั้ง ไม่มีสมาธิ ไม่มองหน้าผู้พูด เล่นหยอกล้อกับเพื่อน

๒ การตอบ คำถาม ตอบคำถามได้ถูกต้องตรงประเด็นมีเหตุผล เสียงดังฟังชัดเจน ตอบคำถามได้ตรงประเด็น

มีเหตุผลแต่เสียงเบา ตอบคำถามได้ถูกต้องตรงประเด็น เล็กน้อย ตอบคำถามไม่ได้

๓ เกณฑ์การประเมิน

ระดับ ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

ระดับ ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน

ระดับ ๑ ปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน

เกณฑ์การผ่านการประเมินขั้นต่ำ

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

ตัวอย่างแบบประเมินการพูด

ที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวมคะแนน ผลการประเมิน เสียงดังฟังชัด (๔ คะแนน) ใช้คำพูดสุภาพ (๔ คะแนน) น้ำเสียงน่าฟัง (๔ คะแนน) เนื้อหาสาระ (๔ คะแนน)

ผ่าน

ไม่ผ่าน ๑

๕ เกณฑ์การประเมิน

รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน น้ำหนัก ระดับ ๔

ดีมาก ระดับ ๓

ดี ระดับ ๒

พอใช้ ระดับ ๑

ปรับปรุง เสียงดังฟังชัด พูดเสียงดังชัดเจน ออกเสียงคำถูกต้องทุกคำ พูดเสียงดังชัดเจน ออกเสียงคำถูกต้องตั้งแต่ ๗๕% ขึ้นไป พูดเสียงดังชัดเจน ออกเสียงคำถูกต้องตั้งแต่ ๕๐% ขึ้นไป พูดเสียงค่อย ออกเสียงคำถูกต้อง น้อยกว่า ๕๐%

๒ ใช้คำพูดสุภาพ ใช้คำพูดเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ใช้คำพูดเหมาะสมประมาณ ๗๕% ขึ้นไป ใช้คำพูดเหมาะสมประมาณ ๕๐% ขึ้นไป ใช้คำพูดไม่เหมาะสม

๒ น้ำเสียง น่าฟัง น้ำเสียงเป็นธรรมชาติ ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป น้ำเสียงเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ชัดเจน น้ำเสียงเรื่อย ๆ พูดติดขัด หยุดบ้าง ไม่ต่อเนื่อง

๒ เนื้อหาสาระ พูดตรงประเด็นตามลำดับหัวข้อ ให้รายละเอียดครบถ้วน พูดตรงประเด็นตามลำดับหัวข้อ ให้รายละเอียดปานกลาง พูดตรงประเด็นตามลำดับหัวข้อ ให้รายละเอียดเล็กน้อย พูดไม่ตรงประเด็น ไม่ลำดับตามหัวข้อ ให้รายละเอียดน้อยมาก

เกณฑ์การประเมิน

ระดับ ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

ระดับ ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน

ระดับ ๑ ปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน

เกณฑ์การผ่านการประเมินขั้นต่ำ

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

หมายเหตุ การคิดร้อยละ ให้คิดตามจำนวนคำที่พูด

ตัวอย่างแบบประเมินรายงานการศึกษาค้นคว้า

เรื่อง กลุ่มที่

วันที่ เดือน พ.ศ.

ที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวมคะแนน ผลการประเมิน เนื้อหาครบถ้วน ตรงตามประเด็น เนื้อหาถูกต้อง ภาษาถูกต้องเหมาะสม ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย การนำเสนอน่าสนใจ

ผ่าน

ไม่ผ่าน ๑

๑๐

เกณฑ์การประเมิน

รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน น้ำหนัก ระดับ ๔

ดีมาก ระดับ ๓

ดี ระดับ ๒

พอใช้ ระดับ ๑

ปรับปรุง ๑. เนื้อหา

ครบถ้วน

ตรง

ประเด็น เนื้อหาครบถ้วนตามที่กำหนด ทั้งหมด เนื้อหาครบถ้วนตามที่กำหนดตั้งแต่ ๗๕% ขึ้นไป เนื้อหาครบถ้วนตามที่กำหนดตั้งแต่ ๕๐% ขึ้นไป เนื้อหาครบถ้วนตามที่กำหนด น้อยกว่า ๕๐%

๓ ๒. เนื้อหา

ถูกต้อง เนื้อหาถูกต้องตามข้อเท็จจริงและหลักวิชา เนื้อหาถูกต้องตามข้อเท็จจริงและหลักวิชาตั้งแต่ ๗๕% ขึ้นไป เนื้อหาถูต้อง

ตามข้อเท็จจริง

และหลักวิชาตั้งแต่ ๕๐% ขึ้นไป เนื้อหาถูกต้องตามข้อเท็จจริงและหลักวิชาน้อยกว่า ๕๐%

๓ ๓. ภาษา

ถูกต้อง

เหมาะสม ออกเสียงสะกดการันต์ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำสำนวนเหมาะสม ลำดับเข้าใจง่าย ออกเสียงสะกดการันต์ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำสำนวนเหมาะสม ลำดับความเข้าใจง่ายตั้งแต่ ๗๕ % ขึ้นไป ออกเสียงสะกดการันต์ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำสำนวนเหมาะสม ลำดับความเข้าใจง่ายตั้งแต่ ๕๐% ขึ้นไป ออกเสียงสะกดการันต์ถูกต้อง

ใช้ถ้อยคำสำนวนเหมาะสม ลำดับความเข้าใจง่าย น้อยกว่า ๕๐%

๒ ๔. ค้นคว้า

จากแหล่ง

เรียนรู้ที่

หลากหลาย ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายตั้งแต่ ๔ แหล่งขึ้นไป ค้นคว้าจาก แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายตั้งแต่ ๓ แหล่งขึ้นไป ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายตั้งแต่ ๒ แหล่งขึ้นไป ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้เพียงแหล่งการเรียนรู้เดียว

๑ ๕. การนำ

เสนอ

น่าสนใจ การนำเสนอแปลกใหม่

น่าสนใจมาก ลำดับเรื่องราว

ได้ดีมาก การนำเสนอแปลกใหม่

น่าสนใจมาก

ลำดับเรื่องราว

ได้ดี การนำเสนอแปลกใหม่

น่าสนใจมาก

ลำดับเรื่องราว ได้พอใช้ การนำเสนอ

แปลกใหม่ น่าสนใจมาก ลำดับเรื่องราวสับสน ๑

เกณฑ์การประเมิน

ระดับ ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

ระดับ ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน

ระดับ ๑ ปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน

เกณฑ์การผ่านการประเมินขั้นต่ำ

ระดับ ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน

ตัวอย่างแบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบุคคล

ผลงาน/กิจกรรม